วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชาญ เย็นแข ( 4 )


ชาญ เย็นแข - ค่าน้ำนม

ชาญ เย็นแข  เป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2469 จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนนันทนศึกษา เขตดุสิต อุปสมบท ณ วัดอัมพวัน เมื่ออายุ 20 ปี เป็นเวลา 1 พรรษา สมรสกับคุณสุพรรณี สิงหราชา เมื่อปี 2494 มีบุตรสาว 1 คน คือ น.ส.ดรรชนี (ถึงแก่กรรม เมื่อปี 2529) ชาญ เย็นแข เป็นผู้พิการที่กระดูกขาซ้าย เนื่องจากรถคว่ำเมื่อวัยหนุ่ม

ชาญ เย็นแข มีความรักในการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก สมัยสงครามโลก พ.ศ.2486-2488 การมหรสพในบ้านเรามีแต่รำวง และการประกวดร้องเพลงตามงานวัด ชาญได้แอบหนีไปสมัครประกวดร้องเพลงทุกวัดที่มีงาน โดยใช้ชื่อว่า "เอี่ยวพญา" และมักจะกวาดถ้วยรางวัลเป็นเสียส่วนมาก โดยเข้าประกวดรุ่นเดียวกับเบญจมินทร์ ,คำรณ สัมบุณณานนท์ ,เลิศ ประสมทรัพย์ และนริศ อารีย์  

เพลงที่ประกวดงานวัดครั้งแรกในชีวิตคือเพลง กลางสายลม พ.ศ.2484 ขณะมีอายุเพียง 16 ปี ที่วัดจอมสุดาราม (วัดไพรงาม) สถานีรถไฟสามเสน ผลการประกวดได้รางวัลที่ 3 เพลงแรกที่ชนะเลิศการประกวดคือเพลง รำพันรัก เมื่อปี พ.ศ.2488 ที่งานภูเขาทอง วัดสระเกศวรวิหาร เมื่อสงครามสงบระยะนี้ละครเวทีกลับมาเฟื่องฟู มีโรงละครเกิดขึ้นหลายโรง ส่วนโรงภาพยนตร์ต่างๆก็มีการแสดงดนตรีของวงดนตรีต่างๆ ชาญ เย็นแข ได้รับการสนับสนุนจาก สมพงษ์ พงษ์มิตร ให้เข้าเป็นนักร้องร้องเพลงหน้าม่านระหว่างเปลี่ยนฉากละคร ประจำคณะละครศิวารมย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 โดยมี สง่า อารัมภีร เป็นผู้ควบคุมวงดนตรี และมีโอกาสบันทึกแผ่นเสียงเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยเพลง ค่าน้ำนม ผลงานเพลงของครูไพบูลย์ บุตรขัน แผ่นเสียงบริษัท นำไทย จำกัด ตราสุนัขสลากเขียว เป็นแผ่นครั่ง ความเร็ว 78 รอบต่อนาที

ชาญ เย็นแข นั้นได้ชื่อว่า เกิดจากเพลงค่าน้ำนมก็ว่าได้ ทั้งๆที่เขาเกือบจะไม่ได้ร้องเพลงนี้อยู่แล้ว โดยตอนแรกมีการวางตัวให้บุญช่วย หิรัญสุนทร นักร้องดังอีกคนของยุคนั้นเป็นคนร้อง แต่ปรากฏว่าบุญช่วยไม่มาห้องอัดตามนัด จึงมีการนำเพลงนี้มาให้หนุ่มที่เพิ่งชนะการประกาศขับร้องมาไม่เท่าไหร่ เป็นผู้ขับร้องแทน และเขาก็ทำได้ดีมาก  สมัยนั้น เป็นการบันทึกเสียงแบบร้องสดๆไปกับวงดนตรี ซึ่งเขาก็ร้องอยู่ 4 - 5 เที่ยวก็ผ่าน

ชาญ เย็นแข เล่าเอาไว้ว่า ช่วงนั้นเขาอายุ 20 ปี เป็นนักร้องหัดใหม่อยู่ทีคณะศิวารมณ์ที่โรงภาพยนตร์เฉลิมนคร ตอนนั้นเขายังไม่เคยเห็นกระบวนการบันทึกแผ่นเสียง และอยากเห็นมาก มาวันหนึ่ง สง่า อารัมภีร ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของเขาคนหนึ่งมาชวนเขาไปดูการบันทึกเสียง วันนั้นเป็นวันที่ 4 มิถุนายน 2492 บุญช่วย หิรัญสุนทร ที่โด่งดังมาจากเพลง น้ำตาแสงไต้ ซึ่งเดินทางไปเชียงใหม่ มีนัดจะต้องมาอัดเพลงค่าน้ำนมที่ห้องอัดตอน 10 โมงเช้าที่ห้องอัดเสียงชั้นบนของโรงภาพยนตร์เฉลิมไทย

