วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถึงนักข่าวเศรษฐกิจ


ผมอยากบอกพวกคุณว่า เวลาเสนอข่าวเรื่องเศรษฐกิจ ควรจะทำการบ้านให้ชัดเจนและลึกมากกว่านี้ เพราะเท่าที่ได้ยิน

จะได้คำตอบแบบซ้ำ ซ้ำ คือ

  1. นัำกลงทุนจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่าเสมอ โดยเฉพาะค่าแรงงาน
  2. หากค่าเงินบาทแข็ง ก็จะทำให้การส่งออกลดลงอย่างมาก ขายของไม่ได้แน่ๆ 
  3. ตลาดใหญ่ของไทยคือสหรัฐ  ถ้าเขาไม่ซื้อเราลำบากแ่น่ๆ
  4. ใน Asian คู่แข่้งเรา ก้าวหน้ากว่าเราแล้ว ไทยเราแย่แน่ๆ
  5. หุ้นลงแปลว่าเศรษฐกิจไทยแย่  หุ้นขึ้นแปลว่าดี มีเม็ดเงินต่างชาติไหลมา  

นี่คือหัวข้อหลักๆ ที่ข่าวเศรษฐกิจชอบลงกันจัง  ลงแล้วลงอีก ตอนแรกๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร

ก็เวลาไปถามเขา เขาตอบมาทำนองนี้กันหมด แล้วจะให้นักข่าวเขียนอะไรกันละ

ก็จบนิเทศมาไม่ได้จบการเงินหรือเศรษฐศาสตร์มาโดยตรงไง 

นี่ไง ถึงได้โดนเขาหลอกประจำ  ใช่หรือไ่ม่

ข้อแรก เรื่องย้ายการผลิต  ทราบหรือไม่ว่าใครเข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด

ผมตอบแทนแล้วกัน ญี่ปุ่นครับ ไปหาข้อมูลดูได้ที่่ BOI  นักลงทุนญี่ปุ่นมากันเพียบ และไม่มีแววเลิกลงทุน

ด้วยเหตุผลคือ เขากระจายลงทุนไปทั่วโลก ประเทศเขามีพื้นที่จำกัด  ต้องมีแหล่งผลิตนอกประเทศ

ประเทศไทยคุ้นเคยกันอย่างดี นักธุรกิจญี่ปุ่นเข้าใจการเมืองไทยดีมาก  เขาไม่ได้ตกใจ หวาดผวา แต่อย่างใด

ตอนนี้เขายังบอกให้พนักงานที่โรงงานด้วยว่าควรจะเลือกใคร ไม่เชื่อไปสืบกันดูซิ  เขารู้กันหมดแล้วละว่าใครมีฝีืมือ

พูดถึง BOI หลายคนไม่ทราบว่าคืออะไร เขาคือหน่วยงานของราชการไทยที่ทำไว้ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะ

เรียกว่า ชวนต่างชาติมาลงทุนโดยเสนอเงื่อนไขพิเศษสุดๆ

คือ ลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร ลดภาษีอื่นๆอีก  เรียกว่าใครลงทุนผ่าน BOI แล้ว รับรองไม่ขาดทุน ต้นทุนต่ำสุดๆๆ

BOI เราก็ฉลาดแบ่งเป็น 3 Zone ใกล้กรุงเทพหรือเขตเจริญ ก็เป็น ZONE 1  

Zone 2 คือนอกกรุงเทพ  Zone 3 คือเขตที่ไม่เจริญ เรียกว่าอาศัยให้ต่างชาติไปลงทุนไง

บริษัทใหญ่ของไทยเคยอยู่ Zone 2 แถว ปทุมธานี ยังต้องย้ายไปหนองแค Zone 3 เลย เพื่อจะได้สิทธิพิเศษ

เพราะฉะนั้น ต่างชาติเขาไม่ได้ย้ายฐานการผลิตกันง่ายๆ อย่างที่เข้าใจ เพราะก่อนการลงทุนเขาได้ศึกษาความเป็นไปได้แล้ว

