วันที่ อังคาร ธันวาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โครงการDIY ปั้นดินญี่ปุ่นให้เป็นเซียน ..


ณ.วันทำความสะอาดบ้านก่อนตรุษจีน..

"ย้ายลงมาเลย เดี๋ยวจะไปเช็ดทำความสะอาดตู้โชว์หน่อย ..." พี่สาวเฮียเล้งกำกับคนงานให้อุ้ม

ตุ๊กตากังไส  ฮกลกซิ่ว福祿壽 (ฝู่,ลู่,โซ่ว) ออกจากตู้เพื่อทำความสะอาดบ้าน องค์ฝู่ ใหญ่เกินจะตั้ง

ที่โต๊ะ คนงานจึงนำไปวางที่โซฟา ด้วยนำหนักเป็นสิบๆกิโลทำให้โซฟายุบตัวก่อนตุ๊กตาจะค่อยๆหงาย

ตกลงพื้น  "เพล้ง !!!" เสียงกังไส "ลก" กระจายแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยเต็มพื้น ....

ห้าหกเดือน ผ่านไป...

"อ้าว อาเจ๊ ทำไมตุ๊กตา มันหายไปองค์นึงหล่ะ " เฮียเล้งถามในวันที่ไปเยี่ยมพี่สาว

"ตกแตกตอนทำความสะอาดบ้าน " ว่าแล้วแกก็เล่าวีรกรรมคนงานที่ทำองค์หนึ่งตกแตกไป

"ไปเที่ยวหาซื้อก็ไม่มีเพราะเขาส่งมาจีนจะเป็นชุดๆไม่มีแยก แถมองค์ใหญ่มากและเป็นแบบเก่ายิ่ง

หายากเข้าไปอีก คงต้องตั้งสององค์แบบนี้แหละ"

"จริงเนอะ แบบก็เปลี่ยนไปแล้วซื้อมาตั้งสิบๆๆปีแล้วนี่ " เฮียเล้งคิดพลางก็บอกไปว่า

"เอางี้เดี๋ยวผมจะปั้นตุ๊กตาลก ขึ้นเองดีกว่าเจ๊ อย่างน้อยเราได้ขนาดเท่าๆกัน รายละเอียด

อื่นๆคงต้องพยายามให้สีและศิลปะ กลมกลืนให้มากที่สุดแล้วหล่ะ" เฮียเล้งพูดไปคิดไป

" งานนี้คงต้องใช้ดินญี่ปุ่นมาทำเพราะสะดวกที่สุด"

ที่มาของโปรเจคดินญี่ปุ่นองค์มหึมาที่สุดเท่าที่เฮียเล้งทำจึงมีด้วยประการนี้ ..

 

ดินญี่ปุ่น

เป็นดินที่ใช้ในงานปั้นมีส่วนผสมของดินและกระดาษผสมกาวมีหลายยี่ห้อ มีแบบมีสีมนตัวก็มี

ข้อดีของมันคือการขึ้นรูปและการปั้น,การรีดบางๆ ทำได้ง่ายกว่าดินเหนียวแถมเวลาแห้งแล้ว

การแตกหักตามรายละเอียด จะมีน้อยกว่ามาก

ข้อเสียคือราคาที่แพงมาก ขนาดราวครึ่งกิโล ตกราวๆสองร้อยกว่าบาททีเดียว งานนี้เฮียเล้ง

จึงต้องใช้ โฟมขึ้นเป็นหุ่นเป็นโครงหลักเพื่อประหยัดดิน ทั้งนี้ช่างบางท่านใช้กระดาษเป็นโครงแต่

ไม่เหมาะสมในงานนี้เพราะมีชิ้นงานที่ใหญ่มาก จะพยุงหุ่นไม่ไหว..

