วันที่ อังคาร มกราคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การเมืองบนทางสองแพร่งสงครามหรือสันติภาพ@satien_nna


        นาทีนี้คำถามที่ดังระงมไปทั่วบ้านทั่วเมืองคือสงครามการเมืองเที่ยวนี้จะจบอย่างไร

        ปฎิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพ เป็นมาตรการที่เร่งเร้าอุณหภูมิการเมืองให้ร้อนฉ่าและผลักสถานการณ์ให้ไปยืนอยู่บนปากเหว เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันทุกฝ่าย

         ต้องยอมรับว่าลูกบ้าเที่ยวล่าสุดของกำนันสุเทพ ทิ่มแทงรัฐบาลให้อ่อนยวบลงอย่างรวดเร็ว

        การให้สัมภาษณ์พิเศษรายการ Nation Xfiles กำนันสุเทพ ยอมรับว่าหลายเรื่องที่ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะมวลมหาประชาชนที่มีจำนวนมากและมีความแข็งแกร่งเคลื่อนไหวกันมายาวนานได้ขนาดนี้

        ช่วงหนึ่งผมถามถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองถ้าไม่ใช้กำลังทหารแล้วจะทำได้อย่างไร กำนันสุเทพ บอกว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้สังคมไม่เคยเห็น นั่นคือการปฏิวัติโดยประชาชน

        เขาบอกว่าสังคมไทยยึดติดว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดจากกำลังทหารเท่านั้น แต่สิ่งที่เขาทำวันนี้คือการที่ประชาชนลุกขึ้นมาทำการปฏิวัติแล้วทหารหรือข้าราชการทั้งหลายเป็นฝ่ายสนับสนุนไม่ใช่ฝ่ายที่จะมาจัดการเสียเอง

         พร้อมทั้งยืนยันมั่นเหมาะว่ากปปส.ไม่เห็นด้วยถ้าจะมีการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะนอกจากจะทำให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่แล้ว ทหารที่ลุกขึ้นมารัฐประหารก็จะจัดการกับประเทศนี้ยากจากความหลากหลายทางความคิดที่มีสูงในสังคมไทยเวลานี้

         ก่อนหน้านี้คำว่า “ปฏิวัติประชาชน” ฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่มาถึงวันนี้ใครจะกล้าปฏิเสธว่ามันจะเกิดขึ้นไม่ได้โดยสิ้นเชิง

         การออกมาเป่านกหวีดของนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยิ่งตอกย้ำว่าการเขย่าบัลลังค์อำนาจรัฐด้วยการกดดันข้าราชการประจำ ซึ่งเป็นแขนขาของรัฐบาล กำลังออกฤทธิ์อย่างเห็นผล

        หลังจากกระทรวงสาธารณสุข ทำการอารยะขัดขือต่อรัฐบาลแล้วกระทรวงยุติธรรมก็ตามมาติดๆ

         กิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ออกมาสนับสนุนให้ทำการปฎิรูปก่อนเลือกตั้ง แถมมีข้อเสนอว่ารัฐบาลต้องตระหนักว่าการคงอยู่ในบทบาทของรัฐบาลรักษาการย่อมนำมาสู่ความไม่ไว้วางใจของคู่ขัดแย้ง รัฐบาลจึงต้องดำเนินการทุกวิถีทางที่จะลดความไม่ไว้วางใจดังกล่าว

       แปลไทยเป็นไทยคือสะกิดเนียนๆ ให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ลงจากเก้าอี้รักษาการ

 

         ปลัดกระทรวงเหมือนแขนขา ของนายกฯ วันนี้แขนขา เกิดกบฎไม่ทำตามคำสั่งหัวขบวนเสียแล้ว ร่างกายมันจะเดินหน้าไปได้อย่างไร เดินได้ก็พิกลพิการเต็มที

        การตัดสินใจ “เลือกข้าง” ที่เป็นศัตรูกับรัฐบาล เป็นดัชนีชี้วัดให้เห็นถึงความอ่อนแอของอำนาจรัฐ เพราะข้าราชการระดับสูงขนาดนี้ถ้าไม่มี “ข้อมูลใหม่” หรือได้รับ “สัญญาณพิเศษ” ไม่มีทางกล้า “กบฎ” ต่อผู้บังคับบัญชาแบบนี้

         สภาพเช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วกับรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปี 2549 ข้าราชการระดับสูงทยอยกันถอนสมอรัฐบาลทักษิณ ออกอาการ “พยศ” อย่างโจ่งแจ้ง มีทั้งไม่ปฏิบัติคำสั่ง บางรายแรงกว่านั้นให้สัมภาษณ์สวนนายกฯแบบไม่ไว้หน้าเลยก็มี

        และจากนั้นไม่นานพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถูกทหารยึดอำนาจ

        แต่การเมืองปี 2557 ทหารก็ไม่กล้า “ปิดเกม” เพราะรู้ดีว่าถึงยึดอำนาจมาได้ก็ปกครองไม่ได้

        ประเทศอยู่ในภาวะอึมครึม ตึงเครียดยาวนาน มองไม่เห็นอนาคต

         อำนาจรัฐที่มาจากการเลือกตั้ง ประจันหน้ากับอำนาจประชาชนที่ถูกสถาปนาขึ้นบนท้องถนน

        ถ้าทั้งสองฝ่ายยังไม่ยอมถอย มันก็มีทางเลือกเหลืออยู่ไม่กี่ทาง

        คือปล่อยให้เป็นอย่างนี้ ประชาชนปรับตัวกับความเดือดร้อน รอให้เหนื่อยแล้วเลิกไปเอง

          หรือจะดับเครื่องชนให้รู้แพ้รู้ชนะกันไปข้างหนึ่ง กวาดล้างฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซาก จะต้องตายอีกกี่ศพ บ้านเมืองย่อยยับอัปปางก็ช่างหัวมัน

        หรืออีกทางคือแปรวิกฤตให้เป็นโอกาส แสวงหาหนทางเดินร่วมกัน ตกลงกันใหม่ว่าจะอยู่ด้วยกันอย่างไรท่ามกลางความแตกต่างทางอุดมการณ์ของแต่ละฝ่าย

        บ้านเมืองจะเดินไปสู่สงครามหรือสันติภาพ ทุกคนในสังคมต้องช่วยกันตอบ อย่าปล่อยให้ “ผู้กระหายสงคราม” ไม่กี่คน เป็นคนตอบแทนประชาชนคนไทย

 

 

 

โดย เชลยเนชั่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net