วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันนี้ตื่นตีสี่ ไม่มีข้ออ้าง … ทั้งเดิน ทั้งวิ่ง นัดกันแล้ว ต้องไป เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น !!!


เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปุ้ม รุ่นน้องที่นิด้า 

ส่งแมสเสจมาบอกว่ามีบัตรเดิน -วิ่งการกุศล

ของสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา

ในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย. (ก็คือวันนี้นั่นเอง)

เป็นการวิ่งมินิมาราธอน 8 กม. ผมสนใจไปวิ่งไหม

เช็คคิวแล้วผมว่าง

ก็เลยตอบน้องปุ้มไปว่า รบกวนส่งบัตรมาให้ 2 ใบ

ปุ้มตอบมาว่าจะส่งไปรษณีย์ EMS  มาให้

จากนั้นผมก็รีบติดต่อส่งข่าวการวิ่งครั้งนี้

ไปให้ลูกศิษย์คนแรก คือ อ.โจ้ สุวัชชัย

ซึ่งเคยผ่านการวิ่งมาราธอน 42.195 กม. มาแล้ว

ถึงแม้เวลาจะกระชั้นชิดไปหน่อย

แต่เนื่องจากอ.โจ้ ออกกำลังกายเป็นประจำ

น่าจะวิ่งได้สบาย ๆ 8 กมแต่น่าเสียดาย อ.โจ้ติดงาน

ต้องเดินทางไปเป็นวิทยากรที่ภูเก็ต

จากนั้นผมก็ส่งแมสเสจไปหาลูกศิษย์อีกสองคน

ที่มีประสบการณ์การวิ่งมาราธอนมาบ้าง

คนแรกชื่อเล็ก ทำงานอยู่โอสถสภา

และอีกคนหนึ่งชื่อเหน่ง ทำงานอยู่ที่ธนาคารกรุงศรีฯ

กะว่าถ้าใคร confirm มาเป็นคนแรก

ก็จะให้บัตรคนนั้นไปวิ่ง ปรากฎว่าเหน่งตอบกลับมาว่าสะดวก

ผมก็เลยรีบส่งแมสเสจบอกเล็กว่า ได้คนไปวิ่งแล้ว ...

จากนั้นผมก็ติดต่อสอบถามทางผู้จัดงานวิ่งครั้งนี้

ว่าต้องไปรับเสื้อและหมายเลขนักวิ่ง ที่ไหนอย่างไร

และเส้นทางการวิ่งเป็นอย่างไร ทางผู้จัดบอกว่า

ให้นำบัตรไปรับเสื้อที่หน้างาน ผมก็เลยนัดแนะกับเหน่งว่า

ให้ไปเจอกันที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท

ตอนตีห้าครึ่ง (วิ่งจริงตอน 6.30 น.) เพราะต้องเผื่อเวลา

ไปรับเสื้อ หมายเลขประจำตัวนักวิ่ง และวอร์มอัพร่างกายก่อน

ลืมบอกไปว่า จริง ๆ ผมไม่ได้เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมฯ

ผมจบจากโรงเรียนแจงร้อนวิทยา แต่ที่ยินดีไปร่วมวิ่งงานนี้

เพราะเห็นว่าเป็นงานการกุศล และช่วงสี่เดือนที่ผ่านมานี้

ผมเริ่มฝึกวิ่งมินิมาราธอน เลยอยากได้สนาม

หาโอกาสวิ่งบ่อย ๆ เพราะถ้าสมัครไปวิ่งงานไหนแล้ว

มันจะเป็นการบังคับผมทางอ้อมให้ต้องฝึกซ้อม

ออกกำลังกายไว้ล่วงหน้า ซึ่งก็เป็นการดีต่อสุขภาพ

และที่สำคัญปุ้มก็เป็นน้องรหัสของผมสมัยที่ผมเรียนอยู่คณะ

พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่นิด้าเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว

พอน้องส่งแมสเสจมา ก็เลยตอบรับไปทันที

(ไม่อยากให้น้องเสียน้ำใจ อุตส่าห์ส่งความปรารถนาดีมาให้)

เมื่อเช้าผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ (เพราะบ้านอยู่ที่คู้บอน รามอินทรา)

อาบน้ำอาบท่า สวมเสื้อผ้า เตรียมข้าวเหนียวหมูทอดติดตัวไปด้วย

กะว่าจะกินก่อนที่จะวิ่งประมาณ 45 นาที

ออกจากบ้านตอนตีสี่ครึ่ง เรียกแท็กซี่ ขับพาไปทาง

เลียบทางด่วนเอกมัยราม-อินทรา

ไปถึงหน้าโรงเรียนเตรียมอุดมตอนตีห้า สิบนาที

ฟ้ายังมืดอยู่เลย พื้นถนนเปียกเนื่องจากมีฝนตกเมื่อคืน

ผมเดินไปถามรปภ.ว่า จุดรวมพลนักวิ่งอยู่ตรงไหน

เขาบอกว่าให้เดินไปที่สนามฟุตบอล

พอไปถึงเห็นคนเดินทางมาถึงก่อนหน้าผมพอสมควร

มองไปที่สนามฟุตบอล เห็นวิวตอนรุ่งสาง สวยมากครับ

 

