วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตงสู่ฮานอย4 (เกือบจะเข้าถึงเวียดนาม)


                       

ฮาลอง หรูหรากว่าที่คิด

                       (ต่อจากตอนที่แล้ว) เราออกจากศูนย์หัตถกรรมคนพิการ มุ่งหน้าไปยังฮาลองเบย์ ด้วยความหิว เพราะมันล่วงเลยเวลาอาหารเย็นแล้ว จนกระทั่ง เราเห็นมีแสงไฟระยิบระยับ เป็นอันว่าเราถึงแล้วฮาลองเบย์ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ซึ่งเมืองเข้าเขตฮาลองเบย์ สิ่งที่น่าสนใจ คือ ตลอดสองข้างทางจะมีอาคาร โรงแรมที่พักสุดหรู 5 ดาวจำนวนมาก คนละเรื่องกับสองข้างทางที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นของนักธุรกิจต่างชาติ โดยเฉพาะโรงแรมที่มีคาสิโน เป็นของชาวไต้หวัน แต่ไม่ได้มีชื่อเป็นคาสิโน เพราะชาวฮาลองเบย์ต่อต้านนั่นเอง 

 

 


                      ในที่สุดในเวลา สองทุ่ม เราก็มาถึงภัตรคารฮ่องกงซีฟู้ต สิ่งแรกที่ทุกคนคิดคือ ห้องน้ำ และที่แปลกคือ ส่วนใหญ่ห้องน้ำชายหญิงจะไม่แยกกันเด่นชัดเหมือนไทยเรา ทำให้ดูขัดเขินสำหรับชายไทยที่จะยืนปัสสาวะ หรือ ฝ่ายหญิงที่จะเดินไปจะเอ๋ สิ่งที่แปลกยิ่งกว่า คือ เขาสร้างค่อมต้นไม้โดยๆไม่ตัด คงเป็นเพราะกฎหมายเข้มจนต้องปล่อยให้ต้นไม้โผล่แจมกับคอนกรีตดูแปลกตา
                       และเป็นซีฟู๊ตมื้อแรกในเวียดนามที่ยอมรับอร่อยมาก เป็นอันว่า รสชาดเข้มข้นถูกคอคนไทยเพราะฝีมือกุ๊กจากฮ่องกงที่รู้จักคนไทยนั่นเอง
                      เมื่อเสร็จจากทานข้าว พวกเราก็กระหน่ำซื้อของที่ระลึกประเภทสร้อยมุก สร้อยดีบุกที่ตามมาขายถึงหน้าร้านจนเกลี้ยง ประเภทยิ่งขาย ซื้อยิ่งช้า ยิ่งถูกตามประสา ที่ท่องเที่ยวอาเซียน

 

สถานจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ฮาลอง

วิทยากรสุดยอดฝีมือ


                      เราแวะไปศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ที่วิทยากรศูนย์ แนะนำได้ความชอบไปเต็มๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ กางเกงในสุขภาพ ผ้าคลุม ผ้าห่มสารพัด ยันกาแฟชะมด คณะเราช้อปกันระเบิดไม่อายใครหอบกันเฉลี่ย คนละสองสามล้านดอง เล่นเอาไก้ด์ และพนักงานยิ้มแก้มปริ

 

 

กางเกงใยไม้ไผ่ในเพิ่มพลังชายดูจะเป็นสินค้าขายดีที่สุด

สินค้าจัดวางได้น่าซื้อ

                      ตรงนี้ต้องยกให้ทางเวียดนาม ที่สามารถอบรมวิทยากรให้พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ประกอบกับเทคนิคการขายแบบเมียงู หมองูขายยาบ้านเรา ทำเอา คนต่างแดนอย่างคนไทยยินดีควักกระเป๋าจ่ายเพราะต่างเชื่อในคุณภาพ และพอใจในราคา เหมือนได้ของแจก ทั้งที่จริงๆมันก็ คือ เทคนิคการขายธรรมดาๆนี่เอง
                      เวลา 4 ทุ่ม ก่อนเราเข้าที่พักรถบัสก็ไปแวะ ที่ไนท์มาเก็ต สถานที่จำหน่ายของฝากของที่ระลึก ก่อนลงไก้ด์ก็แนะนำให้ต่อราคาลงจากราคาที่ตั้งไว้ ให้เหลือ 1 ใน 3 เช่น ถ้าตั้ง 3000 ดอง ก็ต่อให้เหลือ 1000 ดอง นั่นเอง ซึ่งจากที่ดู ของที่นี่ถูกมาก โดยเฉพาะกระเป๋าก๊อปปี๊ กิ๊ปลิ้ง จากที่บ้านเราประมาณ 350 บาทที่นี่ ก็แค่ 200 บาทเอง และกระเป๋าเดินทางก็ถูก จากบ้านเราของก๊อบ 1,200 บาท เหลือประมาณ 850 บาท เสียดายที่เรามาดึกเกินไป เลยหมดไปเฉลี่ยสองถึงสามล้านดองเช่นเคย 1 บาท (เท่ากับ 650 ดอง) 