หลังจากที่รออยู่จนถึงบ่ายโมง นักร้องดังก็ยังไม่มา แพ็ท ซิเกรา  ผู้อำนวยการอัดแผ่นเสียงของบริษัทนำไทย ก็เลยนำเรืองมาปรึกษากับสง่า อารัมภีร เนื่องจากไม่สามารถติดต่อกับทางไพบูลย์ บุตรขัน ผู้แต่งเพลงได้ สง่า อารัมภีร จึงมีหน้าที่ตัดสินใจแทน และสง่า อารัมภีร ก็ตัดสินใจให้ชาญ เย็นแข ร้องแทน ซึ่เขาก็เคยฝึกร้องเพลงนี้มาก่อนแล้วกับสง่า อารัมภีร เนืองจากทำงานที่คณะละครศิวารมณ์ด้วยกัน

ตอนแรก แพ็ท ซิเกรา ไม่ยอม เนื่องจากเห็นว่าเป็นเด็กใหม่ กลัวแผ่นจะขายไม่ได้ และตัดสินใจรอบุญช่วย แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจ และยอมให้เขาลองร้องเพลงให้ฟัง และหลังจากที่ชาญ เย็นแข ที่ยืนตัวสั่นเพราะความตื่นเต้นร้องให้ฟังแค่ท่อนเดียว เขาก็ตัดสินใจให้ชาญ เย็นแขเป็นคนบันทึกเสียงเพลงนี้ทันที

งานนี้เขาได้ค่าเหนื่อยมา 50 บาท (สมัยนั้นดอลล่าร์ละ 7 บาท )

ปี 2500 ชาญ เย็นแข ร่วมเดินทางไปประเทศจีนกับคณะศิลปินไทย 48 คนที่เดินทางไปแสดงที่นั่น ซึ่งนำโดยสุวัฒน์ วรดิลก เมื่อกลับมาจึงถูกทางการไทยจับกุมทั้งคณะ แต่ได้รับการประกันตัวทั้งหมด

เพลงดังเพลงหนึ่งของชาญ เย็นแข ก็คือเพลงกลิ่นโคลนสาบควาย แต่งโดยไพบูลย์ บุตรขัน แต่เนื้อหาของเพลงไม่เป็นที่พึงใจของทางการในยุคนั้น จึงประกาศให้เป็นเพลงต้องห้าม ประกอบกับสถานีวิทยุจฃของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนำเพลงนี้มาเปิดทุกวัน ก็เลยทำให้ชาญ เย็นแขต้องหยุดร้องเพลงไปโดยปริยาย และออกไปรับงานพากษ์หนังอยู่ในต่างจังหวัดอยู่ 4 - 5 ปี จึงกลับมาเล่นละครวิทยุกับคณะกันตนา หลังจากหมดยุคเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัชต์ในปี 2506 ชาญ เย็น แข จึงกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง

เขาร้องเพลงเป็นอาชีพ และยังเดินทางร่วมไปกับคณะละครเร่ามต่างจังหวัด นอกจากนั้นก็ยังร้องเพลงตามคลับตามบาร์มากมาย เขามีผลงานเพลงที่บันทึกเสียงเอาไว้มากกว่า 800 เพลง

 

ชาญ เย็นแข เสียชีวิตเมื่อ 5 ตุลาคม 2531 ด้วยโรคหัวใจ ขณะแต่งตัวเตรียมจะขึ้นเวทีร้องเพลง รวมอายุได้ 62 ปี

ผลงานเพลงบางส่วน

1.กลิ่นโคลนสาปควาย 2.ค่าน้ำนม. 3.แม่ศรีเรือน 4.ตรางดวงใจ 5.มนต์รักเมษา 6.คนจรคนจน 7.ค่ำไหนนอนนั่น 8.นางไสยาสน์ 9.สายลมพัด 10.สาริกาลิ้นทอง 11.สายชลแห่งชีวิต 12.เป็นโสดดีกว่า 13.เสียงกระซิบสั่ง 14.ทูลหัวหลอกพี่ 15.รักพี่นะ 16.กลับมาหาพี่เถิด 17.กลิ่นไม้แซมผม 18.แม่ศรีคนสวย 19.จำปาทองเทศ 20.คนเดนคน 21.มนต์เรียกรัก 22.ศรดอกสุดท้าย 23.คืนโสมส่องฟ้า 24.สายในแห่งรัก

เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมนี้จะเป็น วันแม่จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เขียนถึงเพลง ค่าน้ำนม ที่ประพันธ์คำร้องโดยไพบูลย์ บุตรขัน และขับร้องโดยชาญ เย็นแข ที่พรรณนาถึงพระคุณของแม่ได้โดนใจคนไทยมากที่สุด