ว่าถ้ามาลงทุนในเมืองไทยแล้ว สัดส่วนต้นทุนและำกำไร ประมาณเท่าไหร่คุ้มหรือไม่  ถ้ามาแปลว่าคุ้ม  

แน่นอนอย่างน้อยลงทุนจริงๆ แบบสร้างโรงงาน ก็ต้องอาศัยเวลา 5 -7 ปี ถึงจะคุ้มค่าการลงทุน

บางรายพอคุ้มแล้วก็ปิดกิจการก็มี พวกนี้เป็นพวกลงทุนระยะสั้น ส่วนมากเป็น ไต้หวัน ฮ่องกง ที่นิยมลงทุนสั้นๆ

ถ้าพูดว่าย้ายฐานการผลิตอาจหมายถึง มาสร้างโรงงานในเมืองไทยแล้ว เปลี่ยนใจปิดโรงงานไปสร้างที่อื่นแทนใช่หรือไม่

ถ้าใช่ ก็แปลว่า ผิดพลาดแล้วละครับ  

เพราะลงทุนไปแล้วไม่ได้กำไร ก็ต้องปิดตัวไปเอง ด้วยเหตุผลอีกหลายข้อ ไม่ใช่แค่ค่าแรงงานเท่าันั้น

แต่เมื่อทำธุรกิจถึงเป้าหมายแล้ว เรียกว่า กะทำสัก 10 ปี พอทำเสร็จแล้วเขาจะมา Review ต่อว่าจะทำอะไรต่อไป

ลงทุนคือต้องการกำไร  เขาไม่ลงทุนแบบคนไทยคือลงทุนแล้ว ทิ้งมรดกให้ลูกหลาน ไมใช่ครับ มาแล้วก็ต้องไป

เหมือนคาร์ฟู  Big C จำได้ไหมครับ พอสักระยะก็ขายหุ้นไป ไปทำที่อื่นๆ อีก มันเป็น Business plan ของเขา 

กระจายความเสี่ยงไปทั่วโลก สร้าง Net work ไปเรื่อยๆ ที่สำคํญ กำไรต้องงาม อย่างน้อย 20-30% ต่อปี

สถาบันการเงินของไทยก็เคยมีต่างชาติมาร่วมทุน พอสัก 5 ปี ก็ bye bye กันไป จำได้ใช่ไหมครับ 

เขามาแล้วก็ไป จะเรียกว่าย้ายหรือไม่ 

 

ถ้าเป็นญี่ปุ่นจะลงทุนยาวนานมาก เรียกว่า ยึด เลยก็ว่าได้ ประเทศเขาไม่มีทองแดง แต่แหล่งทองแดงทั่วโลกเขายึดไปหมดแล้ว

ต้นทุนที่แพงขึ้น ไม่ทำให้เขาย้ายฐานการผลิตไปได้โดยง่าย หากกำไรยังไม่คุ้มทุน  แต่หากโครงการใหม่ ก็ต้องพิจารณากันอีกแบบ

การลงทุนในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านไทย ไม่ใช่เรื่องง่า่ยๆ

ถ้าซื้อมาขายไป เราสู้สิงคโปร์ไม่ได้เลย เพราะระบบภาษีลดราคาเขาตัดหน้าเราเสมอ

แต่ภาค real sector เขาสู้เราไม่ได้เพราะเขาไม่มีที่ดิน และที่สำคัญ เขาไม่มีน้ำ  น้ำกินยังต้องนำเข้าจากมาเลเซีย

โรงงานต้องใช้น้ำจำนวนมากอย่าลืม   ถามกลับว่า BOI ให้สิทธิพิเศษเขามากมาย แล้วเราได้อะไร

