วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหมืองทองคำ จ.เลย ประทานบัตรทับป่าต้นน้ำ 1 A


จากเอ็นทรีที่แล้ว เรื่อง เหมืองทองคำ ความร่ำรวยของทุนข้ามชาติ ...บนความเจ็บปวดของคนพื้นที่

ได้เกริ่นนำถึงเหมืองทองคำ 2 ที่ ในประเทศไทย  แห่งหนึ่งคือที่ รอยต่อ จังหวัด พิจิตร เพรชบูรณ์ และกำลังขยายไปยัง จ. พิษณุโลก  ที่ชื่อว่าเหมืองชาตรี  ของบริษัท ข้ามชาติ Kiingsgate 

มาเอ็นทรีนี้ ขอพูดถึงเหมืองทองอีกแห่งหนึ่งใน จ.เลย  เป็นเหมืองทองของ บ. ทุ่งคำ จก.  ในปี 2546 กระทรวงอุตสาหกรรมได้อนุมัติประทานบัตรการทำเหมืองแร่ทองคำ 6 แห่งแก่ บริษัท ทุ่งคำจำกัด ครอบคลุมพื้นที่ 2.07 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอประทานบัตรในพื้นที่เพิ่มอีก 91.02 ตารางกิโลเมตรในอำเภอวังสะพุง และอำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งประกอบไปด้วยการยื่นคำขอประทานบัตรจำนวน 114 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ 52.62 ตารางกิโลเมตร และ คำขออาชญาบัตรพิเศษจำนวน 8 แปลง เนื้อที่รวม 38.4 ตารางกิโลเมตร  ดังภาพ 1

หลายคน รวมทั้งเราด้วย ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ประเทศเรามีทรัพยากรทองคำจำนวนไม่น้อย เลยนะคะ  ด้วยสันฐานทางธรณีวิทยา  ประเทศเกิดจากการประกบกันของแผ่นเปลือกโลก 3 ชิ้น  ช่วงรอยต่อนี้ ทำให้เกิดสินแร่มากมายใต้พื้นพิภพของเรา   โดยมีสายแร่ทางคำพาดผ่านประเทศเราถึง 3 เส้นค่ะ  
ในเอนทรีนี้ขอพูดถึงแค่สายแร่ทองคำ ลาว - เลย - เพชรบูรณ์  ซึ่งทั้งเหมืองชาตรี และ เหมืองของทุ่งคำ อยู่บนสายแร่นี้ค่ะ 


ภาพประกอบจากเหมืองทองชาตรี

       ขบวนการผลิตทองคำ 

กระบวนการแยกทองคำนั้น จะใช้วิธี Carbon-In-Leach หรือ CIL (วิธีนี้ จะไม่มีการปล่อยสารทำละลายที่ใช้ในบริเวณที่อยู่ด้านล่าง) จากลานกองวัตถุดิบ สินแร่ทองคำจะถูกบดด้วยเครื่องบดหยาบ ซึ่งจะนำสินแร่ ลำเลียงด้วยสายพานจากเครื่องบดหยาบไปเข้าเครื่อง SAG Mill (Semiautogenous Grinding) ภายในเครื่องนี้จะมีก้อนเหล็กทุบสินแร่และน้ำ จนมีขนาดที่ทำให้สารเคมีสามารถทำปฎิกิริยากับทองคำได้
แร่ที่ถูกบดจะถูกคัดขนาด และถูกลำเลียง เพื่อนำไปแช่ไว้ในถังสารละลายไซยาไนด์ แร่ทองคำและเงินที่อยู่ในสินแร่จะถูกละลายออกมาอยู่ในรูปของสารละลายไซยาไนด์ ซึ่งเป็นตัวแยกทองคำออกจากหินและฝุ่นดิน และคาร์บอนจะเป็นตัวจับทองคำและเงินที่แยกจากดินและหินได้ จากนั้นจะถูกส่งเข้าเครื่องเผา คาร์บอนจะปล่อยทองคำออกมาในรูปทองคำเหลว โดยทองคำและเงินที่อยู่ตรงผิวเม็ดถ่าน จะถูกกรองแยกออกมาจากกากแร่จะถูกชะล้างออกมาด้วยสารละลายผสม ระหว่างโซเดียมไซยาไนด์และโซเดียมไฮดรอกไซด์ให้กลับอยู่ในรูปสารละลายทองคำและเงินอีกครั้งหนึ่ง สารละลายที่ได้นี้จะถูกส่งผ่านเข้าไปในขบวนการ Electro winning ในการจับทองคำและเงินออกจากสารละลาย ขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปต้มในเตา ภายใต้อุณหภูมิสูงถึง 1,200 องศาเซลเซียส ทองคำเหลวจะกลายสภาพเป็นทองคำแท่งซึ่งมีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงิน ทองคำแท่งที่มีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงินจะถูกส่งออกไป เพื่อนำไปทำให้เป็นทองคำแท่งบริสุทธิ์ 99.99%

