วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...เสน่ห์ในตลาด...


 

"""เสน่ห์ในตลาด"""


ประมาณห้าโมงเย็นของทุกวัน
ถ้าไม่ติดธุระอันใดหลังเลิกงาน
หรือแม้แต่เย็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์
ผมจะไปเดินตระเวนรอบตลาดสดหัวคลองใกล้ๆหอพัก
มีหลายร้านที่ผมเป็นลูกค้าประจำ
เช่น ร้านผักที่แม่ของลูกศิษย์ชั้นป.๖ ขายอยู่
ร้านปลาทูทอด ร้านกับข้าวที่เป็นแกง ผัด ทอด
ร้านขายกล้วยน้ำว้าสุก ร้านขายไข่ไก่ สิบฟองสามสิบหกบาท
..
มีอยู่ร้านหนึ่ง ผมไม่ได้เป็นลูกค้าประจำหรอกครับ
แต่ว่า เคยอุดหนุนสามสี่ครั้งนับตั้งแต่เปิดปีการศึกษามา
เป็นร้านขายกุ้งฝอยชุบแป้งทอดกรอบ หรือปลาซิวชุบแป้งทอดกรอบ
เจ้าของร้านเป็นคุณยายอายุประมาณเจ็ดสิบกว่าๆเห็นจะได้
คุณยายจะสลับเมนูขายอยู่เรื่อยๆ
..
วันนี้ ดูนาฬิกา ๑๗.๑๕ น. ผมคิดในใจว่า "ได้เวลาไปตลาดแล้วล่ะ"
สายัณหกาลกำลังคืบคลานเข้ามา ตะวันยอแสงลงมากแล้ว
จักรยานคู่ชีพของผม ถูกเรียกใช้อีกครั้ง เป็นครั้งที่สามในวันนี้
เมื่อไปถึงเข้าซอยแรก ผมก็เดินดูร้านโน้นร้านนี้ไปเรื่อยๆ
และมาหยุดอยู่ที่ร้านของคุณยายที่ขายกุ้งฝอยทอดกรอบดังกล่าว
สาเหตุที่ทำให้หยุดเพราะเสน่ห์ของภาพที่พบครับ
..
สงสัยใช่ไหมครับว่า ภาพอะไร
คือเป็นอย่างนี้ครับ...
ปกติแล้ว ผมจะเห็นคุณยายขายของอยู่คนเดียว
ไม่เคยเห็นใครมาช่วยยาย
แต่วันนี้ ผมเห็นลูกสาวของยาย (เดาเอาว่าน่าจะใช่)
และหลานสาวของยาย (เดาอีกนั่นแหละ น่าจะเรียนอยู่ระดับมัธยมต้น)
มาช่วยคุณยายขายของ
โดยลูกสาวของยาย ทำหน้าที่ช่วยยายทอดปลาซิว
ส่วนหลานสาว เป็นคนทำหน้าที่หยิบของใส่ถุงส่งให้ลูกค้า
รับเงิน และทอนเงิน
เย็นวันนี้ คุณยายเอาปลาซิวมาชุบแป้งทอดกรอบ
กลิ่นหอม น่ารับประทานมาก
..
ภาพที่ผมรู้สึกได้ คือ การมีน้ำใจของลูกหลาน
ที่เมื่อวันว่าง ก็มาช่วยแม่หรือยายประกอบสัมมาอาชีพ
เป็นแม่ค้าฝึกหัด แต่แลดูมืออาชีพมาก
แม้จะดูวุ่นวายไปบ้างเวลาที่ลูกค้าแวะอุดหนุน
แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะเป็นรายได้
..
กองปลาซิวทอดกรอบสามแผ่นถูกคีบใส่ถุงที่มีกระดาษรอง
และยื่นให้เมื่อผมบอกว่า "เอาหนึ่งกองครับ" (สั่งเหมือนสั่งกองอะไรสักอย่าง)
"ยี่สิบบาทค่ะ, ขอบคุณค่ะ"
ผมรับถุงมาและมองไปทางคุณยาย
เห็นแกกำลังสาละวนกับการนำปลาซิวชุบแป้งลงกระทะ
นึกในใจว่า "วันต่อไปยายทอดกุ้งฝอยบ้างนะ ผมจะมาอุดหนุนอีก"
นี่ผมกำลังสนับสนุนให้ยายทำปาณาติบาตหรือเปล่าหนอ
...
ก่อบกลับห้องพัก ผมถูกภาพลูกชิ้นนึ่งยำใส่ผักร้านข้างนอก
ดึงเอาเงินจากกระเป๋าไปอีกยี่สิบบาท
..
ถึงห้องเรียบร้อยแล้ว ผมรีบเปิดฝาหม้อหุงข้าว คดข้าวใส่จาน
ปลาซิวทอดกรอบ ถูกผมเคี้ยวกร๊วบๆๆๆๆๆ
ตามด้วยข้าว และลูกชิ้นยำใส่ผัก (เผ็ดนิดหน่อย)
หมดแล้วก็นั่งมองผลงานการสวา.... ของตนเอง
..
อิ่่มไปอีกมื้อหนึ่ง "สัตว์ทั้งหลายดำรงอยู่ได้ด้วยอาหาร" พระท่านว่าไว้
เย็นวานเห็นความสุขของคุณลุงที่ให้ทานอาหารนก
เย็นวันนี้ เห็นภาพน้ำใจของลูกสาวและหลานสาวของคุณยายขายปลาซิวทอดกรอบ
มีความสุขครับ เสียยี่สิบบาท ได้กับข้าวมื้อเย็น และได้ความสุขกลับมาด้วย

ผมคิดว่า คุ้มค่านะครับ
ใครจะหาความสุขง่ายๆ แบบผมบ้าง ผมสนับสนุนเต็มที่เลยครับ
ความสุขง่ายๆแบบนี้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์อยู่แล้ว
แต่ว่า เวลาไปเดินตลาด อย่าลืมเอากระเป๋าสตางค์ไปด้วยนะครับ
มิฉะนั้น จะได้แต่ความสุขกลับมา แต่ไม่ได้กับข้าวกลับมาด้วย
ฮ่า...ด้วยความปรารถนาดีจากใจจริงครับ.

 


...ชนสุรินทร์...
๑ ก.พ. ๕๗

ปล. ที่ต้องบันทึกและแบ่งปันนี้ ก็เพราะเกรงว่า ความสุขที่รู้สึกได้
จะถูกสายลมแห่งกาลเวลาพัดสลายหายไปเสียก่อน.
ขอบคุณมวลมิตรทุกท่านที่แวะมาอ่าน..

 

 

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net