วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมืองลา (Mong-La Myanmar) มนต์เสน่ห์แห่งสีสัน 1


เมืองลา  (Mong-La Myanmar) มนต์เสน่ห์แห่งสีสัน 1 สวรรค์ของนักเสี่ยงโชค

      เมืองลา  มนต์เสน่ห์ของเมืองคาสิโนซึ่งเคยเต็มไปด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวาตลอดทั้งคืน บางคนกล่าวว่าเป็นเมืองไม่เคยหลับ  เมืองลาเคยได้รับการขนานนามว่า  the Little Las Vegas of Asia  ถึงแม้ปัจจุบัน บ่อนได้ปิดตัวลงไปแล้ว และเหลือแต่เพียงตึกอาคารไว้เป็นอนุสรณ์ แต่ก็ไม่ได้คลายเสน่ห์ของเมืองคาสิโนลงไปแม้แต่น้อยนิด โดยบ่อนคาสิโนได้ย้ายมาเปิดที่เมืองม้า ห่างตัวเมืองลา ออกไปทางเชียงตุง 16 กิโลเมตร ส่วนบ่อนเล็กๆ ก็เห็นอยู่ในเมืองลาบ้างเล็กน้อย

            เมืองลา เป็นเขตปกครองพิเศษที่ 4 ของพม่า  ประเทศพม่ามีการปกครองแบบเผด็จการ โดยทหารมีอำนาจสูงสุด  แบ่งการปกครองออกเป็น  7 รัฐ  7  มณฑล  4  เขตปกครองพิเศษ  เขตปกครองพิเศษเมืองลา เป็นเขตพิเศษกว่าเขตอื่นๆ เพราะไม่มีทหาร  ตำรวจ ของพม่า  ที่นี่พูดภาษาจีนไม่พูดภาษาพม่า  ใช้เงินหยวน  ไม่ใช้เงินจ๊าดของพม่า  และไม่ใช้กฎหมายของพม่า แต่ใช้กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ของเมืองลาโดยตรง  จึงมีคำกล่าวของคนพม่าว่า  ถ้าจับผู้หญิงข่มขืน จะติดคุกแค่วันเดียวรุ่งขึ้นนำไปประหารชีวิตเลย  ก่อนประหารชีวิตนั้นจะมีการนำคนผิดแห่ไปรอบเมืองก่อนเพื่อประจาน ที่สำคัญคนที่โดนประหารชีวิตนั้นจะได้กินทุกอย่างที่ขอไว้ เช่นเมื่อแห่รอบเมืองผ่านร้านอาหารใด ผู้ทำผิดอยากกินร้านนั้น  ร้านดั่งกล่าวก็ต้องให้กิน การประหารชีวิตนั้นจะใช้การยิงเป้าเพียง 3 นัดเท่านั้น ในกรณีที่ไม่ตายรัฐจะรักษาให้ เพราะถือว่ายิง 3 นัดแล้วไม่ตาย  ส่วนการขโมยของผู้อื่นจะถูกตัดนิ้วทิ้ง  หรือทะเลาะเบาะแว้งกัน ตำรวจจับปรับทั้งคู่ ฝ่ายละ 25,000 บาทเงินบาทนะครับ เข้มไหมครับ ฉะนั้นมาที่นี่ควรศึกษาข้อมูลให้ดี

            เมืองลา มีประวัติศาสตร์การต่อสู้กับทหารพม่ามายาวนานนัก  โดยมีจีนอยู่เบื้องหลังการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ตลอด ต้องยอมรับว่าประเทศพม่านั้นมีชนกลุ่มน้อยเป็นจำนวนมาก ที่ลุกขึ้นต่อสู้กับพม่าเช่น  กะเหรี่ยง  ไทยใหญ่   หรือแม้แต่กลุ่มว้า  แต่กองกำลังติดอาวุธเมืองลา  ถือว่า  ได้บรรลุผลสำเร็จที่สามารถเจรจาวางอาวุธและ แบ่งเป็นเขตปกครองพิเศษได้   โดยจีนเป็นสปอนเซอร์ใหญ่นั้น  เมื่อปี  พ.ศ. 2534  มีนาย จาง ซี โฟ  หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธเมืองลา  เข้าร่วมเจรจาและได้เป็นเจ้าเมืองปกครอง เป็นคนแรกของเขตปกครองพิเศษเมืองลา  ดังนั้นเมืองลาจึงเป็นดินแดนของพม่า  แต่ปกครองโดยจีน  ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา

