วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

๒๕ พฤศจิกายน วันมหาธีรราชเจ้า


          วันนี้เป็น"วันมหาธีรราชเจ้า"
          เป็นวันสวรรคตของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี
          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๓ ได้รับพระราชทานพระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๘ พรรษา ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมขุนเทพ ทวาราวดี
          เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประชวรและเสด็จทิวงคตลงอย่างกระทันหัน เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในระหว่างประทับทรงศึกษาวิชาการชั้นต้น ณ ประเทศอังกฤษ ให้ทรงดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารแทน เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗
          ขณะทรงพระเยาว์ ได้ทรงศึกษาในพระบรมมหาราชวัง จนถึง พ.ศ.๒๔๓๖ เมื่อพระชนมายุได้ ๑๒ พรรษา สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษโดยมีพระมนตรีพจนกิจเป็นพระอภิบาลตามเสด็จไปด้วย พระองค์ได้ทรงศึกษาวิชาต่าง ๆหลายสาขา ทั้งด้านการทหาร และเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาในด้านการทหารแล้ว เพราะทรงดำรงตำแหน่งสยามมกุฎราชกุมาร และจะต้องเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อไป จึงได้ทรงศึกษาวิชาวิชาพลเรือนเกี่ยวกับกฎหมายและการปกครองต่อไปในมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด กระทั่งพระชนมายุได้ ๒๒ พรรษา จึงพระราชดำเนินเสด็จกลับประเทศไทยใน พ.ศ. ๒๔๔๕
          เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ
          เมื่อเสด็จกลับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รับราชการในกองทัพบก พระองค์จึงได้ทรงรับราชการในกองทัพบก ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญ เช่น ผู้ตำแหน่งทรงบัญชาการทหารมหาดเล็กและได้รับพระราชทานยศเป็นนายพลเอกราชองครักษ์ จเรทหารบก และทรงเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๔๕๐
          ครั้นสมเด็จพระปิยมหาราชเสด็จสรรคต ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ ทรงมีพระปรมาภิไธยย่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงมีพระชนมายุไค้ ๓๐ พรรษา นับเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
          พระองค์ทรงครองราชย์สมบัติได้ถึงปีที่ ๑๕ ก็ทรงพระประชวรโรคพระโลหิตเป็นพิษ ในพระอุทร โดยเป็นมาตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ ภายหลังจาก พระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นต้นมา และสวรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ โดยได้อัญเชิญพระบรมศพไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รวมพระชนมพรรษาได้ ๔๖ พรรษา และเสด็จดำรงสิริราชสมบัติได้ ๑๕ พรรษา แต่เนื่องจากเวลาที่พระองค์เสด็จสวรรคต เป็นเวลา ๑ นาฬิกา ๔๕ นาทีนั้น เพิ่งจะล่วงมาในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชประสงค์ให้ถือเอาวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนเป็นวันสวรรคต และวันที่ ๒๖ พฤศจิกายนเป็นวันเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ
          ๒๕ พฤศจิกายน จึงเป็นวันที่ระลึกวันมหาธีรราชเจ้า
          พระองค์ ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ อันเป็นคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินไทยนานัปการ อาทิ ปรับปรุงการปกครองแผ่นดินเปลี่ยนคำเรียกชื่อเมืองเป็นจังหวัด รวมมณฑลเป็นภาค ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพอย่างประชาธิปไตย โดยพระราชทานเสรีภาพแก่นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ในการแสดงความคิดเห็น และเขียนวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติใด ๆ ผ่านสื่อในยุคนั้นคือหนังสือพิมพ์ได้ ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖ เพื่อเป็นการให้คนไทยมีนามสกุลใช้ ไช้เวลามาตรฐานตามเวลาที่กรีนิชประเทศอังกฤษ ซึ่งเวลาในประเทศไทยจะเร็วกว่าเวลากรีนิช 7 ชั่วโมง และเปลี่ยนแปลงการเรียกชื่อเวลา ใช้คำว่า นาฬิกา เลิกการใช้ทุ่มโมงยาม และให้ถือการเริ่มวันใหม่เป็นหลังเวลาเที่ยงคืน รวมทั้งเลิกประเพณีโห่ฮิ้ว ให้ใช้ไชโยแทน และทรงคิดคำไทยให้ใช้แก่สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ใช้รถยนต์ แทนคำว่า มอเตอร์คาร์ ตำรวจ แทนคำว่า โปลิส
          รวมทั้งเปลี่ยนธงชาติไทยจากรูปช้าง เป็น “ธงไตรรงค์”
          พระราชทานที่ดินและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวง เป็นโรงเรียนในพระองค์ ปัจจุบันคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ทรงยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจ้าอยู่หัวที่ทรงสร้างขื้น เป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย จัดตั้งโรงเรียนเบญจมราชาลัย เพื่อฝึกหัดครูใน
          รวมทั้งมี"ราก"ก่อเกิดโรงเรียนวิเชียรมาตุขึ้นมา


