วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวงานประเพณีแซนโดนตา – งานบุญสารทเดือนสิบของชาวไทยเขมร


เที่ยวงานประเพณีแซนโดนตา – งานบุญสารทเดือนสิบของชาวไทยเขมร

       วันแรม  15  ค่ำ เดือน 10 ในอีกไม่กี่เดือน ที่จะถึงนี้เทศกาลอันเป็นงานบุญของชาวไทยเขมรที่ยิ่งใหญ่ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว   นั่นก็คือ  เทศกาลงานบุญประเพณีแซนโดนตา หรือประเพณีเซ่นผีปู่ตาในเดือนสิบ  หรือถ้าเรี่ยกกันแบบเต็มๆตามชื่อเรี่ยกของชาวไทยเขมรว่า  แซนโดนตาแคเบ็น หมายถึง การเซ่นผีปู่ตาเดือนสิบหรืองานบุญสารทเดือนสิบนั่นเอง   ซึ่งชาวไทยเขมรทุกที่ทั่วระแหงไม่ว่าในไทยหรือฝั่งกัมพูชาจะต้องประกอบกิจประเพณีพิธีกรรมงานบุญนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วเป็นประจำทุกปี

         

      เครื่องเซ่นโดนตาประกอบด้วยอาหารขาวหวานต่างๆมากมาย

งานแซนโดนตานั้นเป็นกิจกรรมหลัก  ในวันสารทเขมรโดยสารทเขมรแบ่งออกเป็นสองช่วงคือ  เบ็นตู๊จ(สารทเล็ก)ในวันขึ้น  14  ค่ำเดือน 10 จะเป็นเพียงการการนำข้าวของไปทำบุญที่วัดไม่มีการเซ่นผีปู่ตาที่บ้าน  หลังจากนั้นวันแรม  15 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันเบ็นธม(สารทใหญ่)  อันเป็นวันที่ชาวบ้านต้องมีการแซนโดนตาโดยก่อนจะถึงวันนี้  ชาวบ้านจะมีการตระเตรียมข้าวของต่างๆมากมายที่จำเป็นต้องใช้ในการเซ่น  ไม่ว่าจะเป็น กล้วย  ข้าวต้มหมัดที่ห่อจากใบตองที่ชาวเขมรเรี่ยกว่า  อันซอมเจ๊ก  และที่ห่อจากใบมะพร้าวเรี่ยกว่า  อันซอมโดง  ไก่ย่าง   ปลาย่าง  หมูย่าง   เนื้อวัวย่าง  ผัก   ผลไม้   อาหารแห้ง  หมากพลู  และของที่จำเป็นต่างๆอีกมากมาย

       

       

        

         นายอำเภอกำลังจุดธูปเทียนปักลงบนเครื่องเซ่นผีปู่ตา

  ซึ่งบรรยากาศในท้องตลาดสี่ถึงห้าวันก่อนวันแซนโดนตาไม่ว่าจะเป็นในตัวอำเภอ หรือจังหวัดที่มีชุมชนคนไทยเขมรอาศัยอยู่อย่างเช่น ที่สุรินทร์  ศรีสะเกษ  บุรีรัมย์   ร้อยเอ็ด  ถ้าท่านผ่านไปในชุมชนหรืออำเภอ  ในช่วงดังกล่าวจะมีความจอแจเออัด  เต็มไปด้วยกลุ่มคนเชื้อสายเขมรมาจับจ่ายข้าวของเตรียมงานกันอย่างหนาตา   โดยเฉพาะตลาดกล้วยที่มาจากแหล่งต่างๆ   ต่างขนมาเป็นนับร้อยๆคันรถ   มาขายในที่ที่เป็นชุมชนชาวเขมรซึ่งกล้วยนับเป็นผลไม้มงคลที่จำเป็นที่สุดในการนำไปประกอบเครื่องเซ่นในพิธีดังกล่าว

  

พิธีแซนโดนตาหรือเซ่นผีปู่ตาที่จัดขึ้น ณ  ลานอนุเสาวรีย์พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน

      วันแซนโดนตาจะเริ่มขึ้นในเช้าวันแรม 15 ค่ำ  เดือน  10  หรือแคเบ็น(เดือนกันยายน) ซึ่งเช้าตรู่ของวันนี้ชาวบ้านจะต้องตื่นมาเตรียมทำอาหาร  คาว  หวาน  และข้าวของที่ได้จากการเตรียมไว้ก่อนหน้านี้  มาจัดวางสำหรับลงในกระเชอที่เรี่ยกว่า กันจือเบ็น(กระเชอเบ็น)  โดยมีการจัดวางอย่างสวยงามไม่ว่าจะเป็น  ข้าวต้มทั้งสองอย่างดังที่กล่าวแล้ว  ปลา  ไก่  เนื้อหมู   วัว  ย่าง  ผลไม้  ผัก  ขนมนมเนย  อาหารแห้งต่างๆ  ที่จำเป็น  ซึ่งครอบครัวทุกครอบครัวที่แยกตัวออกมาจากพ่อแม่มามีลูกมีหลานจะต้องเตรียม กันจือเบ็น(กระเชอเบ็น)    พอตกถึงเวลาประมาณ  16 -  17  นาฬิกา 

    

         

  บรรยากาศระหว่างพิธีแซนโดนตาประกอบด้วยผู้คนจากตำบลต่างๆ

 ลูกหลานหรือครอบครัวต้องนำ กันจือเบ็น(กระเชอเบ็น)ไปที่บ้านพ่อแม่ของตนหรือที่บ้านบรรพบุรุษเรี่ยกว่า  จูนกันจือเบ็น(ส่งกระเชอเบ็น)  โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกหลานและบรรพบุรุษมากๆจะมีความสนุกสนานอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตากันได้พบปะพูดคุยกัน   พอตกเย็นเวลา  19 – 20   นาฬิกา  จะมีพิธีแซนโดนตาเริ่มขึ้นโดยนำข้าวของที่ลูกหลานนำมา   มาเซ่นซึ่งจะมีคนเฒ่าคนแก่และลูกหลานในสายตระกูลและเพื่อนบ้านมาร่วมพิธีซึ่งแต่ละบ้านที่เป็นหัวหน้าหรือมีสายสัมพันธ์กันกลุ่มคนเฒ่าคนแก่จะเวียนพากันไปแซนโดนตาจนครบบ้านแต่ละเครือญาติจนหมด   พิธีแซนโดนตานี้จะกระทำกันบนบ้านและต้องเรี่ยกชื่อญาติพี่น้องที่ตายไปแล้วให้มารับเครื่องเซ่นให้ครบทุกคนถ้าไม่ครบอาจเกิดการไม่พอใจแก่ผีบรรพบุรุษจะทำให้ครอบครัวไม่สบาย   ซึ่งระหว่างนี้ก็จะมีการละเล่นบรรเลงเพลงกันตรึม   มโหรี  กันอย่างสนุกสนานเครื้อนเครง   

          

             

