วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สูตรว่าด้วยคนเลวหรือคนถ่อย


 

   

                                                                วสลสูตร(ว่าด้วยคนเลวหรือคนถ่อย)

                            พระผู้มีพระภาคตรัสแสดงธรรมแก่ภารทวาชพราหมณ์ผู้บูชาไฟ  ถึงเรื่องคนเลวหรือคนถ่อย  และธรรมะที่ทำให้คนเลว ดังต่อไปนี้

                                ๑. คนมักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่อย่างเลว มีทิฐิวิบัติ และ
                          มีมายา พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย

                          ๒. คนผู้เบียดเบียนสัตว์ที่เกิดหนเดียว แม้หรือเกิดสองหน
                          ไม่มีความเอ็นดูในสัตว์ พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๓. คนเบียดเบียน เที่ยวปล้น มีชื่อเสียงว่า ฆ่าชาวบ้าน
                          และชาวนิคม พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๔. คนลักทรัพย์ที่ผู้อื่นหวงแหน ไม่ได้อนุญาตให้ ใน
                          บ้านหรือในป่า พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๕. คนที่กู้หนี้มาใช้แล้วกล่าวว่า หาได้เป็นหนี้ท่านไม่ หนี
                          ไปเสีย พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๖. คนฆ่าคนเดินทาง ชิงเอาสิ่งของ เพราะอยากได้สิ่งของ
                          พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๗. คนถูกเขาถามเป็นพยาน แล้วกล่าวคำเท็จ เพราะเหตุ
                          แห่งตนก็ดี  เพราะเหตุแห่งผู้อื่นก็ดี เพราะเหตุแห่งทรัพย์
                          ก็ดี พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๘. คนผู้ประพฤติล่วงเกิน ในภริยาของญาติก็ตาม ของ
                          เพื่อนก็ตาม ด้วยข่มขืนหรือด้วยการร่วมรักกัน พึงรู้ว่าเป็น
                          คนถ่อย ฯ


                          ๙. คนผู้สามารถ แต่ไม่เลี้ยงมารดาหรือบิดาผู้แก่เฒ่าผ่านวัย
                          หนุ่มสาวไปแล้ว พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๑๐. คนผู้ทุบตีด่าว่ามารดาบิดา พี่ชายพี่สาว พ่อตาแม่ยาย
                          แม่ผัวหรือพ่อผัว พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๑๑. คนผู้ถูกถามถึงประโยชน์ บอกสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
                          พูดกลบเกลื่อนเสีย พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ

                          ๑๒. คนทำกรรมชั่วแล้ว ปรารถนาว่าใครอย่าพึงรู้เรา ปกปิด
                          ไว้ พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๑๓. คนผู้ไปสู่สกุลอื่นแล้ว และบริโภคโภชนะที่สะอาด
                          ย่อมไม่ตอบแทนเขาผู้มาสู่สกุลของตน พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๑๔. คนผู้ลวงสมณะ พราหมณ์ หรือแม้วณิพกอื่น ด้วย
                          มุสาวาท พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ

                          ๑๕. เมื่อเวลาบริโภคอาหาร คนผู้ด่าสมณะหรือพราหมณ์
                          และไม่ให้โภชนะ พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ

                          ๑๖. คนในโลกนี้ ผู้อันโมหะครอบงำแล้ว ปรารถนา
                          ของเล็กน้อย พูดอวดสิ่งที่ไม่มี พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ

                          ๑๗. คนเลวทราม ยกตนและดูหมิ่นผู้อื่น ด้วยมานะ
                          ของตน พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ


                          ๑๘. คนฉุนเฉียว กระด้าง มีความปรารถนาลามก มี
                          ความตระหนี่ โอ้อวด ไม่ละอาย ไม่สะดุ้งกลัว
                          พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ

                          ๑๙. คนติเตียนพระพุทธเจ้า หรือติเตียนบรรพชิต หรือ
                          คฤหัสถ์สาวกของพระพุทธเจ้า พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ

                          ๒๐. ผู้ใดแลไม่เป็นพระอรหันต์ แต่ปฏิญาณว่าเป็นพระ-
                          อรหันต์ ผู้นั้นแลเป็นคนถ่อยต่ำช้า เป็นโจรในโลกพร้อม
                          ทั้งพรหมโลก คนเหล่าใด เราประกาศแก่ท่านแล้ว
                          คนเหล่านั้นนั่นแล เรากล่าวว่าเป็นคนถ่อย ฯ

 

                          บุคคลไม่เป็นคนถ่อยเพราะชาติ ไม่เป็นพราหมณ์เพราะชาติ
                          แต่เป็นคนถ่อยเพราะกรรม(การกระทำ)  เป็นพราหมณ์เพราะกรรมฯ

 

******************************

พระสุตตันตปิฎก(พระไตรปิฎก เล่มที่ 25)   ชื่อ ขุททกนิกาย   สุตตนิบาต   วสลสูตร

 

 

โดย someone_in_somewhere

 

กลับไปที่ www.oknation.net