             อ่านประวัติเมืองลามาพอสมแล้ว ผมขอบอกการเดินทางให้เพื่อนๆ ได้ทราบนิดนึงครับ ว่าการเดินทางครั้งนี้ ผมมาเมืองลา กับ เชียงตุง และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่มาเมืองเชียงตุง ส่วนเมืองลา นั้นยังไม่เคยมา ผมเริ่มจากท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย จ.เชียงราย มุ่งหน้าสู่ เมืองลาทันที แล้วหลังจากนั้นค่อยย้อนกลับทางเดิมเพื่อเที่ยว เมืองเชียงตุง เมืองลา นั้นห่างจากเมืองเชียงตุงประมาณ 90 กม. แต่ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 3  ชั่วโมง (ท่าขี้เหล็ก – เชียงตุง ประมาณ 170 กม. ต่อไปเมืองลาอีก 90 กม.) เนื่องจากเส้นทางที่นี่คดเคี้ยว เลี้ยวตลอดอาจจะเวียนหัวบ้างก็ต้องทนเพื่อปลายทางจุดหมายข้างหน้า ตลอดสองข้างทางจะสามารถมองเห็นการทำไร่ ทำนาแบบขั้นบันได จากเชิงเขาไปสู่ยอดเขา หรือแม้แต่ต้นยางพาราก็มีให้เห็นบ้าง เมื่อครั้งยามต้นข้าวออกรวงสุกสีทองสะท้อนแสงแดดจะสวยงามนัก เหมือนการได้พักสายตาในธรรมชาตินั้นเอง ผ่านหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆ มากมาย วิวธรรมชาติที่สวยงามซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ไม่ง่ายเลย เส้นทางนี้บางท่านควรหายาแก้เมารถมารับประทานนะครับ

 ขอเก็บภาพกับ น้องเกี๋ยงคำ ไกด์ท้องถิ่น สาวน้อยที่จะคอยดูแลเราตลอดทริปครับ 

        กว่า 7  ชม. ของการเดินทางสู่เมืองลาเริ่มตั้งแต่ ท่าขี้เหล็ก   ผมผ่านด่านตรวจของทหารมากมาย แต่ไม่มีปัญหาอะไรครับ  เมื่อผ่านเมืองเชียงตุง ต้องแวะแจ้ง ตม.ที่เชียงตุงด้วย ประหนึ่งว่าขอผ่านเมืองครับ (แค่ผ่านเมืองก็ต้องแจ้ง ไกด์จะจัดการให้ทั้งหมด) รอไม่นานนักก็ต้องรีบเดินทางต่อทันที เมื่อมาถึงเมืองลา สัมผัสแรกที่ผมรู้สึก ประหนึ่งว่านี่ผมมาเที่ยวประเทศจีนหรือเปล่า  ก่อนตะวันจะลับขอบฟ้ามีเวลาไม่มากนัก  มาถึงเมืองลายังไม่ได้พัก จึงแวะไป หลัก กม.ที่ 1   ที่ติดกับประเทศจีน เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ณ จุดนี้หลายท่านไม่ควรพลาด เพราะเป็นจุดติดกับประเทศจีน จากนั้นนั่งรถไม่ถึง 10 นาที มุ่งหน้าไปนมัสการ พระธาตุจินตะ หรือเจดีย์ทอง ซึ่งเป็นพระเจดีย์ที่สร้างขึ้นหลังจากที่ประเทศพม่าประกาศให้เมืองลา เป็นเขตปกครองพิเศษที่ 4 ของประเทศ

 พระธาตุจินตะ หรือเจดีย์ทอง

            วัดพระธาตุจินตะ นี้มีเจดีย์ทองขนาดใหญ่ ซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ และยังมี แบบจำลองของ พระธาตุและ เจดีย์ รวมถึงพุทธสถานต่างๆ ที่สำคัญของพม่าเอาไว้ด้วย ตัววัดตั้งอยู่บน ภูเขาซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบพม่า  เมื่อเดินขึ้นไปชมด้านบนแล้ว เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ ได้ทั้งเมืองลาและฝั่งประเทศจีน สวยงามยิ่งนักผมมายามค่ำก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ภาพยิ่งสวยงาม

               ที่แห่งนี้ยังมีพระพุทธรูปยืนชี้นิ้ว ไปทางตัวเมืองลา คนที่นี่เขามีความเชื่อว่า หากสร้างพระพุทธรูปชี้นิ้วไปทางเมืองใดเมืองนั้น จะเจริญ รุ่งเรือง ซึ่งพระพุทธรูปนี้ ได้ลอกเลียนแบบมาจากเมืองเชียงตุง

               ก่อนจะเข้าที่พักขอไปพบรักกับสาวๆ เมืองลาสักนิด เพื่อเพิ่มรสชาติของชีวิตสักหน่อย ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองไม่เคยหลับ ยามราตรีค่ำนี้มันน่าสนใจนัก ก่อนอื่นนั้นขอแวะทานอาหารรองท้องก่อนนะครับ ในบรรยากาศแบบจีนๆ

 

