วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แท๊กซี่ส่วนตัว(ของเรา)


แท๊กซี่ส่วนตัว(ของเรา)



ผมโค้งตัวลงเล็กน้อย เพื่อขอดูว่าคนขับรถที่ผมจะโดยสารด้วย หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะว่ายามบ้านเมืองปรกติธรรมดา การขึ้นรถแท๊กซี่จะอย่างไรก็ได้ขอให้ไปส่งที่หมายก็หล่ะกัน แต่ยามจะสี่ทุ่มอย่างนี้นี่ ผมขอสำรวจดูหน่อยนะ คนขับเป็นเช่นไร

ด้วยความรวดเร็วผมสังเกตได้ว่าคนขับพยายาม ตักอะไร หรือจิ้มอะไรรับประทานอยู่ระหว่างเบนพวงมาลัยเข้ามารับผม ซึ่งทำให้ผมมองหน้าไม่ชัดว่า แต่พอรู้สึกได้ว่าบทสนาทนาเรื่องข่าวสารในรถคงไม่น่ากังวลมากนัก

ผมแง้มประตูด้านหลัง เพื่อสอบถามว่า”เธอ” จะให้บริการไปส่งที่บ้านผมได้หรือไม่ เธอใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที ก็พยักหน้าพร้อมพูดว่า “เชิญคะ” นั่นทำให้ทราบว่า คนขับรถแท๊กซี่คนนี้เป็นผู้หญิง

เมื่อทุกอย่างเป็นที่น่าพอใจ ผมก็ยกเท้าก้าวทิ้งตัวเข้านั่งที่ด้านของรถ และจังหวะนั้นเองก็สังเกตเห็นว่า เธอมี “ภาระ” อยู่ที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับมาด้วย และทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเธอกำลังเก็บอะไรบ้างอย่างที่เธอกำลังรับประทานอยู่ให้เรียบก่อนที่จะพุ่งรถออกไป

บทสนทนาแรกหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าเธอรู้จักเส้นทางที่หมายของผม เป็นคำถามที่ไม่ได้ใช้บ่อยนักเมื่อเรานั่งรถแท๊กซี่ ผมถามเธอไปว่า 
“นี่หลับมานานแล้วเหรอครับ”
“ก็ตั้งแต่ตอนเย็น เลิกเรียนนะคะ” 

หลังจากพยายามชำเลืองดู เพราะไม่อยากชะโงกมอง จนทำให้เจ้าของพื้นที่รู้สึกอึดอัดกับความสอดรู้ส่องเห็นของผม แต่ก็พอมองเห็นได้ว่า การเตรียมการ มีมาด้วยความพร้อม และรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของที่นั่งด้านหน้านั้น
“ก็พามาด้วยตลอด โดยเฉพาะวันหยุดก็จะอยู่ด้วยทั้งวัน ถ้ามาด้วยกลางวันก็ต้องแวะพาเที่ยวบ้าง แต่วันนี้มาตอนหลังเลิกเรียน” “หลับตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว”

เธอพยายามพาบทสนทนาของผมออกไปคุยเรื่องการจราจรเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่ผมก็วกกลับมาเข้าสู่ประเด็นจนได้
“นี่หกขวบได้ไหม?ฮะ” “อ๋อ สี่ขวบคะ”
เจ้าภาระที่อยู่ที่นั่งด้านหน้าตะแคลงข้างให้ผม แต่พอมองเห็นทรงผมของเขาได้
“นี่ ตื่นมาร้องงอแงไหม?ครับ” 
“มีบ้างคะ แต่เขาเป็นคนไม่งอแง ถ้ามีก็แปลบเดียวก็นิ่ง ส่วนมากจะงอแงก็ตอนไม่สบาย น้ำมูกมาก หายใจไม่ออกอย่างนี้งอแงบ้าง”

เมื่อสอบถามถึงที่พักก็ปรากฎว่า เธออาศัยเช่าบ้านอยู่ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านผม และเช่าขับรถแท๊กซี่นี่ทั้งวัน จึงถามไปว่า “นี่กลับเข้าบ้านเลยหรือเปล่า?”
“ยังค่ะ ยังไม่ดึกเท่าไร อีกอย่างตอนนี้ที่ซอยบ้านฉายหนังกลางแปลงอยู่ ไม่มีที่จอดรถ”

ผมพยายามไม่รบกวนเธอมากนัก แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็ยังคงตั้งคำถาม แต่ก็พยายามที่จะไม่รุกล้ำเข้าไปเรื่องส่วนความรู้สึกเธอมากนัก ซึ่งนั่นไม่ใช่มารยาทที่ดีของผู้โดยสารแปลกหน้าพึงกระทำ

ซึ่งตลอดเส้นทางค่าโดยสาร 81 บาท(ซึ่งท่านก็น่าจะทราบดี)ผมได้แต่อมยิ้ม เข้าใจในคำตอบที่ได้รับ ไม่จำเป็นต้องเข้าใจชีวิต “เธอ” และ “เขา”ทั้งสอง เพราะผมคงไม่สามารถเข้าใจอะไรได้มากกว่านี้ แต่สำหรับช่วงเวลาที่ได้เห็น ได้คุย ผมควรจะกลับมาเข้าใจตัวเองมากกว่า

ผมว่ามนุษย์เงินเดือนเงินดาวน์อย่างพวกเรา มักจะตั้งคำถามถึงภาระหน้าที่ตัวเองได้รับ ว่าทำไมถึงได้หนักหนามากมายขนาดนี้ และหลายความนึกคิดก็พยายามปัดเปลื้องให้ภาระเหล่านั้น พ้นออกไปเสียจากความรับผิดชอบ
แต่สำหรับอีกสองชีวิต ที่ซึ่งภาระนั้นยกให้กับใครไม่ได้ จะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใครรึก็ไม่ได้ เขาได้เลือกวิธีปฏิบัติกับภาระนั้นด้วยความเรียบง่ายที่สุด ยิ้ม...และโอบกอดภาระนั้นไว้ ให้อุ่นไอคุกรุ่นไปด้วยกันตลอดเส้นทาง ก็ดูจะเพียงพอแล้ว

“ระหว่างการเดินทางของค่ำคืนนี้ บทสนทนานั้นช่างหอมอบอวลเหลือเกิน”

โดย เดชาริน

 

กลับไปที่ www.oknation.net