วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....น่าน(3)...@ บ่อเกลือ @..มีเสน่ห์.....


.

.

ผมหยุดทำกิจกรรมเกี่ยวกับบล็อกไปหลายวัน  เพื่อติดตามการเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขตเมื่อ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๗

นั่งเอาใจช่วย "แม่มะยง"  ซึ่งเธอได้รับการกำหนดแต่งตั้งให้เป็น "ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง" 

แถมหน่วยเลือกตั้งที่ "แม่มะยง"  รับผิดชอบดูแล  อยู่ห่างจากวัดศรีเอี่ยม..จุดที่เกิดเหตุร้ายเพียงไม่กี่กิโลเมตร

คุณสุทิน...เสร็จภาระกิจจากหน่วยเลือกตั้งที่แม่มะยงทำหน้าที่อยู่  และเดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้งของเขตบางนา ที่วัดศรีเอี่ยม

จนเกิดเหตุร้ายขึ้นนั่นแหละครับ

ลุ้นกันหลายชั่วโมง  สุดท้าย กกต.ประจำเขตฯ  ประกาศยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนเที่ยง  ผมก็"..โล่ง-อก.."  

รับแม่มะยงกลับบ้านอย่างไว...

จากนั้น  ก็ติดตามบรรยากาศการเลือกตั้ง ๒ กุมภาพันธ์ ต่อ  เมื่อการเลือกตั้งผ่านไปอย่างไม่เรียบร้อยนัก

เมื่อไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิต  ผมก็มานั่งเขียนบล็อกต่อไป

.

.

ไม่พูดพล่ามทำเพลงเรื่องอื่นแล้วนะครับ  ขอบรรเลงเรื่อง "เที่ยวเมืองน่าน"  ต่อจากเอ็นทรีที่แล้วดีกว่า

ผมกำลังออกจากจุดชมวิวบนดอยภูคา  เพื่อเดินทางต่อไปที่อำเภอบ่อเกลือ...

วันนั้น  เป็นวันเสาร์ที่  ๑๘ มกราคม ๒๕๕๗ ครับ

.

.

จากจุดชมวิวสูงสุดของดอยภูคาบนทางหลวงหมายเลข ๑๒๕๖ (ปัว - บ่อเกลือ)

เส้นทางช่วงสุดท้ายก่อนถึงบ่อเกลือ เป็นทางลาดต่ำลงไปเรื่อย ๆ  ไม่ได้วิ่งเหินฟ้าบนสันเขาเหมือนเส้นทางที่ผ่านมา

.

.

ถนนเส้นนั้นคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา  บางช่วงถนนหักข้อศอก  รถเล็กวิ่งได้อย่างสบาย  

รถบัสหรือรถขนาดใหญ่อาจจะไม่สะดวกนัก

.

.

ทิวทัศน์มองแล้วเพลิดเพลินตา  สวยงามมากครับ

.

.

ถนนลาดลงสู่ที่ราบหุบเขาแคบ ๆ จนสิ้นสุดทางหลวงหมายเลข ๑๒๕๖

เห็นสะพานข้าม "ลำน้ำมาง" อยู่เบื้องหน้า

.

.

"ลำน้ำมาง" หน้าหนาวแห้งขอด  

แต่การพักผ่อนของนักท่องเที่ยวในรีสอร์ทริมน้ำ  ยังคงดำรงต่อไปท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ

ผมและแม่มะยง  ไม่มีโปรแกรมเพื่อการพักผ่อนค้างคืนที่บ่อเกลือ  

เพียงขอแอบชมความน่ารักของลำน้ำมางอย่างผ่าน ๆ ไปก่อน

.

.

ทางหลวงหมายเลข ๑๒๕๖  จะมาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๘  

หากเลี้ยวซ้ายจะไปอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  ออกสู่ชายแดนไทย-ลาว

เลี้ยวขวาไปอำเภอบ่อเกลือ  ไปอำเภอสันติสุข  มุ่งสู่อำเภอปัว และอำเภอเมืองได้

.

.

เราเลี้ยวขวาครับ  เป้าหมายอยู่ที่ "บ่อต้มเกลือโบราณบ่อน่าน"

.

.

ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องเกลือมากนัก  เพราะเป็นลูกทะเลมาก่อน  เคยชินกับความเค็มของเกลือทะเลมาตั้งแต่เด็ก ๆ

โตขึ้น  มีแหล่งพักพิงในจังหวัดสมุทรปราการ  ไม่ห่างจากแหล่งทำเกลือนัก

การได้ท่องเที่ยวไป  ก็เคยได้เห็นการทำเกลือในทุ่งนาที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม

วันนี้หากจะแปลกใจนิดหน่อยที่ว่า  บนภูเขาก็มีแหล่งเกลือ  ยิ่งใหญ่จนถึงขนาดต้องนำ "บ่อเกลือ" มาตั้งเป็นชื่ออำเภอ

อำเภอบ่อเกลือ  คนไทยเคยได้ยินกันบ่อย ๆ แต่จะมีคนไทยกี่มากน้อย  ที่จะเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยความตั้งใจ

.

