วันที่ พุธ ธันวาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Crying out love in the center of the world ...รักเก่าที่บ้านเกิด


 

          ผมซื้อดีวีดีหนังเรื่องนี้มาเพราะ"นางเอก"ครับ
          ผมเห็นปกหนังเรื่อง Crying out love in the center of the world เมื่อเห็นว่าเป็น Masami Nagasawa ก็หยิบทันทีโดยไม่ลังเล เพราะมั่นใจว่าไม่เคยเห็นและไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ หลังจากอ่านปกหลังคร่าวๆว่า "ซากุทาโร่" กำลังจะแต่งงานกับ"ริทซึโกะ"แต่จู่ๆคู่หมั้นของเขาก็หายตัวไปโดยทิ้งข้อความเพียงว่ามีภารกิจ...
          เขาจึงตัดสินใจตามหา...
          พล็อตเรื่องแบบนี้ ตอนซื้อยังงงว่าจะเป็นหนังแบบไหน แต่ชื่อไทยว่า "พร่ำหัวใจ เพรียกหารักที่กลางโลก" ยังไงมันก็ไม่เป็นหนังอาชญากรรมแน่นอน
          เลยซื้อมาแล้ว"ลัดคิว"ดูเพราะอยากดู Masami Nagasawa ที่ผมชอบมาจากหนังที่เธอเล่นหลายเรื่อง
          ดูแล้วอยากมาเล่า ...เพราะนี่มัน"รักเก่าที่บ้านเกิด"จริงๆ

          ผมเขียนถึง"ตรัง"กับภารกิจ OKnation ติดกันหลายเอนทรี
          พอดูหนัง Crying out love in the center of the world ผมจึงอยากเขียนเรื่องนี้ เรื่อง"รักเก่าที่บ้านเกิด" แต่อย่าเพิ่งคิดว่าผมจะเล่าเรื่อง"รักเก่า"ในดินแดนที่เป็น"บ้านเกิด"ของผมนะครับ ไม่มีเรื่องโรแมนติกของผมแบบในหนังแน่นอน
          หนังเปิดฉากในฤดุหนาวและฝนตกหนัก โดยหญิงสาวคนหนึ่ง คือ "ริทซึโกะ" ที่กำลังจะแต่งงานกับ"ซากุทาโร่" เธอจึงรื้อกล่องใส่เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อหนาว และพบเสื้อเก่าตัวหนึ่งที่เธอนำมาลองสวมแล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง "..ยังใส่ได้เหรอเนี่ย.." แต่เมื่อเธอล้วงมือไปในกระเป๋าเสื้อหนาว เธอพบกับตลับคาสเซ็ท ที่ทำให้เธอต้องรีบไปที่ร้านขายเครื่องไฟฟ้าเพื่อหาซื้อ"ซาวน์เบาท์" ที่"ทันสมัย"ในปี 1983 แต่กลายเป็นของ"ล้าสมัย"ที่หาซื้อยากหลังปี 2010 ..ในเกือบ 20 ปีถัดมา
          "ซากุทาโร่"เห็นภาพคู่หมั้นของเขาเดินฝ่าพายุฝนจากทีวีขณะรายงานข่าวพายุไต้ฝุ่นเข้าถล่มเมือง ...เมืองบ้านเกิดของเขา เขาจึงรีบเดินทางไปที่นั่นทันที
          เขาไปตามหา"รักเก่าที่บ้านเกิด"