คำตอบนี้ จากนายชวน หลีกภัย คือ คนไทยได้มีงานทำ

ถูกต้องแ้ล้วครับ ขอแค่นี้จริงๆ

โรงงานอาหารสัตว์ในไทย ตอนนี้ใช้แรงงานพม่า เขมร ทำไมไม่ไปตั้งโรงงานที่เขมรซะเลยละ

ก็เพราะ ไม่พร้อม ไม่คุ้มไงครับ  ก่อนจะลงทุนต้องวิเคราะห์อย่างละเอียดจริง

สาระสำคัญคือ

  • จำนวนประชากรมากพอหรือไม่  
  • การขนส่งสะดวก
  • ภาษี
  • น้ำ
  • การโอนเงินเข้าออก
  • น้ำมัน

นี่คือตัวหลักๆ จริง น้ำมันของเราแพงครับ แพงกว่ามาเลเซียอีก ทำให้มาเลเซียได้หลายโครงการจากไทยไป เช่น DELL และ Subaru

ประเทศอินโดนิเซีย น้ำมันก็ถูกมาก ทำให้แย่งอุตสาหกรรมรถยนต์จากไทยไปเรื่อยๆ รถหลายรุ่นที่มาขายเืมืองไทย เพราะต้นทุนการ

ผลิตต่ำกว่า  ประชากรอินโดมากกว่าไทยอีก ส่วนรถยนต์ในเมืองไทย กำลังซื้อหายไปอีก 3-4 ปี ก็เพราะรถคันแรกไงครับ

ใช่ว่าคนไทย 70 ล้านคนจะสามารถซื้อรถได้  ผ่อนรถหมดแล้วค่อยว่ากันใหม่ ใช่หรือไม่  เพราะฉะนั้นหากพิจารณาดีๆ แล้วจะเห็นได้

ว่าเขาไม่ได้ย้ายฐานการผลิตจริง แต่เป็นการขยายตลาดไปหลายแห่ง  ฐานในเมืองไทยยังอยู่ แต่อาจะเปลี่ยนสินค้าที่ผลิต

จากเดิมที่เราไม่เคยประกอบรถยนต์ได้ทั้งคัน เขาก็ให้เราทำ เพราะที่ญี่ปุ่นเขาเลิกทำแล้ว กำไรต่อหน่วยไม่คุ้มครับ

เขาทำแต่ เล็กและแพง เช่น Microship และหุ่นยนต์  ไทยเลยได้รถยนต์มา  งานพวกที่เราเคยทำ เขาโยกไปพม่า เวียตนามหมด

เพราะแรงงานต่ำเหมาะสมกว่า  สร้างโรงงานแบบที่เคยสร้างในไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ทำนองเดียวกันเลย  

15 ปีที่แล้วคนไทยก็นิยมไปลงทุนในจีน ในลาว เป็นไงครับ เลิกบ้ากันหมด เจอแต่ปัญหา ตอนนี้จะมาบ้าพม่าแทน รับรองเจอดีแน่ๆ

เรื่องค่าเงินบาท นี่ก็น่าเืบื่อมาก เพราะผู้ส่งออกตัวจริงๆ เขาบริหารงานเก่งมาก 

รายได้หรือ order เขาลงราคากันเป็น USdollar ไม่ใช่เงินบาทเลย กลัวไปทำไมกัน

โรงงานใหญ่รับ order ล่วงหน้ากันอย่างน้อย 6 เดือน  หรือ 1 ปี  อัตราแลกเปลี่ยนจะถูกหรือแพง ก็ทำ forward contract 

กับธนาคารได้ แล้วไง กลัวอะไรนักหนา 

รายได้ของผู้ส่งออกไ่ม่ใช่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเลย เข้าใจอะไรผิดแล้วละ  

แล้วผู้ประกอบการที่รอดจากค่าเงินบาทลอยตัว 1998-1999 เขาเข็ดแล้วละ เงินกู้ธนาคาร

ตอนนี้เขาเก็บเงินสดไว้เพียบ ไม่กู้ธนาคารแล้ว น่ากลัวมาก ธนาคารปล่อยเงินกุ้ไม่ได้เลยต้องไป SME โน่น

