วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

:: โครงสร้างกระบวนการต่างๆ ในการเล่นวอลเลย์บอล(ตอนที่ 1)


            

การดูเกมส์การแข่งขันวอลเลย์บอล แต่ละคนก็มีเป้าหมายแต่งต่างกันไป เช่น บ้างก็ชมเพื่อความสนุกสนาน ติดตามเชียร์ทีมที่ตนรัก บ้างก็มีความต้องการชมว่าแต่ละทีมมีวิธีการเล่นอย่างไร เพื่อที่จะได้นำแบบอย่างดีๆ ไปทดลองใช้กับตนเอง เพื่อไปพัฒนาทีมของตนเองบ้าง อย่างไรก็ตามผู้ที่มีความต้องการประเภทหลัง อยากเข้าใจเกมส์วอลเลย์บอลอย่างลึกซึ้งว่าเป็นอย่างไร จำเป็นต้องเรียนรู้ในเรื่องกระบวนการในการเล่นวอลเลย์บอล เพื่อเป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ

โครงสร้างกระบวนการต่างๆ ที่จะอธิบายนี้ หากเข้าใจในหลักการของมัน ก็จะทำให้เราดูวอลเลย์บอลได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ในขณะเดียวกันหากท่านเป็นผู้ฝึกสอนกีฬาวอลเลย์บอล ท่านจำเป็นจะต้องทราบกระบวนการที่เกิดขึ้นในการแข่งขัน เพื่อใช้ในการวางแผนการฝึก ภาพร่างกระบวนการในการเล่น สามารถใช้เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนาทีมของเรา โดยจะทำให้ท่านเห็นภาพได้อย่างชัดเจน และเป็นกรอบแนวคิดที่จะช่วยให้ท่านทราบว่าจุดอ่อนจุดแข็งของทีมคืออะไร และจะปรับปรุงแก้ไขตรงส่วนไหน อย่างไร

ในการแข่งขันวอลเลย์บอล มีกระบวนการหลักอยู่ 2 กระบวนการ
1. กระบวนการเปลี่ยนเสริฟ (Side-out) 
2. กระบวนการทำคะแนน (Point Phase /หรือกระบวนการ Break Point หรือหยุดการทำคะแนนของคู่ต่อสู้)

โดยในที่นี้จะใช้การเรียก Side out และ Break point

เราสามารถสรุปเป็นแนวคิดได้ว่า เกมส์การแข่งขันวอลเลย์บอลจะเป็นการต่อสู้ของทีม 2 ทีม โดยในแต่ละคะแนน เป็นการต่อสู้กันระหว่าง Side out และ ฺBreak Point

"Side out คืออะไร"

กระบวนการนี้เกิดขึ้นในขณะที่ทีมเป็นฝ่ายรับลูกเสริฟ เราจะได้ยินในสนามบ่อยๆ ที่ผู้ฝึกสอนมักตะโกนสั่งลูกทีมว่าให้เปลี่ยนเสริฟให้ได้ ดังนั้น Side out ก็คือกระบวนการเล่นในขณะที่เป็นฝ่ายรับลูกเสริฟ ในการแข่งขันจริงหากทีมใดสามารถเล่นในกระบวนการ Side out ได้ดีประสบความสำเร็จทุกครั้ง กล่าวคือเมื่อคู่ต่อสู้เป็นฝ่ายเสริฟเมื่อไร ทีมเราสามารถชนะในการเล่นทุกครั้ง ทีมจะไม่มีวันพ่ายแพ้ ในขณะเดียวกันคู่ต่อสู้ก็สามารถเปลี่ยนเสริฟได้ทุกครั้งที่เราเป็นฝ่ายเสริฟ การแข่งขันครั้งนี้จะไม่มีทางหาผู้ชนะได้ เพราะจะเปลี่ยนเสริฟกันไปมา จึงเป็นแนวคิดว่า "Side out คือเครื่องมือที่ทำให้เราไม่พ่ายแพ้"

"Break point คืออะไร"

กระบวนการนี้เกิดขึ้นขณะที่ทีมเป็นฝ่ายได้สิทธิ์ในการเสริฟ หากเราเป็นฝ่ายได้สิทธิ์ในการเสริฟ หมายความว่าทีมเรากำลังทำกระบวนการ Break point ไม่ให้คู่ต่อสู้รุกทำคะแนนได้ หากเราชนะในการเล่นเมื่อเป็นฝ่ายเสริฟคือทีมเราประสบความสำเร็จในกระบวนการ Break point ก็หมายความว่าคู่แข่งของเราทำกระบวนการ Side out ไม่สำเร็จ เราก็จะได้สิทธิ์ในการเสริฟต่อ จึงเป็นแนวคิดว่า "Break point คือเครื่องมือที่จะทำให้เราได้รับชัยชนะ"

ทั้งสองกระบวนการนี้การให้ความสำคัญในฝึกซ้อมเตรียมแข่งขันระหว่างทีมชายกับทีมหญิง ให้ความสำคัญในแต่ละกระบวนการต่างกัน

ทีมชาย มีการตบที่รุนแรงหนักหน่วง ความเร็วของลูกบอลจากการตบก็เร็วกว่าผู้หญิง กระบวนการ Side out จึงสำคัญสำหรับทีมชาย จะเห็นได้จากการแข่งขันในประเภททีมชายเราจะไม่ค่อยเห็นการเล่นที่ Rally กันยาวๆ สักเท่าไหร่

ในขณะที่ประเภททีมหญิง ความเร็ว ความหนักหน่วงจากการตบจะช้ากว่าและเบากว่า เราจะเห็นว่ามีการ Rally กันต่อเนื่องบ่อยครั้งในการแข่งขันของทีมระดับใกล้เคียงกัน จะเกิด การรุกโต้กลับ (Counter Attack) บ่อยครั้งในประเภทหญิง ซึ่งการรุกโต้กลับเป็นวิธีการเล่นที่สำคัญในกระบวนการ Beak Point

.....ในตอนนี้เป็นเพียงการทำความเข้าใจว่ากระบวนการที่ใช้ในการแข่งขันมีอะไรบ้าง โดยมองในมุมมองของการเป็นผู้ฝึกสอน ความสำคัญของแต่ละกระบวนการคืออะไร ในตอนต่อๆไปจะได้เขียนถึง องค์ประกอบของแต่ละกระบวนการ แนวทางการฝึกซ้อม การให้น้ำหนักในการฝึกซ้อมแต่ละกระบวนการ.......

โดย นายชำดอก

 

กลับไปที่ www.oknation.net