วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เปิดใจ"เพราะคำว่า..เพื่อนรักของสุเทพ.. มีความหมาย"


 

@นักการเมือง กับ นักต่อสู้ทางการเมือง


@สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศกลางเวทีว่า..สนธิญาณ เป็นเพื่อนรัก ทำให้รู้สึก

ลำบากใจในการที่จะพูดถึง..สุเทพ ในทางที่เป็นคุณ เพราะจะเป็นการอวยกันไป

กันมา


@แต่กรณี..กรณ์ กับ สุเทพ นี้ไม่พูดไม่ได้ เพราะนอกจากสนิทสนมทั้ง ๒ คนแล้ว

เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องทางยุทธศาสตร์...ในการต่อสู้ครั้งนี้


@ผมทำข่าวมา ๓๐ ปีเพิ่งคุยกับ สุเทพ ครั้งแรกในชีวิตเมื่อปลายเดือนเมษา ๕๓

คงแปลกใจว่าในเส้นทางไม่เคยเจอกันเลยหรือ เจอกันแต่ผมไม่เคยเข้าไปเสวนา

เพราะไม่มีประเด็นจะพูดกันและไม่ชอบอยู่ใกล้ นักการเมือง ตัวเองก็เป็นเพียง

นักข่าวตัวเล็ก ๆ แต่เพราะทนไม่ได้กับการเคลื่อนไหวด้วยความรุนแรงของแกน

นำคนเสื้อแดงที่ต้องการยกระดับการต่อสู้ให้เป็นสงครามกลางเมืองเพื่อดึง

พระเจ้าอยู่หัวให้มาคลี่ลายสถานการณ์ เพื่อเอาทักษิณกลับไทย ผมจึงขอติดต่อ

ไปพบสุเทพ เพราะผมเคยเรียนรู้และฝึกฝนเรื่องการลุกขึนสู้ในเมืองมา คิดว่าถ้า

ได้คุยกับสุเทพซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบประสบการณ์จะเป็นประโยชน์กับประเทศ