                 การพัฒนาโครงการและการก่อสร้างโรงแต่งแร่ทองคำแล้วเสร็จในเดือนพ.ค 2549 และเริ่มดำเนินการในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549  ด้วยกำลังการผลิต 1,200 – 1,500 ตันต่อวัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแร่ ในปีพ.ศ. 2549 มีแร่ที่ได้รับการถลุง 176,785 ตัน โดยที่ 70,389 ตัน ได้รับการถลุงในไตรมาสที่ 3 และ อีก 104,374 ตันในไตรมาสที่ 4 โดยบริษัทฯ คาดว่าจะถลุงแร่ได้ประมาณ 440,000 ตันต่อปี  โดยมีการนำเข้าแหล่งทองคำมาจากประเทศลาวเพื่อนำมาแต่งที่ประเทศไทยด้วยค่ะ
ในปี พ.ศ. 2550 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด สามารถผลิตทองคำได้ 17,485 ออนซ์  ( ข้อมูลจาก บ. ทุ่งคำ จก. )

โดยการเก็บค่าภาคหลวงของบ้านเรา  แม้จะเป็นระบบขั้นบันไดแล้ว  แต่ก็ยังมีขั้นต่ำอยู่มาก  และในการผลิตทองคำ จะได้ แร่เงิน ออกมาด้วยเสมอ  ยังไม่มีฐานข้อมูลว่าเสียภาษีแร่เงินยังไงค่ะ 

               ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา  ชาวบ้านได้รับผลกระทบจาก สารเคมีที่ใช้ในการผลิต ที่รั่วซึมมาตามลำธารสาธารณะ  กระทบ 6 หมู่บ้าน  (  ม. ห้วยผุก  , ม. กกสะทอน , ม. นาหนองบง  ,  ม. แก่งหิน , ม. โนนผาพุงพัฒนา , ม. ภูทับฟ้าพัฒนา  ใน อ. วังสะพุง จ. เลย    

               วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่มีหนังสือให้อุตสาหกรรมจังหวัดเลยทำการเปรียบเทียบปรับบริษัท ทุ่งคำ จำกัดเนื่องจากได้ปล่อยให้มีปริมาณสารไซยาไนด์เจือปนในกากแร่ก่อนนำไปกักเก็บในบ่อกากแร่สูงถึง ๖๒PPM ซึ่งตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กำหนดไว้ไม่เกิน ๒ PPM เท่านั้น

              โดยปี ๒๕๕๒  สาธารณสุข จ. เลย ประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการอุปโภคบริโภคน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย จากผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่ตำบลเขาหลวง เนื่องจากตรวจพบสารหนู แคดเมียมและแมงกานีสเกินค่ามาตรฐาน  เป็นเหตุให้ราษฎรทั้ง ๖ หมู่บ้านรอบเหมืองทองคำต้องซื้อน้ำในการอุปโภคและบริโภคนับแต่นั้นมาจวบจนถึงปัจจุบัน 

               เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยออกประกาศ ฉบับที่ ๑/๒๕๕๓ ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยและโรงพยาบาลวังสะพุงได้ร่วมกันเก็บตัวอย่างหอยขม ปลาไหล ปลากด ผักกูด ข้าวสารขัดสี และข้าวกล้อง ที่เก็บจากลำห้วยเหล็ก ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าหอยขมที่เก็บจากต้นลำห้วยเหล็กมีปริมาณสารหนูสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน

                วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย และโรงพยาบาลวังสะพุง  จังหวัดเลย แจ้งผลการตรวจหาสารไซยาไนด์ ปรอท ตะกั่วในเลือดของประชาชนจำนวนกว่า ๗๕๘ ราย พบผู้มีสารไซยาไนด์และสารปรอทในเลือดเกินค่ามาตรฐาน จำนวน ๑๒๔

                  และในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ทำการชะลอการขยายพื้นที่การทำเหมืองในพื้นที่ใหม่หรือการขอประทานบัตรแปลงใหม่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปของสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อน