 

 

เฮียเล้งให้เด็กๆเชื่อมเหล็กเส้นและเหล็กแผ่นเพื่อเป็นแกนรับน้ำหนักของหุ่น งานปั้น 

จากนั้นทำการตัดโฟมเพื่อมาเสียบเข้ากับแกนโครงเหล็กของแบบ

 

ร่างแบบเคร่าๆ ลงบนโฟมเพื่อกำหนดตำแหน่ง โดยต้องการแยกในส่วนศรีษะและลำตัว

 

ตัดโฟมให้เป็นรูปร่างศรีษะ ลำตัว ตามที่ร่างไว้ ด้วยคัตเตอร์

 

ตัดโฟมมาประกบแผ่นหลักหน้าหลังเพื่อเพิ่มความหนาของลำตัวหุ่น นี่เป็นการวางโครงแบบเคร่าๆ

ตามที่วัดแบบมา ไม่ต้องซีเรียส 

 

ใช้ปืนยิงกาวร้อนเพื่อยึดโฟมให้ติดกับแกนเหล้กให้แน่นขึ้น ทำการยึดโฟมอีกสองแผ่นด้วยปืนกาว

 

วางตำแหน่งหมวกใบหน้าเคร่าๆ ตรวจสอบดูว่าเหมาะสมหรือไหม ในการปั้นผู้เขียนจะมีตลับเมตร

ที่มีสเกลมงคลของจีน(สเกลของคนเป็น) เพื่อให้เป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ย อ้อ ตลับเมตรชนิดนี้

หากซื้อตลับเมตรของจีนแดง มักมีสเกล ของลู่ปัง เสมอครับ

ระหว่างนี้เราก็เตรียมเครื่องมือ ในการปั้นมาวางไว้ เช่นผ้า ชุบน้ำสำหรับคลุม ถุงพลาสติกสำหรับ

คลุมชิ้นงาน ฟ้อกซี่ฉีดน้ำเพื่อให้ชิ้นงานไม่แห้ง 

 

เริ่มนำดินญี่ปุ่นออกมานวดให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนนำดินมาเริ่มพอกในโฟมโครงหุ่น

ในการขึ้นรูปงานปั้นเราจะใช้มือปั้นรูปร่างเคร่าๆ ก่อนเก็บรายละเอียดด้วยเครื่องมือโดยเฉพาะ

ในเส้นหรือร่องลึกที่เกินกว่ามือจะขึ้นรูปได้ ใช้ฟอกซี่ฉีดน้ำกาวในเนื้อดินจะทำให้ดินมีความ

ลื่นสามารถเกลี่ยให้ผิวงานเรียบได้ง่ายๆ (ดูคลิป สาธิตสั้นๆ)

 คลิปสาธิตการ เกลี่ยเรียบ .

 

หากต้องการหยุดพักให้ฉีดน้ำให้ทั่วแบบ แล้วนำผ้าชุบน้ำมาคลุมแบบไว้ คลุมด้วยพลาสติกอีกชั้น

เพื่อกันดินแห้ง งานปั้นชิ้นงานใหญ่ๆ บางครั้งเราอาจตรวจความเรียบร้อยไม่หมด จึงควรให้ดิน

ไม่แห้งเผื่อเก็บเรียบซ้ำได้ครับ

 

ในการปั้นขั้นตอนนี้ต้องมีสัดส่วนแบบประกอบ ต้องมีตลับเมตรคอยวัดระยะ ไว้ด้วยหากผิดพลาด

สามารถแก้ไขได้ เพราะเราปั้นแบบเก็บให้ชิ้นงานคงความชื้นไว้นั้นเอง..

 

ชิ้นงานเมื่อนำส่วนปีกหมวก มาลองกำหนดรายละเอียดของส่วนตัวหมวกขุนนางจีน..

 

ปั้นพอกดินและเก็บรายละเอียดทีละส่วนดินญี่ปุ่นมีคุณสมบัติยึดเกาะดีแต่เราต้องนวดดินให้เป็นเนื้อ

เดียวกัน ใช้ฟอกซี่ฉีดเพื่อใช้น้ำเป็นตัวประสานดิน...

 เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ...