          ผมเรียนหนังสือที่ตรัง...จนจบมัธยมปลายก่อนมาเรียนรามคำแหง
          ส่วน"ซากุทาโร่" เมื่อจบชั้นมัธยมจากบ้านเกิดก็เข้าสู่โตเกียวและพำนักทำมาหากินในโตเกียว แต่ที่"บ้าน"เขายังมีครอบครัวคือพ่อแม่และน้องอยู่
          ทันที่ถึงบ้าน สิ่งแรกที่"ซากุทาโร่"ทำโดยไม่ทักทายแม่และน้องสาวที่นั่งอยู่ก็คือวิ่งขึ้นไปที่ห้องของเขา ซึ่งในสถานที่อับและฝุ่นตลบ เขาเปิดกล่องและพบสิ่งที่เขา"หา" นั่นคือ"เทปคาสเซ็ท"
          เทปคาสเซ็ทที่ย้อนกลับไปเมื่อ 17 ปีก่อน เป็นเทปอัดรายการวิทยุ และเทปบันทึกเสียงที่"รักเก่า"ของเขาบันทึกไว้ เธอคือ "ฮิโรเสะ อากิ"
          จากนั้น หนังก็ปูเรื่องถึง"ฮิโรเสะ อากิ" ในภาพของนักเรียนหญิงที่"สมบูรณ์แบบ" ที่ได้รับเกียรติกล่าวคำอำลาอาจารย์ที่เสียชีวิต และเกิดฝนตก ขณะที่ทุกคนวิ่งหนีหลบฝน มีเพียง "ซากุทาโร่" ที่ตัดสินใจถือร่มไปกางเพื่อให้เธอกล่าวคำอาลัยอาจารย์จนจบ และนั่นปูพื้นฐานไปสู่ความสัมพันธ์ของคนที่ 2 ที่"แลกเปลี่ยน"ความคิดถึงกันผ่านรายการวิทยุตอนดึก โดยการเขียนกลอนไปยังรายการเพื่อบอกความในใจจากตัวเองถึง"อีกคน"
          เห็นไหม ...ไม่มีอะไรเหมือนผมเลย
          ถ้าจะเหมือนก็เพียงผมมี"ใครบางคน"ที่ผมเคย"รัก"ในสมัยนุ่งขาสั้นเรียนหนังสือ และถึงวันนี้ "เธอ"ก็ยังอยู่ที่นั่น



          ผมบอกทุกคนมาตลอดว่า"ความรัก..งดงามเสมอ"
          ความรักของ"อากิ"กับ"ซากุทาโร่"ก็เช่นกัน ทั้งคู่แม้ดูจะ"ไม่เหมาะสมกัน"ในสายตาของ"ผู้ใหญ่" เนื่องเพราะหญิงสาวเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟ็กต์ รวมทั้งเป็นทั้งนักกีฬาดังของโรงเรียน ขณะที่ไอ้หนุ่มของเราก็เด๋อๆด๋าๆ ถ้าจะมีดีก็เพียง"เพื่อน" ซึ่งก็น่าจะพอเพียงสำหรับการจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่
          สำหรับทั้งคู่แล้ว "ความรัก"คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งการเรียนและการดำรงชีวิต
          ส่วนผมนั้น"ความทรงจำ"อย่างหนึ่งในวัยเรียนก็คือ ครูประจำชั้นของหญิงสาวคนนั้น ซึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วย เป็นคนที่บอกผมที่ยังจำได้จนวันนี้ว่า "น้องเขาอ่อนภาษาอังกฤษ เธอต้องช่วยติวน้องเขาด้วย" ..อันนี้ของโม้หน่อยว่าเพราะผม(เรียน)เก่งวิชาภาษาอังกฤษ
          และวันหนึ่ง เมื่อทั้งคู่ไปเที่ยวเกาะแห่งหนึ่งก็พบกับบ้านร้างและกล้องถ่ายรูปเก่าที่มีฟิล์มค้างอยู่ ก่อนตัดสินใจนำกลับมาและเมื่อลองไปอัดภาพที่ร้านประจำก็พบว่ามันมีภาพสถานที่หนึ่ง คือ Alice Springs ที่เขาและเธอสัญญาว่าจะไปแต่งงานกันที่นั่น
          แต่"อากิ"ก็ไม่รักษาสัญญา....เธอไปก่อนเขา



