วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถ้ำเล เขากอบ จังหวัดตรัง


ถ้ำเล เขากอบ จังหวัดตรัง

 

"เลใต้ภูเขา ลอดยาวสุดลี้ น้ำรอบคีรี ที่นี่ถ้ำเลเขากอบ" ...

ถ้ำเลเขากอบ หรือ ถ้ำทะเล หรือ ถ้ำเขากอบ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอห้วยยอด

ถ้ำเลเขากอบ เป็นชื่อที่ชาวบ้านในบริเวณตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เรียกกันตามภาษาพื้นบ้าน การที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ถ้ำเล หรือ ถ้ำทะเล นั้น ไม่ได้หมายถึง โพรงหรือถ้ำที่เกิดจากการผุกร่อนของหน้าผาชายฝั่งทะเล จากการถูกคลื่นกัดเซาะ ทั้งนี้เพราะบริเวณที่ตั้งของตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด อยู่ห่างจากทะเลกว่า 40 กิโลเมตร

คำว่า "ถ้ำเล" นี้ ตามภาษาท้องถิ่นทางภาคใต้หมายถึง สิ่งที่เป็นน้ำ มีบริเวณกว้างใหญ่ เพราะถ้ำเลเป็นถ้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลผ่านตลอดถ้ำ

ถ้ำเลเขากอบในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ในช่วงที่นายนิตย์ สีห์วรางกูร ดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอห้วยยอด คนที่ 32 (พ.ศ. 2536 - พ.ศ. 2540) โดยการพานั่งเรือไฟเบอร์ท้องแบบ ขนาด 7 ที่นั่ง เที่ยวชมภายในถ้ำ

เราซื้อตั๋วจ่ายค่านำเที่ยวและค่าเรือ พร้อมกับแบ่งเป็น 2 กลุ่มใช้เรือสองลำ

ก่อนลงเรือ เราแวะไปดูกระทงที่ตั้งโชว์ไว้ด้านหนึ่ง … เก็บภาพคู่ขวัญคู่หนึ่งของชาวโอเคฯมาฝาก

เมื่อเริ่มต้นการท่องเที่ยวที่ถ้ำเล เขากอบแห่งนี้ มีการใช้เรือที่มีเครื่องยนต์ในการนำเที่ยว … แต่เนื่องจากเขม่าควันจากเรือยนต์ ไปจับที่บริเวณผนังถ้ำ และทำให้หินย้อยอุดตัน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นซึ่งรับหน้าที่บริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวนี้ จึงได้เปลี่ยนมาใช้เรือพายแทน เพื่อเป็นการรักษาสภาพของธรรมชาติภายในถ้ำไว้

การท่องเที่ยวถ้ำเล เขากอบสามารถที่จะเดินทางเข้าชมได้ทั้งปี ยกเว้นช่วงฤดูน้ำหลาก เนื่องจากระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นสูงจนไม่สามารถเดินทางเข้าภายในถ้ำได้

“ลงมาเลยนะครับ ระวังด้วย นั่งแถวละสองคนนะครับ” ไกด์ของเราแนะนำและช่วยเหลือให้เราลงเรืออย่างปลอดภัย

เรือท้องแบนแล่นเอื่อยๆมาตามลำน้ำแคบๆ การผจญภัยเพื่อไปพบกับอันซีนแห่งหนึ่งของจังหวัดตรังกำลังจะเริ่มขึ้น … ฝั่งหนึ่งมีต้นไม้ขนาดกลางขึ้นอยู่จำนวนมาก สร้างบรรยากาศที่รื่นรมย์ สบายๆในการเดินทางไม่น้อย

เรือแล่นมาถึงปากทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่พอควร ภายใต้ภูเขาหินปูนตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เข้าใจว่าส่วนนี้เป็นส่วนของปากมังกร … สักพักเราก็ขึ้นฝั่งเพื่อไปชมโถงถ้ำในส่วนต่างๆ

ถ้ำเลประกอบด้วย ถ้ำต่าง ๆ หลายถ้ำ อยู่ภายใต้ภูเขากอบ สภาพภายในถ้ำเขากอบมีหินย้อยที่แตกต่างไปจากถ้ำอื่น ๆ คือ มีหินย้อยประเภทที่เรียกว่า หลอดหินย้อย (Soda straw) อยู่เป็นจำนวนมาก แสดงถึงช่วงของการเกิดเป็นหินย้อยในระยะต้น

ภายในถ้ำเลเขากอบนั้น มีโถงถ้ำมากมายหลายถ้ำ อาทิ ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำพระสวรรค์ ถ้ำตะพาบน้ำ ถ้ำเพชร ถ้ำพลอย และถ้ำแป้ง เป็นต้น แต่ปัจจุบันนี้ เปิดให้บริการท่องเที่ยวเพียง 5 ถ้ำเท่านั้น