 

 

ตรวจสอบจุดยึดหมวก หมุนตรวจรายละเอียดด้านหน้า หลัง ข้าง ให้ครบถ้วน จนพอใจก่อนพัก

ชิ้นงานให้แห้ง สนิท ราวๆวันก็ใช้ได้แล้ว จากนั้นจะเริ่มขั้นตอนขัดเรียบด้วยกระดาษทรายธรรมดา

เบอร์ ศูนย์ , และ หนึ่งร้อย เพื่อเก็บผิวงาน

 

 

ข้อแนะนำ ขั้นตอนนี้จะมีฝุ่นผงจากดินญี่ปุ่น ให้รองพื้นโต๊ะด้วยกระดาษสักหน่อย ครั้นพอเราขัดผิว

เสร็จให้เก็บเศษดินญี่ปุ่นนี้ ยังใช้ได้นะครับ นำมาคืนความชื้นสามารถใช้เป็นพุดดิ้งอุดหรือซ่อมผิว

ได้ครับ..

 

ขั้นตอนขัดกระดาษผ่านไปชิ้นงานเราจะเรียบราวแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เราจะรองพื้นด้วยสีอาคริริค

A Base (สูตร เอ) ซึ่งหมายถึงเป็นสีขาวแท้ สูตร อื่นจะมีสีนวลไปทางสีที่จะขับเน้นสีอื่นๆ ครับ 

สีอาคริริค ผมผสมน้ำเล็กน้อยเพราะต้องการเนื้อสีเก็บรายละเอียดผิวงานให้เรียบขึ้น

 

รองพื้นสีขาว สองรอบ เมื่อแห้งสนิทดี ก็ทำการลงสีในส่วนเสื้อผ้า ก่อนลง ลวดลายตามแบบด้วย

สีอาคริริคเช่นกัน

 


 

ข้อสังเกต หลังจากสีรองพื้นแห้งผิวชิ้นงานจะเรียบขึ้นอีกเล็กน้อยเราก็มาเริ่มลงสีในส่วนอื่นๆ

สีอาคริริคที่ใช้จะเป็นสีอาคริริคเกรดงานเขียนภาพเพราะมีเฉดสีหลากหลายและ ติดทนทาน

ทนน้ำ สามารถเช็ดล้างฝุ่นได้ครับ

เฉดสีองค์เดิมได้สอบถามทางเจ้าของพบว่าใกล้เคียงกับองค์ ลก องค์ที่ตั้งในโรงงานของพี่ชาย

ผู้เขียน(องค์เล็กในภาพ) องค์นี้ ก็ตั้งมาหลายปี น่าจะมีศิลปะและสีที่่ใกล้เคียง สีอาคริริคมีข้อดี

คือสามารถถมสีทับกลบได้หากสีเดิมไม่เป็นที่พอใจ ซึ่งในส่วนสีเขียวได้ผสมสี ใหม่และลงทับถึง

สามครั้งถึงได้เฉดสีที่น่าพอใจ...

สีที่ลงในส่วนพื้นชิ้นงานหากมีการล้นหรือทาเกินไม่ต้องกังวลเราสามารถเก็บรายละเอียดทาทับ

ในทีหลังได้ครับ

 

ขั้นตอนที่อาจยากสำหรับบางคนคือการร่างกำหนดตำแหน่งใบหน้าด้วยพู่กันโดยไม่ร่าง 

ข้อแนะนำให้คิดว่าลงผิดเราสามารถถมเขียนใหม่ได้ครับไม่ต้องกังวล ข้อดีคือได้ฝึกความ

แม่นยำไปในตัว

 

เก็บสีผิวใบหน้า โดยยึดตามแบบ ดินญี่ปุ่นมีข้อดีคือสีที่ลงเมื่อแห้งจะค่อนข้างเหมือนตอนลง

มันไม่เข้มกว่าหรือซีดกว่า ครับ..

