วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“จุรินทร์” ชี้ ประเทศไทยมีนายกฯ 3 คน -"ยิ่งลักษณ์"แจง ไม่ได้ลอยตัวเหนือปัญหา


 

จุรินทร์” ชี้ ประเทศไทยมีนายก 3 คน ส่วน”นายกฯปู”สอบตกวิชาสภา “ล้มเหลวบริหารประเทศ ยอมรับฝ่ายค้านแพ้โหวตศึกซักฟอก เหน็บ”ปู”หนีสภาได้ แต่ไม่อาจหนีกฎแห่งกรรมได้

เมื่อเวลา 22.15 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้อภิปรายสรุปญัตติการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า สาเหตุที่ต้องเปิดอภิปรายครั้งนี้เพราะสภาพของประเทศตอนนี้มีนายกฯก็เหมือนไม่มีหรือถ้าคิดว่ามีนายกฯก็มีนายกฯหลายคนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมากกว่ากัมพูชาในอดีต ทั้งนี้คิดว่าประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ คนที่1อยู่ต้นน้ำคอยกดปุ่มสั่งการอยู่เมืองนอก คนที่ 2 อยู่กลางน้ำที่อยู่ตรงนี้และคอยชิ่งหนีปัญหา และคนที่ 3 ปลายน้ำคอยอ้าปากรับน้ำอิ่มหมีพลีมัน แต่คนไทยกลับผอมลงเพราะหนี้เพิ่มขึ้น ตนเชื่อว่า มีคณะรัฐมนตรีเพียงคณะเดียวแต่มีนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน จะมีบ้างที่รัฐมนตรีบางคนที่มาจากการแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรี แต่อีกจำนวนมากนำเข้ามาจากต่างประเทศ จนคิดว่าควรจะส่งออกรัฐมนตรีบ้าง

นายจุรินทร์ กล่าวว่า นายกฯควรรับผิดชอบต่อประชาชนที่ได้หาเสียง ควรรับผิดชอบกับรัฐสภาเพราะมีภาระต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนเข้ารับตำแหน่ง และควรบริหารราชการแผ่นดินภายใต้ความรับผิดชอบต่อคำปฎิญาณที่ถวายต่อพระมหากษัตริย์พร้อมกับควรมีจริยธรรมโดยมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

"2ปีที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีสอบตกวิชาสภา เพราะมีกระบวนการไม่ให้นายกฯมาสภาในทุกวันพฤหัสบดีเพื่อตอบกระทู้ของสส. ทั้งหมดมี125กระทู้แต่นายกรัฐมนตรีมาตอบเพียง 2 กระทู้ นอกจากจะสอบไม่ผ่านแล้วยังจะขอดูสอบก่อนด้วยซ้ำจากการขอข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน และแถมยังไม่ลงคะแนนเห็นชอบในกฎหมายสำคัญอย่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี" นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า การบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวทุกกรณี และยังหลอกประชาชนด้วยการบอกว่าจะสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย ทั้งที่ในร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมวงเงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ได้กำหนดเอาไว้ เพราะเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะสิ้นสุดแค่จังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น นอกจากนี้นายกเคยสัญญาว่าจะแก้ไขไม่แก้แค้น นายกฯทำจริง คือ แก้ไข แต่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และแก้แค้นด้วยการใช้กลไกรัฐอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการดำเนินคดีกับพรรคประชาธิปัตย์ และยังโกหก ซึ่งไม่ควรเป็นนายกฯอีกต่อไป เพราะมีการพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรม

"นายกฯอาจคิดว่าท่านมี 300 เสียง และต่อให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคถอนตัวท่านก็ยังอยู่ต่อไปได้ การลงมติในวันที่ 28 พ.ย.ทราบดีว่า พวกเราเป็นฝ่ายแพ้ในการโหวต แต่ไม่ได้หมายความว่า นายกฯจะชนะ การมี 15 ล้านเสียงจะทำอะไรก็ได้ กล้าใช้เสียงข้างมากเพื่อประโยชน์ของตัวเองและคนในครอบครัว ปัญหาของประเทศลุกลามและยากต่อการแก้ไขปัญหาโดยมีนายกฯเป็นตัวปัญหา ถ้านายกฯเห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมืองควรแสดงความรับผิดชอบด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่ถ้ายังลังเลอยู่อาจจะเสียยิ่งกว่าอำนาจก็ได้ นายกฯอาจหนีสภาได้แต่ไม่อาจหนีกฎแห่งกรรมไปได้" นายจุรินทร์ กล่าว

จากนั้นนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯได้สั่งปิดประชุมในเวลา น.และนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ย.เวลา 9.30น.เพื่อให้สส.ลงมติว่าจะไว้วางใจให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ และสั่งปิดประชุมเวลา 23.40 น.