ผมนำบัตรสองใบ ไปรับเสื้อมาสองตัว

หลังจากเปลี่ยนเสื้อแล้ว ก็ไปนั่งบนอัฒจรรย์

หยิบข้าวเหนียวหมูทอดมารองท้องนิดหน่อย

เรียกว่ากินฆ่าเวลารอลูกศิษย์

สักครู่เหน่งก็โทร.เข้ามาว่าถึงประตูโรงเรียนเตรียมอุดมฯ แล้ว

จากนั้นไม่นานเหน่งก็เดินมาถึง ผมเอาเสื้อให้เหน่ง

แล้วเราก็ไปรับหมายเลขนักวิ่งกัน

จากนั้นก็แยกย้ายกันวอร์มอัพร่างกาย รอเวลาปล่อยตัวนักวิ่ง

พอถึงเวลา 6 โมงตรง โฆษกก็ประกาศให้นักวิ่งทุกคน

เตรียมไปรอ ณ จุดสตาร์ท ระหว่างนั้นก็มีการแนะนำ

วิธีการวอร์มอัพร่างกายที่ถูกต้องจากผู้เขี่ยวชาญ

พอถึงเวลา 6.30 น. ตรงเป๊ง

ก็ปล่อยตัวนักวิ่งมินิมาราธอน 8 กม.

มีรถมอเตอร์ไซด์ตำรวจนำหน้า

เราวิ่งออกจากโรงเรียนเตรียมอุดมฯ เลี้ยวซ้ายไปทางจุฬาฯ  

ถึงสามย่านแล้วเลี้ยวซ้ายตรงจามจุรีสแควร์เข้าถนนพระราม 4

วิ่งตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านแยกอังรีดูนังต์

มุ่งหน้าวิ่งไปจนสุดสวนลุมพินี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถ.วิทยุ

วิ่งตรงมาเรื่อย ๆ ช่วงนี้เหงื่อผมแตกพลั่กแล้ว

มองหาเหน่งไม่เจอ ไม่รู้ลูกศิษย์วิ่งนำหน้า หรืออยู่ข้างหลัง

พอถึงจุดบริการน้ำดื่ม ผมเลยหยุดจิบน้ำ

และแอบพักถ่ายรูปประมาณ 2 นาที

ถูกใจข้อความในโปสเตอร์ข้างทางอันนี้มากเลยครับ

จากนั้นก็วิ่งต่อไปจนเจอสี่แยกเพลินจิต

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถ.พระราม 1 มุ่งหน้าไปชิดลม

เพิ่งสังเกตเห็นว่าเหน่ง ลูกศิษย์ผมวิ่งอยู่ข้างหน้าผม

ห่างกันประมาณ 3 เมตร จากนั้นก็วิ่งตรงไป

ผ่านสี่แยกราชประสงค์ แล้วไปเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.อังรีดูนังต์

สักพักหนึ่งก็เลี้ยวขวาเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมฯ

ตรงสาธิตปทุมวัน

พอเข้าเส้นชัยแล้ว ก็ไปรับเหรียญที่ระลึก

และก็แวะไปหาอาหารเช้ากินกัน

งานนี้มีซุ้มอาหารให้เลือกมากมาย

แต่เนื่องจากยังไม่หายเหนื่อยจากการวิ่ง 8 กม.

ผมกับเหน่งเลยกินก๊วยจั๋บคนละถ้วย น้ำคนละแก้ว

ระหว่างที่นั่งกินอาหารเช้า ก็เพิ่งได้มีโอกาสพูดคุย

กับลูกศิษย์เรื่องการออกกำลังกาย

ผมรู้จากเฟซบุ๊กว่าเหน่งชอบออกกำลังกายมาก

ทั้งชกมวย เล่นกล้าม และก็วิ่ง

เลยถามว่าออกกำลังกายแบบนี้มานานหรือยัง

เขาตอบว่าประมาณ 2 ปีแล้ว

ก็เลยถามต่อว่าออกกำลังกายมานานขนาดนี้

น้ำหนักลดลงไปเยอะไหม เขาบอกว่าน้ำหนักไม่ลด

เพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นมาก

พร้อมกับเล่าให้ผมฟังว่าสาเหตุที่เขามาออกกำลังกาย

ก็เพราะเดิมทีเขาเคยเป็นคนที่ผอมมาก ๆ

แถมมีปัญหาปวดหลัง และหลังเริ่มค่อม

จึงตัดสินใจออกกำลังกายเพราะต้องการเพิ่มน้ำหนักและเพิ่มกล้ามเนื้อ

ต่างจากผมที่หันมาออกกำลังกายเพราะน้ำหนักเกิน

ส่งผลต่อไขมันในเลือด คอเรสเตอรอล และน้ำตาลในเลือดค่อนข้างสูง

สองปีที่ผ่านมา ผมเลยหันมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ

เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม ปีที่แล้วไปหาหมอตรวจร่างกายประจำปี