 

เก็บรายละเอียดส่วนใบหน้า รอสีแห้งเพื่อเก็บในส่วนลวดลายเครื่องประดับ ลายผ้า ฯลฯ ..


เฮียเล้งหลังจากลงสีในตุ๊กตา ลก ได้หกส่วน ก็เริ่มทำการค้นคว้าและพบว่า ศิลปะของงานลายผ้า

และเครื่องประดับของงานปฏิมากรรมแบบจีนไม่ค่อยมีการรวบรวมไว้ และช่างกังไสจะออกแบบลาย

แตกต่างกันไปตามความชำนาญของช่างและขนาดของชิ้นงาน...ทางที่พอมีให้ศึกษาได้คือหาชมจาก

งานจิตกรรรมตามศาลเจ้าผู้เขียนเลือกศึกษาจากศาลเจ้าเก่าๆ เพราะจะภาพทวารบาลที่เขียนเป็น

ชุดขุนนางบุ๋น ซึ่งไม่ค่อยมีในเมืองไทย ส่วนมากจะเป็นขุนพลเสียเป็นส่วนมาก งานนี้จึงแวะไป

ชมที่ศาลเจ้าตระกูลเฮ้ง ซึ่งเป็นศาลเก่า 

(อ่านเรื่องราว ศาลเจ้าตระกูลเฮ้ง ได้ที่นี่ 

http://www.oknation.net/blog/chailasalle/2013/11/29/entry-2  )

ลวดลายของทวารบาร ขุนนางบู๊ 


 

งานทวารบาลของแต่ละวัดแต่ละที่ จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันกันไป แล้วแต่ช่างเขียนที่มีสองกลุ่มคือ

ช่างจีนในไทยและช่างจีนที่มาจากแต้จิ๋ว ประเทศจีน..ในยุคหลังส่วนมากจะมาจากเมืองจีนเพราะช่าง

จีนในไทยส่วนมากจะเลิกทำหรือล่วงลับไปหมดแล้ว 

 ต้นแบบลวดลายหน้าผ้า ชายผ้า ของขุนนางแบบบุ๊น ของศาลประจำตระกูลเฮ้ง สาธุประดิษฐ์

(หายากแล้วมักไม่ใคร่มีในศาลจีนรุ่นหลังๆ )


 

เฮียเล้งพบว่ากลุ่มลายชายผ้า แถบผ้าด้านหน้า คล้ายหน้านางของการนุ่งแบบไทยและมีแบบลาย

ที่แตกต่างกันไป. ระหว่างที่กำลังวางแบบลายเฮียเล้งได้เจอะเฮียคุ้งเพื่อนบ้านอีกท่าน ...

"อ้าวเฮียเล้งไปไหนมาเหรอ..."

"ผมไปศาลเจ้าแถวๆบ้านมาเฮีย" ข้าพเจ้าตอบเฮียคุ้ง

"อ้าวไปไหว้เจ้าหรือ ? เฮียเล้ง "

"เปล่าหรอกเฮีย ผมกำลังวางแผนจะลงลายบนหุ่นลก . ยากจริงๆ เลย เพราะต้องด้นแบบและลาย"

"อ้าว...เฮียเล้งทำงานปั้นได้ด้วยหรือ ?? " แกถามเสียงดูตื่นเต้น

"พอได้เฮียคุ้ง พอดี ลกของพี่สาวผมหล่นแตกไป หาซื้อไม่ได้เลย ต้องลงมือเอง ตอนนี้กำลังเตรียม

ในส่วนการเขียนลายผ้าครับ ยากจริงๆ ... "

"อ้าวเฮียเล้งไม่ถามผม พ่อผมแกเป็นช่างเกี่ยงต๊ก ศาลเจ้าจีนไง..."

"อ้าว..." ถึงคราวผมอ้าวบ้าง

"ผมก็นึกว่าเฮียเป็นเกี่ยงต๊ก(ช่าง)งานก่อสร้าง..." ว่าแล้ววันนั้นเฮียเล้งจึงได้ไปศึกษาชมแบบ

งานภาพแบบจีนเก่าๆของเฮียคุ้งที่บ้าน..