            จากนั้นค่อยเที่ยวชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองลา ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล  ผมจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนกลางคืนของคนที่นี่ สำหรับเมืองลา ถือเป็นเมืองที่มีความเจริญและมีเสรีภาพ เมืองหนึ่งของพม่า นักท่องเที่ยวขนานนามเมืองลาว่า "ลาสเวกัสแห่งรัฐฉาน" เมืองแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง ทั้งวัดที่ทำตามแบบศิลปะไทใหญ่ มีวัดพระธาตุหลวงสองเมือง วัดพระนอน พิพิธภัณฑ์ยาเสพติด คาสิโน โรงเลี้ยงหมี ฟาร์มจระเข้ สนามกอล์ฟ ตลาดโต้รุ้ง มีสถานบันเทิงครบวงจร และมีโรงแรมหรูไว้บริการนักท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง

หมายเหตุ....ที่นี่สถานบริการเปิดถูกต้องตามกฏหมายครับ

ตลาดกลางคืน  มีหลายอย่างให้ หลายโซนให้เดิน 


 โซนผลไม้ หลักๆ มาจากเมืองไทย จีน 

 โซนสถานเริงรมณ์

 โซน กระเป๋า นาฬิกา เสื้อผ้า 

โซนเฉพาะสุภาพบุรุษ  จะมีสาวๆ หมวยๆ จากจีน มายืนรอหน้าร้าน สามารถเลือกได้เลยครับ กับบรรยากาศน่าเพลี้ยงพล้ำมากๆ

            ดึกแล้วขอไปนอนก่อนนะครับ คืนนี้ผมนอนที่โรงแรม THANDAR HOTEL ที่นี่ตกคืนละ 140 หยวนต่อห้อง หรือประมาณ 700 บาท 2 เตียงนอนสบายๆ อาจจะไม่ดีมาก เครื่องทำน้ำอุ่นก็มีนะครับ โรงแรมที่เมืองลาโดยส่วนใหญ่จะไม่มีอาหารเช้า เตียงนอนก็พอดีตัว สภาพแบบนี้สำหรับโอเคครับ

เช้าวันสดใสกับอากาศหนาวสุดๆ   แนะนำให้สวมกางเกงขายาวนะครับ ส่วนตัวเองนั้นชอบแบบขาสั้น อยากอุ่นบนแต่หนาวล่างครับ

            เสียงปลุกจากเพื่อนร่วมห้อง ทำให้ผมไม่รอช้า รีบอาบน้ำ แต่งตัวเพื่อไปเดินเที่ยวตลาดเช้าเมืองลา  ที่ขึ้นชื่อว่าเดินนัก  ว่าแล้วก็รีบแต่งตัว คว้ากล้องถ่ายรูปคู่กายสะพายออกไปด้วย เมืองลานั้นใน ช่วงเช้ามีหมอกลงหนา อีกทั้งมีอากาศหนาวสุดๆ  นั่งรถเพียง 10 นาทีก็มาถึง ตลาดเช้า เห็นคนเดินพลุกพล่านไปหมด ครั้นสังเกตให้ดี คนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเยอะๆ ไปหมด ไม่ต้องตกใจ  เพราะคนเหล่านั้น คือพนักงานนับชิป ในบ่อนนั่นเอง อาจจะทำงานในเมืองลา หรือกำลังไปที่เมืองม้า ก็มีบ้างแต่เห็นเต็มถนนเลยคือนักพนักจากจีนกำลังขับรถมุ่งหน้าสู่เมืองม้า  เพื่อไปบ่อนคาสิโนนั้นเอง เป็นภาพที่เห็นจนชินตาของคนที่นี่

บรรยากาศตลาดเช้าเมืองลา 

 ผักสดๆ จากชาวเขาเผ่าต่างๆ มากันแน่นตลาดครับ

 ยาจีนก็ยังมีในตลาดเช้าเมืองครับ

               ภาพต่อไปนี้เป็นภาพต้องห้าม คือภาพการนำสัตว์ป่ามาชำแหละขายกันสดๆในตลาดแห่งนี้  สัตว์อะไรบ้างผมไม่อธิบายนะครับ สิ่งที่อยากจะเตือนคือห้ามถ่ายภาพเพียงเท่านั้น