ชาติ


@กรณ์ คุยกันเพราะนักข่าวน้องรักคนหนึ่งนัดให้คุยกันเมื่อปี ๕๒ คุยกันแล้วก็

ประทับใจตลอดมาเพราะว่าเป็นคนมีวิสัยทัศน์ดีและมีความคิดทางยุทธศาสตร์

จึงพูดคุยติดต่อกันตลอดมา


@กับสุเทพหลังจากพบกันในครั้งนั้น ก็เสนอจะช่วยหาค่าโฆษณาให้กับทีนิวส์

จำนวนที่ทำให้อยู่รอดได้ แต่ผมปฏิเสธเพราะสองบริษัทที่เสนอมาผมไม่ชอบใจ

ในวิธีดำเนินธุรกิจ สุเทพแปลกใจไอ้นี่บ้าหรือเปล่า อีกด้านผมเองหลังจากได้คุย

กันคิดว่า...คน ๆ นี้เป็นลูกผู้ชายหัวใจคบได้


@หลังจากเป็นฝ่ายค้าน ผมก็ยิ่งสนิทสนมทั้ง ๒ คน สุเทพไม่รับตำแหน่งใดใน

พรรค เพราะคิดสู้กับระบอบทักษิณ ไม่ได้คิดเล่นการเมืองแล้ว เหมือนที่เคยเป็น

กรณ์เองก็ทำหน้าท่ีฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ


@ผมพูดเรื่อง..ปฏิวัติประชาชน...กับสุเทพ บ่อยครั้ง ถูกถามกลับมาเสมอ คุณคิด

ว่าประชาชนพร้อมแล้วหรือ ผมตอบว่า ๘๐ ปีที่ผ่านมา หลังจากชิงอำนาจจาก

พระมหากษัตริย์มาแล้ว ประชาชนได้สัมผัสกับคำว่า อำนาจของตัวเองน้อยมาก

จากอำนาจเผด็จการ ทหาร สู่ เผด็จทุนนิยมประชาธิปไตยคือมายาจอมปลอมที่

ทหาร ทุน นักการเมือง ใช้มอมเมาด้วย..การสร้างให้เชื่อว่า ประชาธิปไตยคือ

การเลือกตั้ง


@ระบอบเผด็จการทหารเข้าใจง่าย แต่ระบอบเผด็จการทุนนิยมซับซ้อนต้องรอ

เวลา ทักษิณคือตัวแทนของเผด็จการทุนนิยม ที่ช่วยเร่งเวลาเพราะกระทำการ

ทุกอย่างด้วยคิดว่าอำนาจตัวเองเบ็ดเสร็จ อำนาจรัฐ มวลชน สื่อ และเงิน แต่

ทักษิณไม่ได้คิดถึงเรื่อง..ปัญญาและหัวใจ..คน ว่ามีอำนาจกว่าสิ่งใดทั้งปวง


@เมื่อ สุเทพ บอกว่าพร้อม คนที่รอวันนี้มา ๓๖ ปีเช่นผมจึงไม่รีรอที่จะบอก

ว่า..เดินไปด้วยกัน ไม่ว่าผลสรุปจะเป็นเช่นไรจะเผชิญหน้ารับ บอกทุกคนใน

ครอบครัวให้พร้อมรับสถานการณ์ ไม่เคยประกาศตัวเป็นแกนนำทำงานไปเงียบๆ

แต่เราร่วมกันมาตั้งแต่วันแรก ที่สำคัญผมยืนยันเป็นหุ้นส่วนที่ไม่ต้องการผลตอบ

แทน ไม่ได้ลงแต่แรงกาย แต่ลงเงินไปหลายล้านบาท เพราะทุกครั้งที่เห็น


สุเทพ โทรไปยืมเงินคนโน้นคนนี้ ทีละ ๒-๓ ล้านบาท สัญญาว่าขายที่ได้ น้ำตาจะ

ไหลทุกที ไม่ใช่เท่าแต่ผมแกนนำคนอื่นก็เช่นกันลงทั้งเงินลงทั้งแรง


@ผมลาออกจากทีนิวส์ ไม่อยากให้น้อง ๆ ที่ร่วมสร้างองค์กรกันมาต้องเดือดร้อน

ทิ้งอาชีพที่รัก เอาธุรกิจที่มีเข้าเสี่ยง...ด้วยเหตุผลเดียว...เชื่อหัวใจของ...สุเทพ

ที่เราจะเดินไปให้สุดฝัน


@ถึงวันนี้ผมคิดว่าผมตัดสินใจไม่ผิด...ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร แต่วันที่ ๒๔ ที่