"งานปั้นแบบจีนจะเป็นแบบนูนต่ำ ช่างจะแยกปั้น ในส่วนศรีษะเพราะการเขียนหน้าแบบทำได้ยาก

เท่าที่ผมไปชมหุ่นของเฮียเล้ง ทำได้ดีทีเดียว งานปั้นแบบ อี่เซ็ง (ลอยองค์) ผมกลับไม่ได้ทำ

ด้วยซ้ำ ..."

"ผมเองอาศัยหลักการของงานศิลปะแบบตำะวันตกมาประยุกต์นะเฮียคุ้ง" 

"อ้อ .. งานปั้นจะมีแบบลายต้นแบบ เดิมๆ นั้นช่างจีนรุ่นปู่หรือพ่อผมจะเขียนร่างด้วยดินสอหรือพู่กันจีน

ลงในกระดาษแล้วเก็บไว้ รุ่นผมจะทำเพียงแค่ถ่ายภาพที่สมบูรณ์ ของงานเมื่อเสร็จเก็บไว้"

เฮียคุ้งพูดพลางหยิบอัลบัมแบบที่ถ่ายๆเก็บไว้มาให้เฮียเล้งชมแบบไม่มีหวง

 

"ปูนที่ผมใช้จะคล้ายงานปูนปั้นแบบไทยคือปูนปาดขึ้นลายเอา แต่ของเฮียเล้งเป็นดินขาวๆ"

"อ้อ ..ผมใช้ดินญี่ปุ่นครับ ..มีส่วนผสมของกระดาษในเนื้อดินและกาวประสาน"

"ปูนเปลือกหอยที่ผมใช้ตำผสมก็มีใส่ กระดาษ บรูฟ (เฉาจั้ว) ด้วยเหมือนกัน ทำทีเยอะๆใส่ตุ่มน้ำ

หล่อไว้ใช้ได้นาน จวบจนรุ่นผมเลย " เฮียคุ้งเสริม

"โห ..ตั้งแต่รุ่นอาเจ็ก นะเนี๊ยะ แล้วมันไม่เสียหรือ ..." ข้าพเจ้าทึ่งมาก 

"ไม่ครับ หล่อน้ำไม่ให้แห้งใช้ได้นานเลย เตี่ยผมเก็บไว้เป็นโอ่งๆ ในส่วนของงานปั้นนูนต่ำพวก

ผมจะปาดปูนในส่วนตัว ส่วนหัวจะแยกทำเตรียมไว้เพราะส่วนหัว ปั้นและเขียนลายยาก ผมมี

ผลงานรุ่นเตี่ยทำไว้มาให้ชมด้วย รอเดี๋ยวนะ " เฮียคุ้งเอื้อมไปหยิบกระป๋อง คุ๊กกี้งานแต่งสังกะสี

รุ่นเก่าแก่มาเปิดออกมา เฮียเล้ง ถึงกับอุทาน ...

"อาเจ็กแกใช้สีโบราณนี่...แหม สีไม่ลอกไม่หลุด ภูมิปัญญาโบราณน่าทึ่งมากจริงๆ"

"แล้วงานปั้นเฮียเล้งใช้สีอะไรครับ ?"

"ผมใช้สีอาคริริคสูตรผสมน้ำครับ.."

 

 ศรีษะงานปูนปั้นศาลเจ้าจีนฝีมือช่างเก่าใช้สีแบบเก่า  ...ขอบคุณเฮียคุ้ง ..

 


 

เริ่มเขียนลายผ้า โดยต้องวางแผนให้ดีว่าจะใช้ลายอะไรที่เหมาะสมกับพื้นที่ หากใครเคยเขียน

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง การคะเนพื้นที่ ใช้แนวคิดแบบ เดียวกัน..