สหรัฐทรุดมานานก็หลายปีแล้วละ ตั้งแต่ ฟองสบู่แตก สัก 10 ปีแล้ว ถ้าเราพึ่งแต่สหรัฐ คงอดตายกันหมดแล้ว 

อย่าไปให้ราคาสหรัฐมันมากนักเลย นั่นมันตำราสมัยเก่ามาก

ทุกประเทศใน Asian มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน มากพอสมควร ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและการลงทุนมากกว่าว่าจะลงทุนที่ไหน

ใครๆ ก็ไปสิงคโปร์ แต่ลงทุนอะไรได้บ้างไม่มีที่่ิิดิน กับน้ำ ก็จบกัน  เขมรท่าเรื่อเสร็จแล้ว เป็นไงได้ข่าวว่า ไม่ work  

ลาวค่าแรงถูก แต่มีอะไรแปลกๆ ที่ไม่ควรลงทุน ทราบหรือไม่ ผมไม่บอกหรอกความลับ 555

เวียดนาม โดนเกาหลียึดไปแล้ว เกาหลีเข้าไปตั้งนานแล้ว  เห็นหรือไม่ว่าเกาหลีไม่ค่อยลงทุนในไทย

จีนค่าแรงต่ำ ญี่ปุ่นก็ไม่กล้าลงทุน เพราะมีอดีตที่ลืมไม่ลง  เมืองไทยนี่แหละ กฎระเบียบไม่เยอะ  เจรจาได้  โดนตำรวจจราจรจับ

คนต่างชาติยังไม่กลัวเลย บอก Police 200 baht    

สำหรับหุ้น ใช่มันมีขึ้นมีลง แต่คนไทยส่วนมากไม่ได้เล่นหุ้น แล้วจะใช้เป็นตัววัดอะไรได้  ที่สหรัฐนิยมกู้ตรงจากตลาดหุ้น 

ไม่ผ่านธนาคาร แต่เมืองไทยไม่ใช่แบบนั้น ยังกู้เงินผ่านธนาคาร  ใครทำข่าวเศรษฐกิจต้องทำการบ้านเยอะๆ หน่อยนะครับ 

 

ลืมบอกไป ตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ดูไม่ได้ครับ เพราะบันทึกห่างจากความจริงมาก ธุรกิจนอกระบบของไทยมากมาย

ไม่้ได้บันทึกในระบบ ยกตัวอย่างเช่น ตลาดสด หวยใต้ดิน แชร์  รถกระบะขนส่ง และอีกหลายอาชีพที่ไม่ได้อยู่ในระบบ

ไม่เชื่อลองนับดูซิ .......... 

แล้วอะไรละที่นักลงทุนต่างชาติกลัว  

สิ่งแรกคือ น้ำท่วมครับ   คราวที่แล้วน้ำท่วมเขตนิคมอุตสาหกรรมแถวอยุธยา ปทุมธานี  เขาเสียหายมากมาย 

และเหนือความคิด ไม่เคยคิดว่าจะมีความเสี่ยงแบบนี้ เขามั่นใจแล้วหรือว่า น้ำจะไม่ท่วมอีก ทำอะไรหรือยังรัฐบาล

ท่วม 1 ครั้ง ก็พอจะทนไหว แต่ท่วมครั้งที่่  2 แถวชลบุรีอีก นิคมอุตสาหกรรมเขาหนาวเลย  หรือว่าไม่จริง 

ประเทศไทยน้ำเยอะ  ทำนิคมสบายๆ  แต่น้ำมันคือ ต้นทุนหลัก ของอุตสาหกรรม ใช่หรือไม่ น้ำมันเราแพงมาก

อินโดและมาเล จึงแ่ข่งกับเราได้สบายๆ  ประเด็นนี้ไม่มีใครพูดถึง  NGV ที่ประเทศอื่น เขาต่อตรงเข้าโรงงาน