คนไทยตื่นรู้ ทะลายกรงแห่งความกลัวออกมามันคุ้มค่าเกินบรรยาย ประชาชน

ตื่นรู้ด้วยปัญญา บ้านเมืองไทยในวันข้างหน้าจะไม่เหมือนเดิม


@สุเทพได้ปลุกพลังแห่งการตื่นรู้ของคนไทยขึ้นอย่างไม่มีใครทำได้มาก่อน

ไม่แน่ว่าในอนาคตจะมีอีกหรือไม่ แต่ทุกอย่างได้มาด้วยความเสี่ยงส่วนตัวทั้งสิ้น

วันนี้ถูกออกหมายจับ ต้องนอนต้องกินในทุกสภาพ...ผมคิดว่านี่คือความเสียสละ


@คนยืนข้างเวทีมีสิทธิ ที่จะวิจารณ์ตามหลักการที่ตัวเองเชื่อในที่สาธารณะ

ดังเช่นกรณ์ แต่ต้องระวังว่าบางครั้งมันจะเข้าทาง เป็นเครื่องมือศัตรูของ

ประชาชน สุเทพจึงต้องตอบโต้กลับในที่สาธารณะเช่นกันเพราะศัตรูประชาชน

เอาเป็นประเด็นไปขยายผลปั่นกระแสบั่นทอนการต่อสู้ ผมเชื่อในหัวใจของ

ประชาชนว่าจะเข้าใจในเหตุผลของคนทั้งสอง


@ผมไม่เคยเขียนเรื่องขอตัวเองว่าทำอะไร ที่ไหนอย่างไร ไม่ชอบเป็นคนสำคัญ

ไม่ชอบให้ใครมาชื่นชมว่าเป็นคนดี เพราะไม่ได้ดีสักเท่าไร


แต่ครั้งนี้..เพราะคำว่า..เพื่อนรักของสุเทพ.. มีความหมาย ไม่ใช่ต่อผมแต่เป็น

เรื่องของประเทศชาติ จึงต้องเขียนเปิดใจ ชวนทุกคนท่ีเห็นด้วยเปิดหน้ามา..สู้

ร่วมกันครับ

 
@นักการเมือง กับ นักต่อสู้ทางการเมือง
@สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศกลางเวทีว่า..สนธิญาณ เป็นเพื่อนรัก ทำให้รู้สึกลำบากใจในการท่ีจะพูดถึง..สุเทพ ในทางท่ีเป็นคุณ เพราะจะเป็นการอวยกันไปกันมา
@แต่กรณี..กรณ์ กับ สุเทพ นี้ไม่พูดไม่ได้ เพราะนอกจากสนิทสนมทั้ง ๒ คนแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องทางยุทธศาสตร์...ในการต่อสู้ครั้งนี้
@ผมทำข่าวมา ๓๐ ปีเพิ่งคุยกับ สุเทพ ครั้งแรกในชีวิตเมื่อปลายเดือนเมษา ๕๓ คงแปลกใจว่าในเส้นทางไม่เคยเจอกันเลยหรือ เจอกันแต่ผมไม่เคยเข้าไปเสวนาเพราะไม่มีประเด็นจะพูดกันและไม่ชอบอยู่ใกล้นักการเมือง ตัวเองก็เป็นเพียงนักข่าวตัวเล็กๆ แต่เพราะทนไม่ได้ กับการเคลื่อนไหวด้วยความรุนแรงของแกนนำคนเสื้อแดงท่ีต้องการยกระดับการต่อสู้ให้เป็นสงครามกลางเมืองเพื่อดึงพระเจ้าอยู่หัวให้มาคลี่ลายสถานการณ์เพื่อเอาทักษิณกลับไทย ผมจึงขอติดต่อไปพบสุเทพ เพราะผมเคยเรียนรู้และฝึกฝนเรื่องการลุกขึนสู้ในเมืองมา คิดว่าถ้าได้คุยกับสุเทพซึ่งมีหน้าท่ีรับผิดชอบประสบการณ์จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ
@กรณ์ คุยกันเพราะนักข่าวน้องรักคนหนึ่งนัดให้คุยกันเมื่อปี๕๒ คุยกันแล้วก็ประทับใจตลอดมาเพราะว่าเป็นคนมีวิสัยทัศน์ดีและมีความคิดทางยุทธศาสต์ จึงพูดคุยติดต่อกันตลอดมา
@กับสุเทพหลังจากพบกันในครั้งนั้น ก็เสนอจะช่วยหาค่าโฆษณาให้กับทีนิวาส์ จำนวนท่ีทำให้อยู่รอดได้ แต่ผมปฏิเสธเพราะสองบริษัทท่ีเสนอมาผมไม่ชอบใจในวิธีดำเนินธุระกิจ สุเทพแปลกใจไอ้นี่บ้าหรือเปล่า อีกด้านผมเองหลังจากได้คุยกันคิดว่า...คนๆนี้เป็นลูกผู้ชายหัวใจคบได้
@หลังจากเป็นฝ่ายค้าน ผมก็ยิ่งสนิทสนมทั้ง ๒ คน สุเทพไม่รับตำแหน่งใดในพรรค เพราะคิดสู้กับระบอบทักษิณ ไม่ได้คิดเล่นการเมืองแล้ว เหมือนท่ีเคยเป็น กรณ์เองก็ทำหน้าท่ีฝ่ายค้านท่ีมีคุณภาพ