.

ช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา  ลูกสาวมาท่องเที่ยวพักผ่อนที่จังหวัดน่าน  และเขามาถึงอำเภอบ่อเกลือ

โทรศัพท์ถึงผมถามว่า  "พ่อจะเอาเกลือมั๊ย? จะซื้อไปฝาก"

ในขณะนั้นผมมองไม่เห็นภาพชัดเจน  ตอบปฏิเสธลูกสาว

วันนี้  มาเห็นเกลือวางจำหน่ายเป็นถุง ๆ เป็นของฝากจากอำเภอบ่อเกลือ  ผมจึงเข้าใจกับคำถามของลูกสาว

.

.

.

ใกล้ ๆ กับบ่อเกลือ  เจ้าหน้าที่ของอำเภอบ่อเกลือ  ได้เขียนป้ายบอกเล่าประวัติของบ่อเกลือไว้สวยงาม

ผมอ่านอย่างละเอียด  และเห็นว่าเป็นประโยชน์  จึงบันทึกภาพมาฝากท่านผู้ชม

ก่อนที่ท่านจะเลื่อนเมาท์ไปดูภาพอื่น ๆ อย่างรวดเร็วนั้น

ลองอ่านข้อความที่ปรากฏในภาพข้างล่างนี้ทั้ง ๓ ภาพดูนะครับ

หรือหากว่าท่านไม่มีเวลา  หรือไม่อยากจะอ่าน  ก็ไม่เป็นไรครับ...

.

.

ภาพที่ ๑ ประวัติของบ่อเกลือโบราณ

.

ภาพที่ ๒ กรรมวิธีการผลิตเกลือ  ของชาวบ่อเกลือ

.

ภาพที่ ๓ กรรมวิธีการผลิตเกลือ  ของชาวบ่อเกลือ

ท่านได้อ่านข้อความตัวอักษรทั้ง ๓ ภาพแล้วใช่ไหมครับ?

ต่อไปผมจะขยายความ  และใส่รายละเอียดให้มากยิ่งขึ้น  โดยมีภาพประกอบครับ

.

.

ผมเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังแบกกะทะที่เกรอะกรังไปด้วยคราบเกลือ  เดินออกไปข้างนอก

ผมถามอย่างโง่ ๆ ว่า "เอากะทะไปไหนครับ?" เขาบอก "ว่าเอาไปล้าง"

และผมก็ได้รับความรู้อีกว่า  การล้างกะทะต้มเกลือนี้  เขาไม่ใช้ฝอยเหล็กขัดเหมือนกับที่เราล้างกะทะทอดปลาในครัว

เขาจะเอาไปแช่น้ำไว้ที่ลำน้ำมาง  และทิ้งไว้ให้น้ำไหลผ่าน ๒ - ๓ วัน  เกลือที่ติดอยู่จะหายไปหมดเกลี้ยง

อืม ! !...แค่กรรมวิธีการล้างกะทะ  ก็เป็นภูมิความรู้ชาวบ้านที่น่าสนใจซะแล้วครับ...

ผมอยากจะเดินตามไปดูการล้างกะทะต้มเกลือกับชายหนุ่ม  เมื่อดูเวลาที่จำกัดจำเขี่ยแล้ว  ไม่ควรทำเช่นนั้น

จึงขอนำภาพจาก "บล็อกของคุณชินตา" ที่เคยแอบไปเที่ยวบ่อเกลือคนเดียวเมื่อปี ๒๕๕๔  มาให้ชมแทนนะครับ

http://www.oknation.net/blog/chinta18/2011/06/20/entry-1/comment#read

.

.

กะทะต้มเกลือที่ผ่านการชะล้างด้วยน้ำอย่างสะอาดแล้ว  ถูกนำมาตรวจสอบอีกครั้งว่ามีรอยแตกรอยรั่วหรือไม่?

หากว่าเจอ  ก็ช่อมแซมให้เรียบร้อย  ก่อนจะนำไปต้มเกลือต่อไป

.

.

ผมยืนดูคุณน้าแก "ซ่อมแซมกะทะ" อยู่นานมาก ๆ ครับ

ใจผมหวนคิดไปถึงวัยเด็กที่เคยยืนดูชาวประมง "ซ่อมอวนซ่อมแห"  หลังจากที่ใช้ดักปลา จับปลา

เมื่อทำความสะอาดแห-อวน  ตากจนแห้ง  ชาวประมงจะนำมาแขวนบนราว  และตรวจสอบแห -อวน ทีละรูทีละตา

ซ่อมแซมให้แหอวนที่ฉีกขาดจากปลา  หรือกิ่งไม้  ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยสมบูรณ์

และใจผมก็ยังหวนคิดไปถึงการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่าง ๆ ด้วยระเบียบกฏหมายซึ่งเปรียบเหมือนแหอวน กะทะ

หากว่ามีสภาพชำรุดฉีกขาด  ก็ต้องหยุดซ่อมแซมปรับปรุงกันบ้าง  

ดังเช่นที่ "ลุงกำนัน" และมวลมหาประชาชนกำลังทำอยู่นั่นเองครับ

.