เพราะถือว่าเป็นเชื้อเพลิงสะอาด ราคาต่ำ  เมืองไทยดันเอา NGV ใส่ถังแก๊สใส่รถแทน  

เรื่่องที่ใหญ่มากอีกเรื่องคือ white lie โกหกสีขาว  แล้วใครเขาจะเชื่อถือคำพูด ชวนใครมา เขาก็กังวล พูดอะไรเชื่อไม่ได้

เด็กเลี้ยงแกะชัดๆๆ

ประชาชนออกมาประท้วง บ่นทำเศรษฐกิจทรุด  แล้ว การปรับราคาค่าแรงงาน 300 บาทจนธุรกิจที่ใช้แรงงานทนไม่ไหวละ

ไม่พูดบ้างหรือไง  demand และ supply อุตสาหกรรมรถยนต์เปลี่ยนไปหมด  เขาปั่นป่วนกันหมดขายดี 2 ปี อีก 2 ปี ขายไม่ออก 

น้ำมันแพงแบบนี้ ต้นทุนเขาก็แพงขึ้น กำไรลดลง  คิดไม่ออกหรือไง รมต.

แกีสส่งตามบ้านปรับทุกเดือนๆ ละ 10 บาทคิดเป็น % ถือว่ามากมายเหลือเกิน  

กู้ 2.2 ล้านล้านนะ ถือว่าหนี้แห่งชาติเลย  นี่แหละระเบิดเวลาตัวจริง

ที่ตลกที่สุดคือ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  ดูแค่สนามบินสุวรรณภูมิหรือครับ

โน่น สนามบินอู่ตะเภา รัสเซียเมืองพัทยาเหมาลำเข้ามา เชื่อหรือไ่ม่พวกนี้ไม่เคยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิเลย

สนามบินภูเก็ต ที่ฝรั่งบินมาลงสิงคโปร์ แล้วบินต่อมาภูเก็ต พักผ่อนเสร็จบินไปสิงคโปร์ ไม่ผ่าน กทม เลย 

 โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงอีก 

กู้มาแล้ว มีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่  ดอกเบี้ยวิ่งทุกวันไม่ใช่หรือ  แค่รถเมล์ เป็นหนี้เน่ามากี่ปีแล้ว 

ทำรถเมล์ให้หายเน่า พิสูจน์ฝีมือให้เห็นหน่อยเถอะ 

ชาวบ้านไม่รู้หรอกว่า กู้มาแล้วจะมีผลต่อ Country risk อย่างไร  ประเทศไทยก็จะมีหนี้มาก

แปลแบบง่ายๆ ภาษาชาวบ้าน ก็คือ ติด Credit บูโร ไง ใครๆ ก็ไม่กล้าให้กู้้อีกต่อไป 

ดูซิมีหนี้อยู่ 2.2 ล้านล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย ต้องชำระอีก 50 ปี แล้วยังจะมีหน้ามากู้อีก 

ถ้าจะเอาดอกเบี้ยก็ต้องแพงมากน เพราะประเทศเธอเสี่ยงสูง มีหนี้สินล้นพ้นตัว  เข้าใจแล้วนะครับ 

นักข่าวเศรษฐกิจต้องรู้นะครับ 

เราเคยผ่าน วิกฤตค่าเงินบาทลอยตัวมาแล้ว เอาตัวรอดได้แน่ คนล้มบนฝูก ก็หลุดคดีล้มละลายกันออกมาแล้ว

เราเจอปฎิวัติกี่รอบแ้ล้ว  ปิดสนามบิน ปิดราชประสงค์  เผาเมือง น้ำท่วมหนีกรุงเทพ  เราก็รอดมาหมด ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วละ

ทรุดได้ก็ฟื้นได้   เข้าใจแล้วนะ นักข่าวเศรษฐกิจทั้งหลาย จะได้ไม่โดนเขาหลอกให้เขียนข่าวแบบผิดๆๆ อีกต่อไป 

 

โดย 4BANK

 

กลับไปที่ www.oknation.net