 

"ยิ่งลักษณ์"แจง ไม่ได้ลอยตัวเหนือปัญหา -จงใจให้เกิดการทุจริต

ก่ิอนหน้านั้น เมื่อเวลา 21.40 น.หลังจากอภิปรายในญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อภิปรายสรุปว่า 2 วันที่ผ่านมาถือว่าเป็นวันสำคัญ และเป็นอีกครั้งที่รัฐสภาแห่งนี้ ได้มีโอกาสได้ตรวจสอบการทำงาน ถือว่าเป็นการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหาร ในโอกาสนี้ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุมเท ตลอด 2 วันเต็มๆในการอภิปรายประเด็นต่างๆ ตนเชื่อว่าได้ทำหน้าที่ชี้แจงในประเด็นครอบคลุมที่สมาชิกสงสัยไปแล้ว แต่ในระหว่างการอภิปรายก็มีหลายประเด็นนอกประเด็น พาดพิงไปถึงบุคคลที่ 3 ทั้งนี้ ยืนยันอีกครั้งมีความจำเป็นที่อำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้ถูกอภิปราย อย่างน้อยให้รับทราบหัวข้อที่จะอภิปรายเพื่อให้ประธานได้ควบคุมการประชุมเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งในประเด็นต่างๆเราขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านพยายามช่วยกัน อดกลั้นรักษาบรรยากาศให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี

“การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปไม่ได้ที่นายกฯจะลอยตัวเหนือปัญหา เพราะหน้าที่สำคัญของผู้บริหารคือการตัดสินใจ ดิฉันไม่ได้ลอยตัวเหนือปัญหาแต่อย่างใด รัฐบาลเน้นการทำงานแบบบูรณาการ มีคณะบุคคล มีขั้นตอนระดับนโยบายและปฏิบัติ เราให้ผู้ที่มีความรู้ผู้เชี่ยวชาญทำงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ สิ่งที่ผู้อภิปรายในประเด็นส่วนตัวหรือต่างๆนานา มีประกอบการด้วยการจินตนาการ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นตามที่กล่าวหา ทั้งในเรื่องจงใจ เจตนา วางแผนต่างๆเพื่อให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น เรามีการปฏิบัติตาม ป.ป.ช. เน้นยำให้มีการตรวจสอบทุกนโยบาย หากพบมีการกระทำความผิดต้องลงโทษตามขั้นตอน ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ถือนโยบายนี้จะทำผิดเสียเอง” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวและว่า

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ 2 ล้านล้านนั้นจะมีการจัดซื้อจัดจ้างไปตามระเบียบพัสดุอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีกลไกการตรวจสอบ ส่วนที่กล่าวหากว่า ดิฉันหลอกพี่น้องชาวหนองคายก็ไม่จริง เพราะรถไฟฟ้าความเร็วสูงถูกบรรจุไว้แล้วในร่างพ.ร.บ.กู้เงินฯ ดังกล่าว ส่วนโครงการน้ำเป็นเพื่อบริหารประเทศ มีกลไกติดตามและโครงการรับจำนำข้าวก็จะไม่มีการยกเลิกเพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อชาวนา ไม่มีการทุจริตในระดับนโยบายแต่อย่างใด และยังได้ตรวจสอบอย่างเคร่งครัดหากพบก็จะลงโทษ ส่วนข้อเสนอต่างๆที่สร้างสรรค์ก็จะนำไปศึกษา อีกทั้งขอยืนยันว่าสภานี้เป็นหนึ่งในเสาหลักที่จะได้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย

ทำให้ นายอภิสิทธิ์ ลุกขึ้นประท้วงทันทีว่า นายกฯไม่ควรใช้คำว่าจินตนาการ มันเกินไป เพราะพวกตนใช้ข้อมูลหลักฐานอภิปราย เพราะการจินตนาการ ก็ยกตัวอย่างเช่น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ - นครราชสีมาเป็นต้น

โดย สำนักข่าวเนชั่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net