รวมแล้วครูไพบูลย์แต่งเพลงเชิดชูพระคุณของแม่เอาไว้หลายเพลง รวมแล้วท่านแต่งเพลงประเภทนี้ไว้ราว 6 7 เพลง แต่ในจำนวนนั้นเป็นที่รู้จักดีถึง 5 เพลง จึงได้ชื่อว่าท่านประสบความสำเร็จกับเพลงแนวนี้มากที่สุด

เพลงนี้ ครูไพบูลย์ ซึ่งได้ชื่อว่ารักแม่มากที่สุดคนหนึ่ง ประพันธ์เพื่อเชิดชูพระคุณของนางพร้อม แม่ของท่านเอง ว่ากันว่าท่านสำนึกในบุญคุณของแม่ของท่านมากที่สุด จากการที่ท่านเป็นคนดูแลครูไพบูลย์อย่างใกล้ชิด ไม่มีความรังเกียจเดีดฉันท์แต่อย่างใด แม้ว่าลูกของท่านคนนี้จะป่วยเป็นโรคที่สังคมสมัยนั้นรังเกียจอย่างยิ่งก็ตาม โรคที่ว่านี้ก็คือโรคเรื้อน ที่ครูไพบูลย์เป็นมาตั้งแต่สมัยวัยหนุ่ม และสมัยนั้นหยูกยาต่างๆก็แพงมาก และยังไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้โรคร้ายของครูกำเริบหนัก

ค่าน้ำนม อยู่ในกลุ่มเพลงชุดแรกๆที่ครูไพบูลย์ ที่มีอายุ 30 ปีแต่งและได้รับการบันทึกเสียง จากการชักนำของ สวัสดิภาพ บุนนาค เพื่อนและน้องเขยของครูไพบูลย์เอง  เพลงชุดนี้ก็อย่างเช่น มนต์เมืองเหนือ , คนจนคนจร , ดอกไม้หน้าพระ , ดอกไม้หน้าฝน และค่าน้ำนม เพลงชุดนี้ ครูไพบูลย์ได้ค่าเหนื่อยมา 650 บาท (สมัยนั้นทองคำบาทละ 100 ) ส่วนนักร้องที่มีอยู่หลายคนก็ได้ค่าเหนื่อยแตกต่างกันไปตามระดับความดัง ที่ได้มากที่สุดคือสมยศ ทัศนพันธ์ ที่ได้เพลงละ 80 บาท รองลงมาก็ 50 บาท 40 บาท

เพลงชุดนี้ ครูไพบูลย์แต่งเพลง มนต์เมืองเหนือ ก่อน แต่เพลงค่าน้ำนม บันทึกเสียงและวางจำหน่ายก่อน  โดยเพลงนี้วางจำหน่ายเมื่อ 4 มิถุนายน 2492 ขายได้ 800 แผ่น เป็นรองแค่เพลงของสุนทราภรณ์

เพลงชุดนี้ เรียบเรียงเสียงประสานโดย สง่า อารัมภีร และ ประกิจ วาทยกร (ลูกชายพระเจนดุริยางค์ ) โดยในการบันทึกเสียง ครูสง่า เป็นผู้เล่นเปียโน เล่นดนตรีโดยวงดนตรีศิวารมณ์ของครูสง่า บันทึกเสียงกันที่ห้องอัดเสียงกมลสุโกศล ชั้นบนเฉลิมไทย หลังจากอัดเสียงเสร็จแล้ว สมัยนั้นนิยมเอาไปทำแผ่นเสียงกันอินเดีย ยุคนั้นวงการเพลงยังไม่มีการแบ่งแยกเป็นลูกทุ่งลูกกรุงชัดเจน ซึ่งหลังจากแยกกันแล้ว ครูไพบูลย์ ก็หันมาสู่แนวลูกทุ่งเต็มตัว

นางพร้อม บุตรขัน เสียชีวิตเมื่อ 30 เมษายน 2508 ในวัย 70 กว่า ด้วยโรคชรา ส่วนครูไพบูลย์ เสียชีวิตเมื่อ 29 สิงหาคม 2515 ในสภาพที่หายจากโรคร้ายแล้ว แต่โรคนี้ก็ส่งผลให้ร่างกายพิกลพิการอย่างมาก

เรียบเรียงจาก หนังสือ " คีตกวีลูกทุ่ง " เขียนโดย วัฒน์ วรรลยางกูร

เพลง ค่าน้ำนม

คำร้อง/ทำนองไพบูลย์ บุตรขัน

ขับร้อง ชาญ เย็นแข

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
แม่เราเฝ้าโอ้ละเห่
กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล
เมื่อเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม
แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ
เติบ โตโอ้เล็กจนใหญ่
นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม
ควร คิดพินิจให้ดี 
ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม
เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน
ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง
แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน
บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น
หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย

แก้ไขปรับปรุง 19 ก.ย.52

ช่วยกันฟังเพลงลูกทุ่งหน่อยนะครับ ก่อนที่มันจะสูญพันธุ์

โดย คันทรี่แมน

 

กลับไปที่ www.oknation.net