เรือแล่นตามสายน้ำมาเรื่อยๆ ผ่านพื้นที่ซึ่งค่อย ๆ แคบและมืดลงเรื่อยๆ  จุดเริ่มต้นของความหวาดเสียวเล็ก ๆ … ไกด์บอกให้เราหมอบหรือนอนราบไปกับเรือ ในขณะที่เรือแล่นทะลุความมืดมิดและคับแคบ มาโผล่บริเวณ ถ้ำคนธรรพ์ ซึ่งเป็นโถงถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม

บริเวณนี้ มีหินอยู่ส่วนหนึ่งที่เมื่อเคาะแล้วจะเกิดเสียงกังวานคล้ายเสียงเครื่องดนตรีไทย นอกจากนี้ชาวบ้านยังตำนานเล่าต่อกันว่า ในอดีตมีคนธรรพ์มาเคาะเล่นดนตรีให้นางกินรีฟังขณะที่กำลังเล่นน้ำตกภายในถ้ำ และมีหินส่วนหนึ่ง ย้อยลงมา คล้ายกับม่านฉากมโนราห์สวยงาม

เราเดินทางกลับมาทางเดิม และนั่งเรือต่อไปที่ ถ้ำรากไทร โถงถ้ำที่มีลักษณะเป็นทางเดินยาว ตลอดทางเดินจะมีรากไทรขนาดใหญ่ทอดตัวขนานไปด้วย ... ถ้ำรากไทร เป็นโถงถ้ำที่มีลักษณะทางเดินยาว ตลอดทางเดินจะมีรากไทรขนาดใหญ่ทอดตัวขนานไปตลอดทางเดิน

หินเจดีย์ ... เหมือนมากทีเดียว

ในบางพื้นที่ยังสามารถเห็นปะการังติดอยู่ตามเพดานถ้ำ ... อาจจะเป็นเพราะถ้ำแห่งนี้เคยอยู่ใ้ผืนน้ำมาก่อน

สักพัก เราเดินทะลุไปยังบริเวณที่เป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น "หินเจ้าที่" คอยดูแลปกปักรักษาอาณาเขตแห่งนี้

เดินเลยไปหน่อยก็จะถึง ถ้ำเจ้าสาว มีหินงอกลักษณะคล้ายผ้าม่านกั้นอยู่บริเวณด้านหน้าโถง

ภายในมีแท่นหินลักษณะคล้ายเตียงนอน ชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อกันว่า… หากคนที่ยังไม่มีคู่ เมื่อลอดเข้าโถงถ้ำทางช่องกลางของม่านเจ้าสาว กลับไปก็จะได้พบกันเนื้อคู่ … แต่ถ้าหากมีคู่แล้วก็ให้ลอดช่องทางด้านซ้ายมือก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข …. แต่ถ้าหากคนไหนมีคู่แล้ว ต้องการมีเพิ่มก็ให้ลอดช่องด้านขวามือ เมือกลับไปจะได้พบคู่เพิ่ม และเมื่อออกจากโถงถ้ำเจ้าสาว จะต้องออกทางช่องใหญ่ มิฉะนั้นจะไม่เป็นดังคำอธิษฐาน

บ่าวสาวในรูปจูงมีกันลอกผ่านช่องทางด้านซ้าย ... แอบได้ยินแว่วๆว่า "เราจะได้รักกันตลอดไป"

ตลอดทางเดินชมถ้ำต่าง ๆ จะมีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตาให้ได้ดูมากมาย แสงจากไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้ภายในถ้ำ ก่อเกิดเป็นรูปเงาในมิติต่างๆดูสวยงาม

หินงอก หินย้อยบ่งดูเหมือนลายริ้วที่พริ้วไหวเหมือนเกลียวคลื่น บ้างก็คล้ายซุ้มประตู เสาหิน หรือเป็นรูปร่างสัตว์ต่างๆตามแต่จินตนาการของแต่ละคนจะพาไป นับเป็นประติมากรรมที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างไว้อย่างมหัศจรรย์

ไกด์ของเราบอกว่านี่คือ กลดสีเงินของพระธุดงค์ ข้างๆกันเป็นกลดสีทอง

ในบางพื้นที่ที่มีแสงสว่างจะมีพืชสีเขียวขึ้นตามผนังถ้ำ ด้วยได้แสงเป็นแหล่งพลังงานในการช่วยสังเคราะห์แสง เพื่อสร้างอาหาร เป็นความมหัศรรย์ของธรรมชาติที่น่าทึ่งมากมาย

หินตาหินยาย … ใครนะช่างตั้งชื่อ และไกด์บอกว่าผู้คนที่เข้ามาชมชอบที่จะลูบคลำหินกลุ่มนี้ซะด้วย

หินรูปช้าง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมลอดท้องช้างเพราะเชื่อว่าจะโชคดี