.

บ่อเกลือนี้  ใช่ว่าจะขุดดินลงไปแล้วจะพบน้ำเกลือใต้ดินง่าย ๆ นะครับ

มีเพียงบ่อโบราณนี้เพียงบ่อเดียว  ส่วนบ่ออื่น ๆ เป็นน้ำจืดธรรมดา ๆ 

.

.

คนทำเกลือ  ตักน้ำเกลือขึ้นมาจากบ่อ

.

.

เทใส่ลงไปในโอ่ง

.

.

จากโอ่งที่เทน้ำเกลือไว้  จะมีท่อต่อออกไปในลักษณะของกาลักน้ำ ไหลเข้าไปยังโรงต้มเกลือ

.

.

พักค้างน้ำเกลือที่ตักมาจากบ่อใหญ่ไว้ ๑ คืน  เพื่อให้สิ่งที่ปนเปื้อนมากับน้ำเกลือตกตะกอน

แล้วตักเอาน้ำเกลือที่อยู่ส่วนบนเทลงในกะทะใบบัวขนาดใหญ่  

ผมลองชิมดูแล้ว  เค็มเหมือนน้ำเกลือครับ  เข้มข้นกว่าความเค็มของน้ำทะเลเล็กน้อย

.

.

จะสังเกตเห็นว่า  กะทะต้มเกลือ เป็นกะทะไม่มีหู  ผมไม่เข้าใจเหตุผล?

เตาต้มเกลือมีลักษณะพิเศษ คือใช้ดินเหนียวปั้นเป็นรูปโดม  ด้านบนเปิดโล่งไว้  มีความกว้างของปากเตาประมาณ ๑ เมตร

ใช้ใบตองสด ๆ วางรองที่ขอบเตา  ก่อนจะวางกะทะ เพื่อป้องกันก้นกะทะติดกับเตานั่นเอง

.

.

การต้มเกลือ จะต้มด้วยไฟอ่อน ๆ เป็นเวลา ๓ - ๕ ชั่วโมง  จนน้ำระเหยเหลือแต่ผลึกเกลือ

.

.

ชะลอมสำหรับใส่เกลือ  เขาเรียกว่า "เปาะ"  สานด้วยไม้ไผ่เป็นตาห่าง ๆ

อีกหนึ่งเครื่องจักสานฝีมือของชาวบ่อเกลือครับ

.

.

น้ำเกลือในกะทะงวดลงทุกขณะ  จะปรากฏเกลือลอยอยู่บนผิวน้ำ  

เมื่อน้ำแห้ง จะตักเกลือใส่ไว้ในเปาะที่แขวนเหนือกะทะให้สะเด็ดน้ำ

.

.

เกลือที่ได้  จะมีสีขาว ละเอียด  ไม่ตกผลึกเป็นเม็ดโต ๆ เหมือนเกลือทะเล

.

.

และนำมาบรรจุถุง  บางส่วนผสมไอโอดี ใช้สูตร เกลือ ๑๒ - ๑๕ กิโลกรัม  ต่อไอโอดีน ๓๐ ซีซี  

บางส่วนไม่ผสมไอโอดีน  ก็มีครับ  

.

.

รายได้ของคนทำเกลือ  คงจะเป็นกอบเป็นกำ  ผมสังเกตจากสร้อยที่คอของแม่ค้านะครับ

.

.

.

เวลาสำหรับบ่ายวันนี้เรามีไม่มากมายนัก  และไม่มีโปรแกรมพักค้างที่บ่อเกลือ

จึงต้องกล่าวลาบ่อเกลือตามสมควรแก่เวลา

.

.

.

วันนี้ผมเดินทางเป็นวงกลม ขามาจากอำเภอปัว  ไปที่อำเภอบ่อเกลือโดยผ่านอุทยานแห่งชาติดอยภูคา

ขากลับ  ผมใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๑ ผ่านอำเภอสันติสุข  และกลับอำเภอปัว

.

.

ถนนหนทางสวยงามมาก เกินจะบรรยายครับ

.

.

คดเคี้ยวไปตามยอดเขา  ทำให้ผมต้องหยุดถ่ายภาพหลายครั้ง

.

.

.

.

การเดินทางมาถึงอำเภอปัววันนี้  ผมไม่ได้ละเลียดเที่ยวอย่างละเอียด

ผมไม่ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตอย่างใกล้ชิดนัก

เพราะผมตั้งใจไว้ว่า  จะต้องมาเยือนบ่อเกลืออีกครั้ง ไม่หนาวใดก็หนาวหนึ่งแน่นอนครับ

.

.

 

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net