วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข้างหลังภาพ(ยนต์) ตอนที่ ๓


 

 

 

ข้างหลังภาพ(ยนต์)

ตอนที่ ๓

สมัยพ่อเด็กๆตอนนั้นพ่อยังอยู่ต่างจังหวัด ความเจริญยังเข้าไม่ถึงหมู่บ้าน ถนนยังเป็นลูกรังสีแดงๆ ไฟฟ้ายังไม่มีใช้ตะเกียงเป็นแสงสว่าง บ้านไหนพอมีฐานะก็มีเครื่องปั่นไฟ ทีวีก็เป็นจอขาว-ดำ ทั้งหมู่บ้านมีไม่เกิน 2-3 เครื่อง เสาร์อาทิตย์วันหยุดช่วงสายๆเด็กๆไปนั้งเฝ้าหน้าจอรวมทั้งผู้ใหญ่ด้วยหากเป็นช่วงเที่ยงบ่ายๆมีมวยตู้ เด็กๆก็แตกกระจายไปวิ่งเล่น ปล่อยให้ผู้ใหญ่เขาดูมวยกัน มีเสียงเฮๆๆมาเป็นระยะๆ เด็กๆค่อยกลับมาช่วงเย็นๆอีกทีมาดูเกมส์โชว์รายการ”ประตูทอง”  พ่อหยุดสักพักหันไปมองลูกสาวว่าตามทันไหม  “หยุดทำไมล่ะคุณพ่อ กำลังเพลินเลย” ลูกสาวกล่าว “ดูอบอุ่นดีเน๊าะยุคโน้น”  พ่อตอบว่า “ใช่ดูอบอุ่นดี มีน้ำใจ มีอะไรก็แบ่งปันกันไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่เหมือนยุคปัจจุบันนี้” ต่อๆซิพ่อ..ลูกสาวคะยั้นคะยอให้เล่าต่อ

นานๆจะมีความบันเทิงอย่างอื่นเข้ามาในหมู่บ้านที ไม่ว่าจะเป็นดนตรี หมอลำหรือภาพยนตร์ที่ภาษาบ้านๆเรียกว่า “หนังกางแปลง” หากมีงานผ้าป่าที่วัดหรืองานศพก็จะมีความบันเทิงเหล่านี้ให้ดูให้ชม  ถ้ามีรถหนังวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านที เด็กๆจะวิ่งตามรถกันเป็นโขยงเข้าไปในวัดหรือโรงเรียน นอกจากจะมีหนังตามเจ้าภาพเข้าจ้างมาไม่ว่างานบุญหรืองานศพแล้วก็  ก็จะมีหนังมาฉายประเภทล้อมผ้าเก็บเงินเข้าชม หรือไม่ก็ประเภทหนังขายยา คือดูฟรี  แต่จะเบรกเป็นช่วงๆขณะดูหนังเพลินๆเพื่อขายสินค้าต่างๆ เช่น ยาถ่ายพยาธิ  ที่รู้จักกันดีสมัยนั้นคือหนังขายยาของบริษัทโอสถสภาที่ขายยาลดไข้ แก้ปวดหัว  เมื่อขายของเสร็จก็ฉายหนังต่อ ดูเพลินๆพระเอกกำลังจะหอมนางเอกก็เอาอีกแล้วเครื่องฉายหยุดมาขายของกันอีกแล้ว มีสะดุดอารมณ์กันบ้าง

ยังมีหนังกางแปลงอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายดูฟรีแต่ไม่ฟรี คือหนังแลกข้าว..”เป็นไงหรือค่ะคุณพ่อหนังแลกข้าวที่ว่า”  ลูกสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย..หนังแลกข้าวคือ เขาเอาหนังมาฉายให้ดู  พอตอนเช้าๆพวกคนฉายหนังเขาจะไปเอาข้าวทุกๆบ้านในหมู่บ้านเป็นค่าดูหนัง  หากบ้านไหนไม่ได้ออกไปดูก็บอกเขาได้ว่าไม่ได้ไปดู เขาก็ไม่เอาข้าว...”แต่ละบ้านต้องให้เยอะไหมค่ะ?” ก็ประมาณคนละขันนะลูก พ่อตอบพลางหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแก้คอแห้ง

“อ้าวแล้วจอหนังเขาตั้งตรงไหนเหรอค่ะ?”..พ่อวางแก้วน้ำแล้วตอบไปว่า ก็แล้วเจ้าภาพ จะเป็นลานวัด ,สนามฟุตบอลโรงเรียน,หน้าบ้านเจ้าภาพ หรือทุ่งนา  ได้หมดละลูก..”บรรยากาศเป็นไงบ้างค่ะ?”อืม..บรรยากาศการชมเหรอลูก..พอเขาตั้งเครื่องตั้งจอเสร็จเขาก็เปิดเครื่องเสียงดังไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านหลังเลิกจากงานไร่ นา สวนกันแล้วก็รีบกินข้าวกินปลา อาบน้ำแต่งตัวถือเสื่อมาดูหนังกัน ต่างจูงลูกจูงหลานพากันมาหน้าจอแล้วเลือกปูเสื่อนั้งรอดูหนังกันเลย  รอบๆงานก็มีของกินขายคึคักเชียว แสงตะเกียงที่วางแต่ละร้านแต่ละโต๊ะให้แสงสว่างในการเลือกซื้อหา  กว่าหนังจะฉายก็เกือบทุ่ม  เด็กๆบางคนรอนานก็ง่วง พอหนังเริ่มฉายนอนหลับไปเลยก็มี ไม่ทันได้ดูหนังเลย  บางคนก็นั้งใกล้เครื่องฉาย ดูหนังไป ดูคนฉายสาวฟิล์มยาวๆกองพื้นเพื่อต่อกับม้วนต่อไป  บางช่วงดูหนังเพลิน หนังขาดซะงั้น..”อะไรค่ะหนังขาด?” ลูกสาวงงไม่เข้าใจ… 

 

..................................................................................................................................................

 ปล.

ตอนที่ ๑ http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2014/02/11/entry-1

ตอนที่ ๒ http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2014/02/11/entry-2

 

 

โดย ความทรงจำเก่าๆ

 

กลับไปที่ www.oknation.net