วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เปิดใจมือปืน ตอน 9(ไขปริศนาภรรยา JFK)


เมื่อตอนที่ผ่านมา ได้ทิ้งท้ายไปด้วยปริศนาว่า ภรรยาของ "จอน์ห เอฟ เคนเนดี้"  ตกตะลึงสุดขีด เมื่อเห็นสามีถูกลอบยิง จนศรีษะระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ จึงอยากให้ทุกคนทายกันว่า เธอไปทำอะไร

ภาพเหตุการณ์ภรรยาของประธานาธิบดี "จอห์น เอฟ เคนเนดี้" ไปเก็บเศษกระโหลกศรีษะของสามี

"จอห์น เอฟ เคนเนดี้"ถูกยิงนัดที่ 1

"จอห์น เอฟ เคนเนดี้"ถูกยิงนัดที่ 2

สภาพร่างกายเต็มไปด้วยเลือด

สภาพร่างกายเต็มไปด้วยเลือด

 

                เชื่อหรือไม่ ตามที่ทุกคนร่วมสนุกทายกันมานั้น ตอบผิดกันทุกคน

                คงไม่ใช่เป็นคนแรก ที่ตอบคำถามผิดเช่นนั้น ส่วนมากมักจะตอบว่า ปีนไปเพื่อปิดประทุน จะได้กันกระสุนคนร้าย ที่น่าจะยิงกราดมาอีก หรือบางคนตอบว่า หนีเพื่อเอาตัวรอด เพราะกลัวคนร้ายจะกระหน่ำยิงซ้ำอีก

                คำตอบที่ถูกต้องคือ ภรรยาของ "จอห์น เอฟ เคนเนดี้" เสี่ยงตายปีนไปท้ายรถ ขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ เนื่องจากมองเห็นเศษกระโหลกชิ้นหนึ่งของสามี กระเด็นไปค้างอยู่ท้ายกระโปรงรถ จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องวิ่งตามรถปีนขึ้นไปช่วยกันจับ เพราะเกรงว่า ภรรยาของ "จอห์น เอฟ เคนเนดี้" จะตกลงมาจากรถ

                เมื่อได้เศษกระโหลกก้อนนั้นมาแล้ว จึงกำเอาไว้ในมือจนแน่น หลังจากนั้นจึงมานั่งประคองศรีษะของสามี เลือดไหลกระพุ่งกระฉูดท่วมร่างทั้งสองคน

                เมื่อรถนำร่างไร้วิญญาณของ "จอห์น เอฟ เคนเนดี้" ไปถึงโรงพยาบาล ภรรยาผู้จงรักภักดี ได้นำชิ้นส่วนของกระโหลกศรีษะไปให้แพทย์แล้วบอกว่า

                "ช่วยนำเศษกระโหลกนี้ไปต่อให้สามีฟื้นคืนชีพมาที"

                ถ้าลองวิเคราะห์สัญชาติญาณของมือปืนทั่วโลก รวมถึงมือปืนเมืองไทย ที่ได้สัมภาษณ์กันมาแล้วนั้น จะยืนยันตรงกันว่า การสังหารเหยื่อแต่ละครั้งนั้น มือปืนจะไม่ยิงมั่ว เมื่อเขาต้องการจะสังหารเหยื่อรายใด หมายความว่า เขาจะต้องพุ่งเป้าสังหารไปยังคนนั้นเพียงคนเดียว มือปืนแต่ละคนจะไม่มีความประสงค์ยิงคนรอบข้างเลย นอกเสียจากคนข้างๆ หรือ "บอร์ดี้การ์ด" คนนั้น จะหยิบอาวุธมาต่อสู้หรือทำร้ายร่างกายเท่านั้น

                คนติดตามหลายคนมักจะรอดเสมอ ตัวอย่างในเมืองไทยก็มีให้เห็น โดยเฉพาะการยิงถล่ม "แคล้ว ธนิกุล" อดีตผู้กว้างขวางอันดับ 1 ของเมืองไทย ถูกถล่มด้วยอาวุธสงครามร้ายแรง จน"แคล้ว"ตายสนิท แต่มือปืนคนหนึ่งชื่อว่า "หมึกเพชร" รอดตายราวกับปฏิหาริย์

                ย้อนกลับมาเรื่องการสังหารอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กันอีกครั้ง คดีนี้ยังไม่สามารถคลีคลายได้ในหลากหลายประเด็น แม้ว่าการยิงของ "มือปืน" รายนี้ ไม่ได้ยิงมั่วก็ตาม แต่การสอบสวนของตำรวจที่เมืองดาลลาส ต้องยอมรับว่า "มั่ว" สุดๆ

                เริ่มจากศักยาภาพในการเผชิญเหตุนั้น ไม่ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าคนร้ายยิงผู้นำของเขาอยู่ทางทิศไหน กว่าจะรู้กันได้เล่นเอาหลายนาที

                เมื่อคนร้ายยิงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนยังอยู่ในอาการตะลึง หลายคนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่พยายามจะนำ "จอห์น เอฟ เคนเนดี้" ไปส่งโรงพยาบาล เพื่อรักษาตัว ให้รอดชีวิตเอาไว้ก่อน 

                ข้อสังเกตุประการหนึ่งคือ คนร้ายรายนี้ อยู่บนอาคารชั้น 6 ไม่น่าจะหลบหนีไปได้ เพราะต้องใช้เวลาวิ่งลงมาหลายนาทีพอสมควร แต่ตำรวจที่นั่น ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ในทันที ปล่อยให้หนีลอยนวลไปได้

                เจ้าหน้าที่ตำรวจดาลลาส คาดว่า เมื่อคนร้ายลงมาจากอาคารแล้ว จึงค่อยเดินเลี่ยงหลบออกไปด้านหลังอาคาร ในตอนนั้นเชื่อว่า คนร้ายมีอาการ "นิ่ง" ไม่ตื่นตระหนกตกใจ จึงไม่มีใครรู้ว่า เป็นมือปืน จึงไม่มีใครสนใจ ทำให้เขาหนีรอดไปได้

                ทั้งนี้คนร้าย ไม่ได้นำปืนกระบอกนั้นวิ่งหลบหนีลงมาด้วย เมื่อยิงเสร็จได้ทิ้งปืนไว้บริเวณนั้นเอง

                ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปตรวจบริเวณอาคารนั้นล่าช้า เนื่องจาก ไม่สามารถจับจุดได้ว่า เสียงปืนนั้นดังมาจากด้านไหน เพราะบริเวณนั้น เป็นพื้นที่โล่ง ทำให้เสียงปืนดังก้องกระจายจนจับทิศทางไม่ถูก

                เชื่อหรือไม่ว่า ถ้าไม่พบหลักฐานที่เป็นปืน และปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ คงจะสรุปไม่ได้เหมือนกันว่า คนร้ายนั้นอยู่จุดไหนกันแน่ และขนาดเห็นหลักฐานขนาดนั้น ยังสรุปกันไปคนละทิศ คนละทาง

                ---------- ในตอนต่อไปจะเล่าให้ฟังว่า การผ่าพิสูจน์ศพ "จอห์น เอฟ เคนเนดี้" ไม่แตกต่างกับ การพิสูจน์ศพ "ห้างทอง ธรรมวัฒนะ" เล่นกันไปคนละทิศคนละทางเหมือนกัน ---------------

 

ภรรยาปีนไปท้ายรถเก็บชิ้นส่วนกระโหลก

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net