วันที่ จันทร์ มกราคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กนก หกด้าน !


    ก  นก เป็นชื่อสมมติ สมมติใครก็ได้ที่ชื่อกนก ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนมายาวนาน ไม่เคยมีคำถามเรื่องความไม่ซื่อตรง ไม่เคยมีปัญหาด้านจริยธรรม

   บทวิเคราะห์ชิ้นนี้ จะพูดถึงกนกในหลายมิติ แต่จะให้ความสำคัญพิเศษในสองฐานะ หนึ่งคือสื่อมวลชนคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบัน หรือองค์กรสื่อ องค์กรใด แต่เป็นกนก ที่เป็นเซเลบ เป็นบุคคลสาธารณะ หรือ Public Figure  เป็นคนที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วไป สองเป็นกนก ที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง เป็นคนสามัญธรรมดา ที่มีสิทธิ มีเสียง มีความคิดเห็นในทุกเรื่องราวเหมือนคนทั่วไป

      กนก ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนคนดัง ย่อมปฎิเสธไม่ได้ว่าทุกบทบาท และความเคลื่อนไหวของเขา ถูกจับจ้องทุกฝีก้าว ดังนั้น ถ้าความคาดหวังของสังคม คือสื่อมวลชนต้องมีความเป็นกลาง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือต้องไม่ลำเอียง ดังนั้นเมื่อมองภาพหรือการเปิดตัวของเขาอย่างเป็นทางการครั้งแรกบนเวที กปปส.ที่ปทุมวัน เมื่อคืนวานนี้ กนกย่อมถูกตัดสินว่าเป็น “สื่อเลือกข้าง” อย่างปฎิเสธไม่ได้ และเป็นการตอกย้ำความเป็นสื่อเลือกข้างที่ชัดเจน หนักแน่นมากขึ้น หลังจากที่กนก ขี่ม้าเลียบค่ายมาระยะหนึ่ง จากเวทีราชดำเนิน

        และหากย้อนหลังไปถึง วันที่ จ.เจตน์ สมุนทักษิณ ชินวัตร บุกไปจับเข่าคุยกนกฉันท์มิตร แต่พาพวกไปนับสิบที่ ช่อง 9 อสมท.  เพื่อถามหาความเป็นกลาง เพื่อส่งสัญญาณ การหลุดจากผังรายการของ เช้าข่าวข้น และข่าวข้น คนข่าว แล้ว ก็นับว่าภาพในใจของกนก ในฐานะสื่อมีสีมีมายาวนาน

         จนกระทั่งเมื่อย้ายจอกลับบ้าน ความเห็นต่อท้ายข่าวของเขา ก็ยังมีสีสันให้คนที่รักใคร่ศรัทธาได้ติดตาม ในขณะที่คนเกลียดชัง คนที่ฝังใจว่ากนกไม่เป็นกลาง ก็เพิ่มความเกลียดชังกนกมากขึ้น จนถึงขั้นปิดตาไม่ดูกนกอีกต่อไป

          ความไม่ชอบกนก ยังก้าวข้ามไปถึงองค์กรที่เขาสังกัดด้วย

          แม้จะมีความเห็นที่หลากหลาย แม้จะมีทั้งฝ่ายปฎิรูปก่อนเลือกตั้ง และเลือกตั้งก่อนปฎิรูปในสัดส่วนที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เสียงคนเล็กคนน้อยในองค์กร ก็ไม่ดังเท่ากนก ภาพของกนกจึงกลายเป็นภาพใหญ่ขององค์กรที่ส่งผลสะเทือนในหลายด้าน

           ด้านหนึ่งคือความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งข่าวของคนอื่นๆ ด้านหนึ่งคือคำถามในเรื่องจริยธรรมของตัวกนกเอง โดยเฉพาะจริยธรรมภาคปฎิบัติ ที่กำหนดไว้เป็นเสมือนคัมภีร์ขององค์กรสื่อ ในเรื่องแนวทางปฎิบัติการมีส่วนร่วมทางการเมือง

            แนวปฎิบัติ ด้านกิจกรรมทางการเมือง ที่เขียนไว้ว่า การไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทางด้านการเมืองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในอาชีพการทำข่าว ซึ่งหมายความว่า พนักงานด้านข่าวของสื่อในเครือ จะต้องไม่เป็นสมาชิกกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใดๆ และจะต้องไม่เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนของกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใดๆทั้งสิ้น

            ปัญหาที่ยังถกเถียงกันอยู่ ในบทบาทของกนก ซึ่งอาจรวมถึงเซเลบคนอื่นๆ บนเวที กปปส.ไม่ใช่การเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง เพราะไม่มีใครปฎิเสธว่านั่นคือกิจกรรมทางการเมือง แต่ประเด็นก็คือ เป็นการเมืองภาคประชาสังคม ที่มุ่งต่อประโยชน์สาธารณะ หรือการเมืองของกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมือง ที่มีเป้าหมายในเชิงอำนาจและผลประโยชน์

             หลายคนบอกว่า คือการเมืองของพรรคการเมือง การเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ อีกหลายคนบอกว่า นี่เป็นการเมืองที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เพราะสุเทพ เทือกสุบรรณ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และประกาศชัดเจนแล้วว่า จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต

               แต่หากมองกันแบบไม่ซับซ้อน ไม่ว่าสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ว่าสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ไม่ว่าถาวร เสนเนียม ไม่ว่า อิสสระ สมชัย วิทยา แก้วภารดัย และพุฒิพงศ์ ปุณกันต์  ล้วนเป็นสีสัน ที่ขับเน้นให้เห็นความเป็นประชาธิปัตย์ ในกปปส ในบลูสกาย ให้สดใสแวววาวมากขึ้น.

               แม้ว่าเป้าหมายหลักจะคือปฎิรูป เป้าหมายจะคือโค่นระบอบทักษิณ ที่ทำร้ายสังคมไทยมาอย่างยาวนานก็ตาม

               หากเป้าหมายคือการปฎิรูป กวาดเก็บขยะทักษิณทิ้งไปจากแผ่นดินไทย

               ย่อมเป็นหน้าที่ของกนก ย่อมเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยทุกคน

                เนื่องเพราะในความเป็นสื่อมวลชนนั้น ก็ย่อมเป็นเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป คืออาจมีความเชื่อ มีทัศนคติในเรื่องต่างๆ มีแนวคิดทางการเมือง มีอารมณ์ มีความรู้สึก เพียงแต่เมื่อเขาทำหน้าที่ต้องแยกแยะอคติส่วนตัวออกจากการรายงานข่าว

                 เพียงแต่นาทีนี้ สังคมไทยมีเพียงซ้ายและขวา มีเพียงขาวและดำ เมื่อมองผ่านหลายบทบาทของกนก ถึงแม้เขาจะมีหลายด้านของชีวิต แต่มีเพียงบางด้านเท่านั้นที่คนมองเห็นกนก

                   

 

 

โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net