ตลาดไนท์มาเก็ต ฮาลอง(ภาพอินเตอร์เน็ต)


                      ที่สนุกคือ คนที่นี่ เขาขายของตื้อกระชากแขน แบบไม่อายสื่อ ตื้อจริงๆ เอาเป็นว่า ใครใจอ่อน อย่าได้เดินไปเลียบเคียงต่อราคาเด็ดขาด เพราะเมื่อเธอตกลงราคา เห็นเป็นลูกค้าแล้ว เธอจะไม่ลดละที่จะขายของให้ได้เลยที่เดียว แบบว่าพอๆกับฝั่งท่าขี้เหล็กแม่สายนั่นเอง ผิดแต่ว่า คนเวียดนามดูดี มีอารมณ์ศิลปะเอาเงินจากกระเป๋าเรามากกว่า *..*
                      ในคืนนั้นเราไปพักที่โรงแรมบลูสกาย ชื่อเหมือน ช่องทีวียอดฮิตในบ้านเรา เป็นโรงแรมที่สะดวกสบายทีเดียว สถาปนิกคงเป็นฝรั่ง เพราะมีประตูที่สูงมาก สูงกว่า 2 เมตร บริกรก็ไม่เบา นอกจากมาส่งกระเป๋า ยังกระซิบบอกว่า ที่นี่หมอนวดแพง ชม. 400 บาทไทย แต่ถ้าจะอย่างว่า ..ก็ 1,200 บาทไทย 
                      พออาบน้ำอาบท่าเสร็จ ตกดึกประมาณเที่ยงคืน ผู้เขียนกับพี่สมชายลงไปร้านอาหารข้างโรงแรม เพราะพี่สมชายอยากลองเบียร์เวียดนามเพราะราคาถูก เพราะเขาบอกว่า กระป๋องละแค่ 16 บาท และไปลองบะหมี่ซีฟู๊ตเวียดนาม และได้มีโอกาสนั่งคุยกับ แท็กซี่วัยรุ่น ที่พยายามชวนเราไปเที่ยวผู้หญิงแต่ก็คุยไปเพื่อหามิตร เขาบอกว่าคนไทยน่าคบ ใจดี กรุงเทพเป็นเมืองในฝันที่เขาอยากมาเลยทีเดียว เพื่อนๆญาติๆเขามาอยู่กันเยอะ ว่าแล้ว”ตอนเช็คบิล ราคาเบียร์ไม่แพง แต่ราคาบะหมี่ซีฟู้ตถ้วยละ 100 บาท “ พี่สมชายกับผู้เขียนเดินตัวเบากลับไปห้องพักทันที!!

 

แม่ค้า..สุดตื้อ

 

ทหารผ่านศึกเวียดยาม มาแลกเงินหน้าโรงแรม

                         รุ่งเช้าวันที่ 26 ม.ค.57 เป็นมื้อเช้า ที่เราได้ทานกาแฟเวียดนามอันหอมกรุ่น อร่อยสมชื่อจริงๆ วันนี้ คณะเรามีภารกิจตะลุยเกาะแก่ง ล่องเรือชมถ้ำสวรรค์ หลังจากผ่านดงแม่ค้าเวียดนามที่ตามมาขายของที่ระลึกเรียบร้อย เราก็ไปที่ท่าเรือเพื่อซื้อบัตรลงเรือทัวร์ทั่วอ่าว ทำใ้ห้ทราบว่า ท่าเรือที่นี่มีเรือขนาด 40-80 ถึง 600 ลำ มากจริงๆ พอเราลงเรือเรียบร้อย ไก้ด์ก็แนะนำประวติความเป็นมาของฮาลองเบย์ กว่าจะเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางด้านธรรมชาติ ซึ่งน่าสนใจยิ่ง..โปรดติดตามตอนต่อไป 

 

สถานีท่าเรือฮาลองเบย์

ในหน้าฤดูการท่องเที่ยว คงคึกคักน่าดู

 

ท่าเรือมีเรือกว่า 600 ลำ                       

 โปรดติดตาม..

            

เอ็นทรี่แนะนำ

 

1.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย

 

2.บันทึกการเดินทางปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 2(ตลาดน้ำ)

 

3.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย3 (ศูนย์หัตกรรมของคนพิการ)


4.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตงสู่ฮานอย4 (เกือบจะเข้าถึงเวียดนาม)

 

5.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 5 (ฮาลองเบย์,ถ้ำสวรรค์)

          

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net