 

ในส่วนของสีทองจะถมลายด้วยสีดำก่อนหนึ่งรอบเพื่อให้สีทองมีน้ำหนักมากขึ้น

 

ลงสีทองใน แถบยศ ตัดเส้นขอบ เมื่อถมลายสีทองเสร็จแล้ว

 

ภาพลก เมื่อลงลายผ้าเสร็จเรียบร้อย..ขั้นตอนต่อไปคือ การปั้นคฑายู่อี่ (สมปรารถนา)

(สมัยก่อนขุนนางจีนจะถือคฑานี้เข้าเฝ้าถือเป้นส่วนระบุตำแหน่งด้วยอีกประการ  ผู้เขียน)

ด้วยดินญี่ปุ่น อย่าลืมใส่ โครงเหล็กเป็นแกนเสมอ ในส่วนของหยกประดับผู้เขียนไปหาซื้อ

หินสีสวยๆจากร้านที่ขายอุปกรณ์งานศิลปะ DIY ตามห้าง  นำหินแก้วสีเขียว สีแสด

มาประดับลงในชิ้นงานขณะยังไม่แห้ง ครั้นแห้งดีค่อยลงสีทอง และตัดเส้นขอบ คฑาหยู่อี่

 (ชมภาพถัดไป)

 

ครบถ้วนกระบวนความ รอการการเคลือบวานิชให้คงทนในขั้นตอนถัดไป

 

ในการลงวานิชเคลือบแบบเงาให้ใช้สูตรสำหรับงานปูน และต้องเลือกวันที่อากาศดีแดดจัดๆ

เนื่องจากชิ้นงานต้องการให้เฉพาะบริเวณใบหน้าเป็นสีด้านจึงปิดด้วยเทป นิตโต้ ทำการลง

วานิชสักสองหรือสามรอบ ย้ำ พ่นบางๆ แห้งแล้วค่อยลงรอบถัดไป ท่ามกลางแดดดีดี งานจะสวยครับ

 เสร็จแล้ว..ปั้นดินให้เป็นเซียน "ลก"  รอส่งมอบให้พี่สาว..

 

วันที่เทพทั้งสามอยู่พร้อมหน้า ครบสมบูรณ์อีกครั้ง ฮกลกซิ่ว福祿壽 (ฝู่,ลู่,โซ่ว) นำมาตั้งโชว์

ก่อนนำเข้าตู้ ของอาเจ๊ ...

ต้องขอบคุณเฮียคุ้ง กับภาพงามงาม ฝีมืองานปูนปั้น รุ่นเก่าที่อนุญาตินำมาให้ชมเป็นวิทยาทานกันครับ


 

 หมายเหตุ 

ฮกลกซิ่ว ถือเป็น ดาวแห่งโชคทั้งสาม   三星  ซำแช เป็นสัญญลักษณ์ของมงคลตามอุดมคติของชาวจีน สัญญลักษณ์

รวมถึงอักษรศิลป์ที่ เป็นชื่อของแต่ละองค์จะปรากฎตาม ที่ต่างๆ เช่นศาลเจ้า วัด แม้แต่เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือ บนขนม!!

ฮก ลักษณะของพ่อค้าผู้มั่งคั่ง ตัวแทนของโชคลาภ คำว่าฮก จะปรากฎตามสิ่งมงคลต่างๆชื่อ ฮกถือเป็นชื่อที่ชาวจีนนิยมใช้อีกด้วย

ลก ลักษณะของขุนนางจีน ตัวแทนของวาสนา ยศศักดิ์ คฑา หรืออักษร ที่ปักบนเสื้อสื่อถึงการเจริญด้วยยศฐาบรรศักดิ์นั้นเอง

ซิ่ว ลักษณะของ ชายชราอายุยืน ตัวแทนของของความสุขภาพดีอายุยืนยาว ขนมซิ่วท้อ คือขนมมงคล ที่ใช้ใน

งานวันเกิด เสมือนการอวยพร....

 

 


 

 

 

 

 

 

 

โดย chailasalle

 

กลับไปที่ www.oknation.net