          โรงเรียนวิเชียรมาตุถือกำเนิดขึ้นจากพระราชประสงค์ อันกอปรด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
          จากสมุดหมายเหตุรายวันเล่มแรกของโรงเรียน ถูกบันทึกไว้เป็นความสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พุทธศักราช 2455 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสจังหวัดตรัง ประทับพักผ่อนสำราญพระราชอิริยาบถ ณ ตำหนักผ่อนกาย ทรงปรารภว่า พื้นภูมิทำเลตำบลทับเที่ยงนี้เหมาะสมดี ควรมีสถานศึกษาไว้เพาะปลูกปัญญาแก่กุลบุตรกุลธิดาสืบไป จึงได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นเงิน 4,000 บาท ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง สร้างโรงเรียนขึ้น และพระราชทานนามให้ว่า โรงเรียนวิเชียรมาตุ ซึ่งหมายความถึง พระราชชนนีของพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
          ปี2458 มหาอำมาตย์โท พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ผู้สำเร็จราชการมณฑลภูเก็ตขณะนั้น และรองอำมาตย์โท ขุนเพาะนิสัยชอบ (เชื้อ รัชตรัตน์) ธรรมการจังหวัดตรัง ได้ดำเนินการให้มีการก่อสร้างทั้งหมด 8,155 บาท เสร็จเรียบร้อยในวันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2459
          ปีพุทธศักราช 2459 นั้นเอง ทางการได้ย้ายศาลากลางจังหวัด จากอำเภอกันตัง มาตั้งที่อำเภอบางรัก และได้ย้ายครู-นักเรียนจากโรงเรียนตรังคภูมิ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเดิม มาเรียนที่โรงเรียนวิเชียรมาตุ โรงเรียนประจำจังหวัดใหม่ ในวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2459 ซึ่งขณะนั้นกำลังก่อสร้างอาคารบางส่วนอยู่ เมืองตรังที่ตั้งใหม่เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนสนใจการศึกษาอย่างมาก ทำให้โรงเรียนวิเชียรมาตุ ไม่สามารถรับนักเรียนได้พอกับความต้องการ จึงต้องตัดจำนวนนักเรียนส่วนหนึ่งออก ความทราบถึงสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระองค์จึงพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวน 2,000 บาท สร้างอาคารเรียนหลังที่สองขึ้น พร้อมพระราชทานนาม อาคารหลังนั้นว่า สภาราชินี
          เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 ทางจังหวัดตรังได้รับโรงเรียนวิเชียรมาตุ เข้าในทะเบียนโรงเรียนของจังหวัดตรัง โดยมีรองอำมาตย์ตรี ซุ่นกิ๊ต สินธวานนท์ เป็นครูใหญ่ อำมาตย์โท พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (สิน เทพหัสดิน) ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองอำมาตย์โท ขุนเพาะนิสัยชอบ ธรรมการจังหวัดเป็นผู้จัดการ
          ปีพุทธศักราช 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเลียบหัวเมืองปักษ์ใต้ได้ผ่านจังหวัดตรัง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม กระทำพิธีเปิดโรงเรียนวิเชียรมาตุเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2460 มีนายพลโท พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) สมุหเทศาภิบาล กราบบังคมทูลถวายรายงาน มีกระแสพระราชดำรัสตอบ ความว่า
          "เรามีความยินดีเป็นอันมากที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมโรงเรียนนี้ ซึ่งเสด็จแม่ของเราได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างขึ้น เป็นสถานที่งดงาม ถือว่าเป็นอนุสาวรีย์อย่างหนึ่งสำหรับพระองค์ สำหรับชาติ และเป็นประโยชน์ในการที่จะเพาะกุลบุตรขึ้นไว้ให้ทำหน้าที่ต่อไป ตามสิทธิที่สมุหเทศาภิบาลได้กล่าวมาแล้ว เราเชื่อว่าถ้าได้นำความกราบทูลให้ทรงทราบ คงจะทรงพระปิติเป็นอันมาก ในการที่กิจการได้ทำแล้วสำเร็จ ไปสมดังพระประสงค์ ตัวเราก็มีความยินดี ที่ได้มาเป็นผู้แทนพระองค์ในการเปิดโรงเรียนนี้ และขอให้พรแก่บรรดาผู้ที่แนะนำหรือผู้กำกับการศึกษา ตลอดจนครูบาอาจารย์และนักเรียนที่ได้ศึกษา ณ สถานที่นี้ ขอจงได้มีความเจริญสิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล และส่วนผู้ที่มีหน้าที่ประสิทธิประสาท วิทยาการ ก็ขอให้ได้เห็นผลตามความตั้งใจของตนเองโดยเร็วพลันทันใด และขอให้ผู้ที่ได้ศึกษาวิชาในโรงเรียนนี้ไป ให้ได้วิชาโดยเป็นประโยชน์ แก่ตัว และแก่ชาติบ้านเมืองต่อไปชั่วกาลนาน"
          เมื่อ ปี พ.ศ. 2475 จังหวัดตรังได้เปิด โรงเรียนสตรีประชาบาล เป็นโรงเรียนสำหรับกุลธิดาของจังหวัดตรัง ได้ใช้อาคารสภาราชินี เปิดดำเนินการสอนนักเรียนฝ่ายสตรีจนกระทั่ง ปีพุทธศักราช 2478 ได้ย้ายนักเรียนสตรีจากอาคารสภาราชินี ไปอยู่ที่โรงเรียนสตรีประชาบาล และต่อมาได้ใช้ชื่อ อาคารสภาราชินี เป็นชื่อ โรงเรียนสภาราชินี จนถึงปัจจุบัน
          นี่คือโรงเรียนที่ผมเรัยนจนจบมัธยมปลาย ...โรงเรียนวิเชียรมาตุ

 

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net