                 วันที่ ๒๖ – ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ สันเขื่อนของบ่อเก็บกักกากไซยาไนด์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ด้านทิศเหนือเกิดการทรุดตัวและพังทลายลง โดยเกิดขึ้นตอนกลางของคันทำนบดินที่บดอัดแน่น  เป็นระยะทางยาว ๑๕ – ๒๐ เมตร ลึกประมาณ ๕ เมตร ทำให้สารพิษในบ่อกักเก็บกากไหลปนไปกับแหล่งน้ำของชาวบ้าน

                 เมื่อบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  จะขอต่ออายุสัมปทานที่จะหมดลงในปี 2554  และ ขอประทานบัตรไปยังภูเหล็ก  ภูที่อยู่ใกล้เคียงกับภูทับฟ้า ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำ 1 A  ไม่สามารถขอประทานบัตรได้  ตามกฏหมายแร่ ปี 2510  มาตรา 6 ทวิ

แต่บริษัท ทุ่งคำ จำกัดได้ละเลยคำสั่งตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ให้ชะลอการขยายพื้นที่การทำเหมืองหรือการขอประทานบัตรแปลงใหม่  โดยที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องละเลย วางเฉยและนำไปสู่การสนับสนุนการจัดเวทีดังกล่าวด้วย

                 วันที่ 8 ก.ย. 56  จึงมีการทำ Plublic Scopeing ตามหลักของการขอประทานบัตร ต้องมีการทำ EHIA  ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนนี้  และเป็นที่มาของข่าวดัง 

                 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดถูกทหาร-ตำรวจกว่า 600 นายพร้อมด้วยรถบรรทุกของเหมืองและรั้วรวดหนามกีดกันไม่ให้เข้าร่วมเวที Public Scoping ที่วัดโพนทอง ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย   ประกอบการขอขยายเหมืองทองที่ภูเหล็ก (แปลง 104/2538)

              โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมคัดค้านกระบวนการดังกล่าวด้วย  ดังที่เห็นจากภาพข่าวทั่วไป

สารคดี " ภูเหล็ก ลมหายใจแห่งภูเขาทองคำ "

 

นับแต่นั้นมา ชาวบ้านเริ่มรวมตัวกัน และต่อสู้กับ บริษัท ฯ  จนเป็นที่มาของการฟ้องร้องกันอีกหลายคดี

               บริษัทฯ  ฟ้องชาวบ้าน     ถูกฟ้องแพ่ง 2 คดี รวมเงินต้น 120 ล้านบาท และต้องจ่ายเพิ่มอีกวันละ 10 ล้านบาท จนกว่าจะยอมรื้อกำแพง และถูกฟ้องคดีอาญาข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์สินอีก 2 คดี มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวม 4 คดี 20 คน หลังจากที่ร่วมกันก่อสร้างกำแพงกั้นทางสัญจรของเหมืองทองคำบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

               จากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน  322 คน  ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องสิทธิของชุมชนและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นที่ตั้งของความสงบสุขความเป็นครอบครัว และความเป็นชุมชน   อีกทั้งเพื่อปกป้องและรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่จะต้องสูญเสียไป    จึงได้ร่วมกันยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม   และอธิบดีกรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด   ดำเนินการตามเงื่อนไขประทานบัตรและใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ต้องทำเหมืองโดยไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ดำเนินการเพิกถอนประทานบัตรเลขที่ 26971/15558, 26972/15559, 26968 /15574, 26969/15575 และ 26970/15576 ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ที่ 1/2552 และคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม คำขอที่ 1/2555 ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด รวมทั้งเพิกถอนหนังสือยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

และจะทำการยื่นฟ้องร้องในคดีแพ่งแก่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ต่อศาลยุติธรรมเพื่อให้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับราษฎรทั้ง ๖ หมู่บ้าน เป็นลำดับต่อไป

ในขณะที่ชาวบ้าน ยังต้องได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ และต้องซื้อน้ำกิน น้ำใช้ มาอุปโภค บริโภค เป็นต้นทุนการใช้จ่ายเพิ่ม อีกเดือนละหลายพันบาทต่อครอบครัว  ต่อไป  

___________________________________________________________

ขอบขอบคุณ 

ข้อมูล     http://thaipublica.org

ข่าวจาก  http://prachatai.com

สารคดี  http://www.greenworld.or.th/node/1885

โดย ภาษาหลากสี

 

กลับไปที่ www.oknation.net