             บรรยากาศตลาดเช้า คล้ายๆ บ้านเรา คึกคักพอสมควร มีขายทั้ง ของสด และ ของแห้ง  แต่ที่เห็นแล้วหดหู่นิดหน่อยคือสัตว์ป่า  ที่นี่ยัง อนุญาติให้มีการล่าสัตว์ป่ามาขาย ในตลาดแห่งนี้ จึงมีทุกอย่าง เก้ง กวาง อุ้งตีนหมี นกแก้ว ลิง งูฯลฯ น่าสงสารสัตว์เหล่านี้ บางตัวก็ยังมีชีวิต  สุดท้ายก็ต้องทำใจกับภาพที่พบนั้นคือวิถีชีวิตบ้านเค้า ตัวเราเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานที่นั้นๆ   ผมเอาภาพการขายสัตว์ป่าในตลาดมาให้ดูก็เพียงแค่สะท้อนให้เห็นว่า..เราอยู่เมืองไทยจงอนุรักษ์เขาเหล่านี้เอาไว้นะครับ อย่าฆ่าเค้าเลย ชีวิตเค้า ชีวิตเราไม่ต่างกันเลย เวียนว่ายตายเกิดทุกสิ่งล้วนรักชีวิต

(กรุณาถ่ายภาพการขายสัตว์อย่างระมัด ระวัง นะครับ)

               ก่อนเดินทางกลับไปเที่ยวเชียงตุงต่อนั้นผมได้แวะไปกราบ  กราบสักการะ พระนอนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองลา   ที่มีรูปแบบศิลปะพม่าผสมจีน มีความยาว 30 เมตร และแวะทานอาหารเช้าอาหารที่นี่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์  หรือจะสั่งเพิ่มต่างหากก็ได้ เช่น ขาหมูยูนาน หรือ สัตว์ต่างๆ ที่ตั้งโชว์หน้าร้านก็เลือกรับประทานได้ตามใจชอบนะ หรือเหล้าดอกในตู้กินได้ดั่งใจคิด คึกคักแน่นอน 5555   วันนี้ฝากท้องที่ร้าน เปี่ยงลา (สะกดถูกรึป่าว)

ภาพร้านอาหาร..029 อาหารเช้าวันนี้

 อยากดื่มยาดองตู้ไหน ชี้นิ้วบอกได้ ขวาสุดคือ งู

 เต่าก็มี ตะพาบ ก็มี เลือกเอาวางไว้หน้าร้านเลยครับ

               ใกล้ๆ กันนั้น ก็ยังมีสะพานที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ผมเองก็ไม่พลาดที่จะแวะเก็บภาพสวยๆ มาฝาก  คนที่นี่เรียกว่า....สะพานแห่งรัก....มาจากที่นี่ในยามค่ำคืนที่นี่ จะมีหญิงมาขายบริการที่ (ผิดกฎหมาย)  มายืนรอขายบริการกันเต็มสะพานแห่งนี้  จึงเป็นจุดที่เหล่าผู้ชายที่ต้องการมาเที่ยวนั้นเอง ส่วนตัวผมเองก็แค่มาดูนะครับ คนที่นี่เค้าจึงเรียกว่าสะพานแห่งนี้ว่า ว่าสะพานแห่งรัก (1,000 บาท/ชม.)  ถ้าแบบถูกกฎหมาย 1,500บาท/ชม. ที่ผมเขียนไว้ด้านบนครับ

รายละเอียดการเดินทางสู่เมืองลา

จ้างไกด์ท้องถิ่น                    100                หยวนต่อวัน

ค่าเข้าเมืองลา                      66                  หยวน (ครั้งเดียว)

ค่ารถ (เหมา) จาก ท่าขี้เหล็ก เชียงตุง เมืองลา      18,000 บาท (รถตู้นะครับ ไป-กลับ)

ผมได้บอกค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดไว้ที่นี่นะครับ ลองไปคำนวณให้ดี  การเดินทางไปเชียงตุงไดที่ >>การเดินทางไปเชียงตุง 

               ฉะนั้นถ้าจะเที่ยวเชียงตุง มีค่าไกด์เชียงตุง  1 คนแล้วนะครับ พอมาเมืองลา ก็ต้องจ้างไกด์ท้องถิ่นอีก 1 คน ฉะนั้นขณะที่เราเที่ยวเมืองลานั้น ไกด์เชียงตุง ก็จะไปกับเราตลอดทริปนะครับ เท่ากับมี ไกด์ 2 คน

ขอบคุณ...น้ำเชี่ยวตะวัน โปรดติดตามเอนทรี่ต่อไปครับ

                  เอนทรี่ต่อไปผมจะนำภาพการทำเกษตรของ เมืองลา ว่าสินค้าหลักๆ ของที่นี่ ที่เค้าส่งออกไปจีนแผ่นดินใหญ่นั้นคืออะไร น่าสนใจครับ เพราะอะไรสินค้าเหล่านี้จึงต้องมาลงดิน ณ ถิ่นเมืองลา หรือว่าจีนไม่สามารถปลูกได้   และภาพความประทับใจหลากหลายรูปแบบ สนุกๆ ระหว่างเส้นทางกลับเชียงตุง ตามไปดูเลยครับ คลิ๊กที่>>>> เมืองลา มนต์เสน่ห์แห่งสีสัน 2  

 

 

 
 

โดย น้ำเชี่ยวผู้น่ารัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net