หมอบอกว่าสุขภาพผมดีมาก ไขมันตัวร้ายลดลงไปแล้ว

น้ำตาลลดแล้ว คอเรสเตอรอลลดแล้ว ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ

แถมอัตราการเต้นของหัวใจ การสูบฉีดเลือดดีมาก

นั่นจึงทำให้ผมต้องหมั่นออกกำลังกายเรื่อยมา

พอฟังเรื่องที่มาของการออกกำลังกายของเหน่งแล้ว

ก็ได้ข้อคิดว่า การออกกำลังกายไม่ใช่เพื่อการลดน้ำหนักอย่างเดียว

คนที่มีปัญหาน้ำหนักเบาเกิน ไม่มีกล้ามเนื้อ

ก็ออกกำลังกายเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มกล้ามเนื้อได้

อย่างกรณีของเหน่ง หลังจากที่เขาออกกำลังกายมาต่อเนื่อง

ทำให้ร่างกาย Fit & Firm สุขภาพดีขึ้น

แถมหลังก็ตรง ไม่โค้งงอเหมือนแต่ก่อน ...

ระหว่างที่นั่งคุยกันไปกินกันไป เราก็ได้ยินเสียงคุณครู

พูดผ่านไมโครโฟนเป็นระยะ ๆ ว่าให้นักเรียนที่

กำลังเดินอยู่บนลู่วิ่งรอบสนามบอล เดินชิดขวา

เพราะนักวิ่งกำลังวิ่งเข้าเส้นชัยจะวิ่งชิดซ้าย

ขอให้น้อง ๆ นักเรียนที่ไม่ได้วิ่งเดินชิดขวาของลู่วิ่ง

คุณครูประกาศเสียงดังอย่างนี้อยู่หลายครั้งมาก

แต่ผมก็ยังเห็นนักเรียนส่วนหนึ่งก็เดินกลางทาง กลางลู่

หรือไม่ก็ยังเดินชิดซ้าย บางกลุ่มก็เดินลัดลู่วิ่งซะงั้น

กีดขวางเส้นทางการวิ่งของเหล่านักวิ่งที่กำลังวิ่งเข้าเส้นชัย

จนกระทั่งคุณครูต้องใช้ไม้ตายประกาศขอให้นักเรียน

ทุกคนขึ้นไปอยู่บนอัฒจรรย์ตามคณะสีของตัวเอง

ได้ยินได้ฟังเสียงคุณครูที่พูดเข้มขึ้นเรื่อย ๆ

ก็รู้สึกสงสารบรรดาคุณครู ที่ต้องเจอพฤติกรรมของ

เด็ก Gen Z วัยฮอร์โมนพลุ่งพล่าน (บางส่วน)

ผมไม่ได้หมายถึงน้อง ๆ ทุกคนนะครับ

แต่เป็นส่วนน้อยที่พลอยทำให้คุณครูและคนส่วนใหญ่เดือดร้อน

จะว่าไปแล้วการทำหน้าที่ครูสมัยนี้ดูแลเด็กยุคนี้ไม่ง่ายเลยจริง ๆ

จากนั้นผมกับเหน่งก็แวะไปนวดเท้า

คลายกล้ามเนื้อกันคนละครึ่งชั่วโมง แล้วก็แยกย้ายกันกลับ

พอถึงบ้านก็เห็นลูกศิษย์ที่ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG ชื่อวาว

อัพเดทรูปที่เขามาวิ่งงานนี้บนเฟซบุ๊ก

เสียดายไม่ได้เจอกัน อ่านจากเฟซบุ๊กก็เลยรู้ว่า

วาวเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล

ไม่ได้จบเตรียมอุดมฯ  ทำให้เห็นว่า

การจัดงานวิ่งการกุศล ไม่ว่าแต่ละคนจะมาจากที่ไหน

สถาบันอะไร เราก็มาร่วมวิ่ง ร่วมออกกำลังกาย

ทำกิจกรรมร่วมกันได้ สร้างกุศลร่วมกันได้ ...

สุดท้ายก็อยากขอบคุณน้องปุ้มอีกครั้ง

ที่ส่งบัตรวิ่งมาให้ ผมเลยได้ออกกำลังกายเรียกเหงื่อแต่เช้า

สำหรับโปรแกรมวิ่งถัดไปของผมคือ ...

วิ่งมินิมาราธอน 11 กม. เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคมปีนี้

ที่สวนลุมพินี ก็หวังว่าคงจะได้พบกับลูกศิษย์ และกัลยาณมิตร

ที่รักสุขภาพในงานวิ่งมินิมาราธอน วันพ่อนะครับ

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net