ช่วงถัดไปเราจะต้องลงเรือเพื่อไปยังถ้ำสุดท้าย นั่นก็คือ ถ้ำลอด หรือ ถ้ำมังกร ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ในการมาเยือนถ้ำเลเขากอบ เพราะสร้างความตื่นเต้น หวาดเสียว ลุ้นระทึก และประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เนื่องจากต้องนอนราบขนานไปกับเรือ เพื่อลอดส่วนที่มีเพดานถ้ำที่ต่ำที่สุด มืดที่สุด แคบที่สุด ตลอดระยะทางประมาณ 350 เมตร

เชื่อกันว่า การได้ลอดผ่านจุดนี้ เปรียบเสมือนการนอนลอดผ่านท้องมังกรถือเป็นสิริมงคล ทำให้ชาวจีนในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน เดินทางมาลอดกันเป็นจำนวนมาก

ไกด์นำทางดูแลเราอย่างดีตลอดทาง ให้เราเก็บกล้องถ่ายภาพ (เป็นเหตุให้ไม่มีรูปมาฝากค่ะ) ไม่ให้วางบนลำตัว พร้อมทั้งพูดติดตลกว่า … “แขม่วท้องไว้นะครับ ให้ท้องแบนราบกับเรือ … แขม่วท้องได้ แขม่วหน้าอกคงไม่ได้ และผมก็ช่วยกดให้ไม่ได้ด้วย อิ อิ”

เรือค่อยแล่นผ่านโถงถ้ำ เกือบตลอดทางที่ปลายจมูกของเราเฉียดฉิวชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดกับแง่หินที่ย้อยลงมา … ในขณะที่ไกด์ซึ่งนั่งอยู่ท้ายเรือช่วยกดขอบเรือแต่ละข้างอย่างระมัดระวัง เพื่อให้เราทั้งหมดผ่านหินที่คบกริบเหมือนใบมีดไปได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่ตัวเขาเองบางครั้งโดนคมหินไปหลายต่อหลายครั้ง

ฉันไม่ได้หลับตาตลอดทาง แต่กรีดร้องเป็นระยะๆ เหมือนช่วงที่เด็กๆนั่งบนเครื่องเล่นแบบผาดโผน … บอกไกด์และเพื่อร่วมทางว่า ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ภายในที่กดดัน จะว่าไป เป็นความสนุกและตื่นเต้นอีกครั้ง

ตลอดระยะทางเพียง 350 เมตร ที่เราต้องนอนราบไปกับเรือเพื่อลอดท้องมังกร มันให้ความรู้สึกยาวนานนับชั่วโมงทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ใช้เวลาไม่กี่นาที อาจเพราะเส้นทางที่ใช้ทั้งคับแคบ ทั้งเตี้ย ทั้งกด และทั้งบีบ แถมบางช่วงบางจังหวะก็หายใจไม่ทั่วท้อง

          ... ไม่น่าเชื่อว่าภูเขาลูกเล็ก ๆ ที่ดูไม่น่ามีอะไร จะมีความอัศจรรย์ของธรรมชาติซุกซ่อนอยู่ด้านใน และรอให้ผู้คนเดินทางไประทึกใจด้วยตัวเอง และเชื่อเถอะว่ามันจะเป็นช่วงหนึ่งของชีวิต ที่คุณจะจดจำไม่รู้ลืม

 

การท่องเที่ยวถ้ำเลเขากอบสามารถเดินทางได้เข้าชมได้ทั้งปี ยกเว้นช่วงฤดูน้ำหลาก เนื่องจากระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นสูงจนไม่สามารถเดินทางเข้าภายในถ้ำได้ ซึ่งการเข้าชมภายในถ้ำ อบต. เขากอบ ได้จัดเรือพายบริการนำเที่ยวชมความงามของถ้ำ ถือเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนในท้องถิ่น ค่าบริการเรือลำละ 300 บาท/5 คน ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 45 นาที เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบ โทรศัพท์ 0 7550 0117, 0 7550 0088 ต่อ 107

 

ขอบคุณ : เนื้อความบางส่วนจาก วิกิพีเดีย

ช่วงเย็นของการเยือนตรังวันที่สอง เราไปรับประทานอาหารกันที่ ร้านปูนิ่ม เกาะเคียม ซึ่งมีชื่อสำหรับเมนูอาหารทะเล โดยเฉพาะปู และปูไข่ ...

เมื่อปูมีไข่ ก็ต้องเป็นปูตัวเมียแน่นอน ...  ปู ขึ้นโต๊ะแล้ววันนี้

ทะเลผัดฉ่า ... แกงส้ม ... หอยนางรมผัดฉ่า

ปูนิ่มยำตะไคร้รสชาติจัดจ้าน หอมตะไคร้หั่นฝอยที่คละเคล้ามากับน้ำยำ

 น้ำพริกกับผักสด ทานกับข้าวสวยร้อนๆ และ หลากหลายเมนูอร่อยๆ

เมนู  ปู ... กินอย่างเมามัน

กินให้หมด จนเหลือแต่ซาก สะใจจริงๆ

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net