          กลับมาจากเกาะร้าง ...ซากุทาโร่จึงรู้ข่าวร้าย...
          เพราะเมื่อกลับมาจากเกาะ "อากิ"หมดสติ พ่อขับรถมารับไปยังโรงพยาบาล และผลออกมาว่าเธอเป็นโรคลูคิเมีย ซึ่ง(ในสมัยนั้น) วงการแพทย์ยังไม่สามารถรักษาได้ ใครที่ป่วยก็มีภาระเพียง"รอความตาย"
          "ซากุทาโร่" รับรู้ข่าวด้วยความหดหู่ แต่เขาตัดสินใจทำฝันของเธอให้เป็นจริง ด้วยการ"ขอแต่งงาน"ในโรงพยาบาล จากนั้นก็พา"อากิ"ไปยังร้านถ่ายภาพ และถ่ายรูปชุดแต่งงานของทั้งสองคนไว้เป็นที่ระลึก
          "อากิ"ยืนยันว่าเธอต้องการไป Alice Springs
          "ซากุทาโร่"จึงแอบพาเธอออกมาจากโรงพยาบาลไปยังสนามบิน แต่โชคร้ายเพราะเกิดพายุใหญ่จนเครื่องบินทุกเที่ยวบินต้องงดเดินทาง ..และอากิก็จากโลกนี้ไปอย่างสงบโดยไม่ได้เห็น Alice Springs อย่างที่เธอต้องการ
          แต่สุดท้าย ซากุทาโร่ก็นำเธอไป ด้วยการเดินทางไปที่นั่นพร้อมกับ"ริทซึโกะ" โดยมีขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุอัฐิของ"อากิ" ไปปล่อยให้ล่องลอยไปกับสายลมที่นั่น ...
          เขารักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ

 

 

          ตอนซื้อหนังเรื่องนี้ ผมไม่รู้หรอกว่ามีหนังสือ ..
          หนังสือที่แปลเป็นภาาาไทยชื่อ"อยากกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลก" ของ สำนักพิมพ์ nationbook โดย ฤทัยวรรณ เกษสกุล แปลจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นที่เขียนโดย เคียวอิจิ คาตายามะ ที่มีคำแนะนำสั้นๆว่า "รัก” เป็นคำที่ใครหลายคนใช้เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป แต่ใช่ว่าทุกชีวิตที่เกิดมาจะพบกับรักแท้หรือได้อยู่กับคู่อย่างสุขสมหวังเสมอไป ความรักอาจเพียงแค่ผ่านมาเหมือนสายลมพัดเท่านั้น ... "
          ผมมานึกออกตอนที่"ซากุทาโร่" พูดกับ"อากิ" ซึ่งเป็นคนละวันคนละเดือนกันในหนังสือ แต่ในความเหมือนกัน
          "อากิเกิดวันที่ 17 ธันวาใช่ไหม"
          "ส่วนซัคจังก็เกิดวันที่ 24 ธันวา"
          "นี่ก็หมายความว่า ตั้งแต่วินาทีที่ฉันลืมตาดูโลกใบนี้ ฉันก็มีอากิอยู่แล้ว ฉันไม่เคยรู้จักโลกที่ไม่มีอากิ แล้วก้ไม่รู้ด้วยว่าโลกแบบนั้นมีจริงหรือเปล่า"
          ...
          ผมบอกแล้วว่า นี่เป็นเรื่อง"รักเก่าที่บ้านเกิด" ซึ่งเป็นเรื่อง"รัก"ของ "ซากุทาโร่" กับ"อากิ" ที่เมื่อคนหนึ่ง"ไปก่อน"โดยทิ้งให้อีกคน"อยู่ต่อ" เพื่อดำรงชีวิต แต่ก็ทำให้ผม"ลูกเสือหมายเลขเก้า" คิดถึง"ใครบางคน" ที่"ยังอยู่บ้าน" และดำรงชีวิตอยู่..อย่างเงียบๆ
          ความรัก..งดงามเสมอ

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net