วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทองกองยักษ์


ด้วยความรุ่มร้อนทางการเมืองที่ระอุอยู่แถวๆ ถนนสายประชาธิปไตย ผมจึงต้องพลัดพรากจากสายลมแผ่วที่ระเบียงบ้าน ออกมาผจญเวรผจญกรรมอยู่กลางเมืองใหญ่

จุดหมายวันนี้พิเศษอยู่หน่อย ตรงที่ได้ขึ้นหลังคาตึกสูง ตรงสุดปลายสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งไม่ค่อยจะมีใครได้ขึ้นมากัน นอกจากจะมีมหกรรม “มวลชนยาตรา” ดั่งเช่นวันนี้

จากการนัดหมายครั้งแรก ผมและคู่หูจะขึ้นสู่ยอดตึกเมื่อตะวันอยู่ตรงเหนือศีรษะ  และเราก็ถึงจุดหมายตามกำหนด แต่ต้องมีเหตุให้เสียอารมณ์  เมื่อเวลาถูกเลื่อนออกไปอีกนับร้อยนาที

ผมลำเลียงอุปกรณ์ทั้ง เล็ก กลาง ใหญ่ กระทั่ง ใหญ่มาก ขึ้นบันไดลิงเล็กๆ สู่หลังคาเปิดโล่ง ไม่ง่ายนักกับด่านแรกของวัน เพราะน้ำหนักเจ้าอุปกรณ์ “ใหญ่มาก” นั้น ทำให้กล้ามเนื้อมัดน้อยๆ บนไขมันก้อนใหญ่ที่เกาะกระดูกแขนของผมสั่นระริก แต่นั่นยังไม่สาแกใจเท่ากับกระแสลมบนความสูงมากกว่า 30,000 มิลลิเมตร จากระดับน้ำขังบนถนนด้านล่าง ซึ่งโหมพัดมาอย่างไม่ไว้หน้ากันบ้างเลย แถมด้วยละอองฝนเม็ดเล็ก ที่โปรยปรายลงมาสร้างความลำบากให้เพิ่มขึ้นอีกหน่อย

บนที่สูงเช่นนี้ เราจะเห็นสิ่งต่างๆ ที่คุ้นเคยในมุมที่ไม่เคยคุ้น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วางแหมะอยู่บนแถบสีเงินของยางมะตอยสะท้อนแสงแดด สะพานแขวนใหม่ล่าสุด พาดยาวอยู่บนหลังคาตึกแถวริมน้ำ ทางด่วนซึ่งรถจอดนิ่ง ทาบซ้อนอยู่กับราง BTS สีเทาหม่น

ผมเริ่มเพลิดเพลินกับมุมมองใหม่ๆ  ยิ่งได้กระแสลมพัดผ่านร่างไปแบบเร้าใจเช่นนี้ ความตื่นเต้นยิ่งทวีคูณ และเมื่อมีคำยืนยันว่า นัดหมายที่ตั้งใจเดินทางมา ถูกเลื่อนไปแน่นอนแล้ว ความซุกซนก็บังเกิด

ผมเดินวนไปรอบๆ ดาดฟ้าเจ้ากรรมนั้นอย่างไม่สนใจใคร ชะเง้อออกมุมโน้น มุดเข้าไปมุมนี้ จี้ไปที่มุมนั้น  เก็บแสงเข้าแผ่นซิลิโคนอย่างมันมือ จนกระทั่งสายตาไปปะทะกับสิ่งหนึ่ง ซึ่งที่จริงไม่น่าจะรอดสายตามาเลย

สีทองอร่ามของยอดเจดีย์มหึมา สะท้อนกับแสงแดดยามบ่าย สาดผ่านม่านตามาอย่างจัง เมื่อรวมกับฉากหลังที่เป็นเมฆดำหม่น ยิ่งขับสีทองนั้นให้สุกปลั่งขึ้นทวีคูณ

ความพอใจในชั่วขณะนั้น เกือบจะย้อนกลับมาทำร้ายจิตใจอันเบิกบาน ถ้าไม่ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า มีบางสิ่งขาดหายไป
เมื่อลอมองลึกลงไปในภาพกว้างนั้น จึงได้เห็นม่านสีเทาอ่านของตึกรามสมัยใหม่ใจกลางย่านธุรกิจอันสับสน เรียงรายอยู่ลิบๆ ขัดแย้งกับ วัตถุสีทองเบื้องหน้า เติมเต็มเนื้อหาให้แน่นขึ้น และเมื่อจินตนาการต่อไปจากนั้น ภาพบ้านไม้เรือนสังกะสี ก็ปรากฎขึ้นในมโนทัศน์

ผมขยับขา กวาดสายตาหาช่องทางที่จะออกไปสู่มุมภาพในใจ และก็ไม่เกินความพยายาม  หลังจากทำตัวบางที่สุดเพื่อให้แนบไปกับผนังคอนกรีตบนกันสาด เพื่อกระแสลมจะไม่หอบร่างลงไปตามแรงดึงดูดของโลก ผมหลุดออกมาอีกฝากของหลังคา เป็นด้านที่ยิ่งไม่คุ้นเคยเลยแม่แต่น้อย

ก่อนจะเดินย้อมกลับมาสู่ภาระหน้าที่ ผมขยับเลนซ์ให้มุมกว้างขึ้นอีกนิด เพื่อเก็บลวดลายสนิมคลาสลิกบนหลังคาสังกะสี ชดเชยแสงให้อันเดอร์ลงอีกหน่อยเพื่อสีสันที่จัดจ้าน และสุดท้าย รอเรือลำน้อยที่แล่นผ่านเข้ามาประกอบให้เกิดภาพที่สมบูรณ์ภาพนี้

              โลหะปราสาท วัดราชนัดดา

                   บ้านเรือนริมคลอง

โดย -มี๊-โซน7

 

กลับไปที่ www.oknation.net