กลุ่มคนในอำเภอขุขันธ์ที่กำลังร่วมกันแซนโดนตาในนามตำบลของตนที่สืบเชื้อสายเขมร

หลังจากนั้นเช้ามืดประมาณตีสี่ของวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 11 เจ้าบ้านต้องตื่นมาเซ่นอีกครั้ง     และเตรียมอาหารคาวหวานไปถวายพระทำบุญที่วัด    และนำข้าวของเหล่านี้ลงกระเชอเช่นเดียวกับกระเชอเบ็นเพื่อนำไปวัด  โดยที่กระเชอเบ็นนี้จะมีการใส่บายเบ็นหรือบายตะเบิ๊ดตะโบร(ข้าวปั้นเป็นก้อนเล็กๆ) ประดับในกระเชอด้วย และมีการปักประดับด้วยรวงข้าวสารที่ทำขึ้นจากนำก้านมะพร้าวมาทาด้วยข้าวต้มให้เหนียวแล้วทาบให้ข้าวสารติดนำไปประดับในกระเชอ และที่ก้นกระเชอนี้จะมีข้าวต้มและผลไม้ต่างนำมาตัดเป็นท่อนเป็นแว่นเพื่อไว้ไปเซ่นผีปูตาที่วัด   พอถึงเวลาประมาณตีห้าชาวบ้านต้องยกกระเชอเหล่านี้ไปที่วัดซึ่งจะเป็นหน้าที่ของผู้ชายเพื่อไปประกอบพิธีที่เรียกว่าการแห่ บายตะเบิ๊ดตะโบร(ข้าวปั้นเป็นก้อนเล็กๆ)ไปซึ่งพิธีนี้จะทำหลังพิธีสงฆ์ที่มีการอุทิศส่วนกุศลเสร็จสิ้นโดย พิธีที่เรียกว่าการแห่ บายตะเบิ๊ดตะโบร(ข้าวปั้นเป็นก้อนเล็กๆ)นี้จะถูกนำไปโยนหรือวางรอบโบสถ์วิหารเจดีย์อัฐิผู้ตายส่วนข้าวต้มและผลไม้ที่ตัดเป็นท่อนๆก็จะนำไปวางที่เดียวกัน  หลังจากเสร็จสิ้นพิธีนี้ขากลับบ้านชาวบ้านจะต้องเหลือข้าวต้มและผลไม้ที่ตัดเป็นท่อนบางส่วนกลับไปไว้นำไปเซ่นที่นาด้วย     วงมโหรีมีการเริ่มบรรเลงเพลงรออยู่ที่วัดแล้วหลังจากเสร็จสิ้นพิธีแห่ บายตะเบิ๊ดตะโบร   จากนั้นแปดโมงเช้า ชาวบ้านผู้หญิงที่เตรียมอาหารคาวหวานจะนำอาหารไปถวายให้พระฉันอาหารเช้าที่วัด  ถือเป็นการเสร็จสิ้น ประเพณีแซนโดนตา – งานบุญสารทเดือนสิบของชาวไทยเขมร

  

           อนุเสาวรีย์พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวนเจ้าเมืองขุขันธ์

      ปัจจุบันแม้ประเพณีนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่ก็ยังคงรูปแบบแบบแผนตามขนบธรรมเนียมของชาวไทยเขมรไว้อย่างแนบแน่นไม่ให้สูญหายไปจากสังคมไทยบนความหลากหลายทางวัฒนธรรมความเชื่อของท้องถิ่นที่เป็นรากเหง้าของสังคมผืนใหญ่ที่เรี่ยกว่าประเทศ 

 

     

นายอำเภอกำลังจุดธูปเทียนหน้าอนุเสาวรีย์พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวนท่านถือเป็นโดนตาเมืองขุขันธ์

      ปัจจุบันในอำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษได้มีการจัดงานประเพณีแซนโดนตาขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเริ่มมาสองสามปีแล้ว  ทั้งนี้เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงามและถือเป็นวันครอบครัวอีกวันหนึ่งของคนไทยเขมรประจวบกับในอำเภอนี้และอำเภอใกล้เคียงมีมีชาวไทยเขมรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากจึงถือจัดงานประเพณีนี้เป็นเอกลักษณ์งานประจำอำเภอขุขันธ์   โดยงานนี้จะมีกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประเพณีแซนโดนตาและวัฒนธรรมท้องถิ่นชาวไทยเขมรอย่างมากมาย   ไม่ว่าจะเป็นริ้วขบวนแห่ กันจือเบ็น(กระเชอเบ็น)จากหมู่บ้านตำบลต่างๆมาเซ่นต่อพระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวนเจ้าเมืองขุขันธ์สมัยก่อนโดยจะเริ่มขึ้นในช่วงเช้า  ตลอดจนมีการบรรเลงกันตรึม  การแสดงพื้นบ้านต่างๆอย่างสนุกสนานน่าชม 

         ท่านใดที่สนใจ  สามารถเดินทางไปร่วมงานชมและสัมผัสวิถีประเพณีแซนโดนตาของชาวไทยเขมรได้ 

        

โดย บรรณาลัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net