@ผมพูดเรื่อง..ปฏิวัติประชาชน...กับสุเทพ บ่อยครั้ง ถูกถามกลับมาเสมอ คุณคิดว่าประชาชน พร้อมแล้วหรือ ผมตอบว่า ๘๐ ปีท่ีผ่ายมา หลังจากชิงอำนาจจากพระมหากษัตริย์มาแล้ว ประชาชนได้สัมผัสกับคำว่า อำนาจของตัวเองน้อยมาก จากอำนาจเผด็จการ ทหาร สู่ เผด็จทุนนิยมประชาธิปไตยคือมายาจอมปลอมท่ี ทหาร ทุน นักการเมือง ใช้มอมเมาด้วย..การสร้างให้เชื่อว่า ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง
@ระบอบเผด็จการทหารเข้าใจง่าย แต่ระบอบเผด็จการทุนนิยมซับซ้อนต้องรอเวลา ทักษิณคือตัวแทนของเผด็จการทุนนิยม ท่ีช่วยเร่งเวลาเพราะ กระทำการทุกอย่างด้วยคิดว่าอำนาจตัวเองเบ็ดเสร็จ อำนาจรัฐ มวลชน สื่อ และเงิน แต่ทักษิณไม่ได้คิดถึงเรื่อง..ปัญญาและหัวใจ..คน ว่ามีอำนาจกว่าสิ่งใดทั้งปวง
@เมื่อ สุเทพ บอกว่าพร้อม คนท่ีรอวันนี้มา ๓๖ ปีเช่นผมจึงไม่รีรอท่ีจะบอกว่า..เดินไปด้วยกัน ไม่ว่าผลสรุปจะเป็นเช่นไรจะเผชิญหน้ารับ บอกทุกคนในครอบครัวให้พร้ิมรับสถานการณ์ ไม่เคยประกาศตัวเป็นแกนนำทำงานไปเงียบๆ แต่เราร่วมกันมาตั้งแต่วันแรก ท่ีสำคัญผมยืนยันเป็นหุ้นส่วนท่ีไม่ต้องการผลตอบแทน ไม่ได้ลงแต่แรงกาย แต่ลงเงินไปหลายล้านบาท เพราะทุกึรั้งท่ีเห็น  
สุเทพ โทรไปยืมเงินคนโน้นคนนี้ ทีละ ๒-๓ ล้านบาท สัญญาว่าขายท่ีได้ นำ้ตาจะไหลทุกที ไม่ใช่เท่าแต่ผมแกนรำคนอื่นก็เช่นกันลงทั้งเงินลงทั้งแรง
@ผมลาออกจากทีนิวส์ ไม่อยากให้น้องๆ ท่ีร่วมสร้างองค์กันมาต้องเดือดร้อน ทิ้งอาชีพท่ีรัก เอาธุระกิจท่ีมีเข้าเสี่ยง...ด้วยเหตุผลเดียว...เชื่อหัวใจของ...สุเทพ ท่ีเราจะเดินไปให้สุดฝัน 
@ถึงวันนี้ผมคิดว่าผมตัดสินใจไม่ผิด...ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร แต่วันท่ี ๒๔ ที่คนไทยตื่นรู้ ทะลายกรงแห่งความกลัวออกมามันคุ้มค่าเกินบรรยาย ประชาชนตื่นีู้ด้วยปัญญา บ้านเมืองไทยในวันข้างหน้าจะไม่ดหมือนเดิม 
@สุเทพได้ปลุกพลังแห่งการตื่นรู้ของคนไทยขึ้นอย่างไม่มีใครทำได้มาก่อน ไม่แน่ว่าในอนาคตจะมีอีกหรือไม่ แต่ทุกอย่างได้มาด้วยความเสี่ยงส่วนตัวทั้งสิ้น วันนี้ถูกออกหมายจับ ต้องนอนต้องกินในทุกสภาพ...ผมคิดว่านี่คือความเสียสละ
@คนยืนข้างเวทีมีสิทธิ ท่ีจะวิจารณ์ตามหลักการท่ีตัวเองเชื่อในท่ีสาธารณะ ดังเช่นกรณ์ แต่ต้องระวังว่าบางครั้งมันจะเข้าทาง เป็นเครื่องมือศัตรูของประชาชน สุเทพจึงต้องตอบโต้กลับในท่ีสาธารณะเช่นกันเพราะศัตรู ประชาชนเอาเป็นประเด็นไปขยายผลปั่นกระแสบั่นทอนการต่อสู้ ผมเชื่อในหัวใจของประชาชนว่าจะเข้าใจในเหตุผลของคนทั้งสอง 
@ผมไม่เคยเขียนเรื่องขอตัวเองว่าทำอะไร ท่ีไหนอย่างไร ไม่ชอบเป็นคนสำคัญ ไม่ชอบให้ใครมาชื่นชมว่าเป็นคนดี เพราะไม่ไดีดีสักเท่าไร  
แต่ครั้งนี้..เพราะคำว่า..เพื่อนรักของสุเทพ.. มีความหมาย ไม่ใช่ต่อผมแต่เป็นเรื่องของประเทศชาติ จึงต้องเขียนเปิดใจ ชวนทุกคนท่ีเห็นด้วยเปิดหน้ามา..สู้ร่วมกันครับ

(ขอบคุณข้อมูลจากเพจ สนธิญาณ สำนักข่าวทีนิวส์)
 

โดย คนเมืองพระชนกจักรี

 

กลับไปที่ www.oknation.net