วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...ก่อนวันแห่งความรัก...


 

 """ก่อนวันแห่งความรัก"""


๑.

"คุณครูคะ ขออนุญาตนะคะ"
หลังจากได้รับอนุญาตจากผม
เจ้าของเสียงก็จัดการแกะสติกเกอร์รูปหัวใจดวงเล็กๆออกจากชุดสติกเกอร์
แล้วแปะลงที่กระดุมเสื้อครูของผม
"ขอบใจมากนะลูก"
เมื่อมีคนแรกมาติด คนที่สองก็เริ่มมาขออนุญาตติด
และตามด้วยเจ้าของสติกเกอร์รูปหัวใจหลากสีอีกหลายดวง
พากันติดสติกเกอร์ที่เสื้อของผมทั้งด้านหน้าและแขนเสื้อสองข้าง
แรกๆมีสติกเกอร์รูปหัวใจเพียงสี่ห้าดวงเท่านั้น
แต่พอหลังเลิกเรียน...
"คุณครูขา ขอติดสติกเกอร์หน่อยนะคะ...มันเหลือเยอะ"
ฟังแล้วน่าดีใจเหลือเกิน..."มันเหลือเยอะ"
(นึกในใจ...ก็ยังดีที่คิดถึงครูเป็นคนสุดท้าย
นึกในใจต่อไปอีก...นี่ถ้ามีปัญหาชีวิต คงคิดถึงครูเป็นคนสุดท้ายสินะ
แล้วจะช่วยแก้ปัญหาได้ทันการณ์ไหมหนอ...เหอะๆ"
..
หลังเลิกเรียนพิเศษ...
ผมถูกเวรส่งแถวเด็กเดินไปขึ้นรถหน้าโรงเรียนและหน้าวัด
เสื้อสีครีมชุดครูของผมที่มีสติกเกอร์รูปหัวใจไม่ต่ำกว่ายี่สิบดวง
ตกอยู่ในสายตาของครูและเด็กๆหลายคน
"โห...ดูสิ เสื้อคุณครู มีสติกเกอร์รูปหัวใจเต็มเลย"
..
ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่และปรากฏการณ์แรกสำหรับชีวิตของผมก็ว่าได้
เพราะเกิดมาไม่เคยมีใครมาขอติดสติกเกอร์แบบนี้เลย
และไม่คิดด้วยว่าเด็กๆจะสร้างประเพณีแบบนี้ให้ตัวเอง
เข้าใจว่า พวกเธอคงทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว
หรืออาจเห็นรุ่นพี่ทำให้ดูเป็นตัวอย่างเอาไว้ก็เป็นได้  
...
ผมไม่คิดตำหนิอะไรหรอกครับ
เพียงแต่อดคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆไม่ได้ว่า
ท่านเหล่านั้น เป็นเจ้าของเงิน และเด็กๆก็เอาตังค์ที่พ่อแม่ให้ไปซื้อของมา
ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่ทราบ ที่ลูกๆของท่านซื้อสติกเกอร์รูปหัวใจมาติดให้กัน
(รวมทั้งติดให้ครูที่สอนด้วย) นัยว่า แค่ปีละครั้งเอง...
..
อย่างไรก็ตาม อย่างหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ...
ขณะที่พวกเธอติดสติกเกอร์ให้ผม พากันยิ้มเบิกบาน สายตาเปี่ยมสุข
และผมสังเกตเห็นว่า เวลาที่เธอแลกเปลี่ยนติดสติกเกอร์ให้กันและกัน
เธอก็มีความสุขกันถ้วนหน้า  แม้บางคนจะบ่นแกมน้อยใจว่า
"เราได้ดวงเดียวเอง ไม่ค่อยมีคนรัก" ก็ตามที...
แต่หัวใจของเธอเหล่านั้นก็คงเป็นสุขไม่น้อย...

..
คิดแบบนี้แหละครับ ผมก็เลยไม่ถือสาหาความอะไร
ที่สำคัญ ผมเองก็มีความสุขไปด้วยครับ
มีความสุขจริงๆนะครับ...
สุขที่เกิดจากการได้รับการกระทำแบบนี้ให้เป็นครั้งแรกในชีวิต
...
กลับจากส่งแถวนักเรียน ผมถามน้องในที่ทำงานคนหนึ่งว่า
"เอาสติกเกอร์จากเสื้อพี่สักดวงไหม?"
"ไม่เอาค่ะ คนหลายใจ"
"แป้วววววววว ฮ่าๆๆๆๆ"
...


๒.


"สวัสดีค่ะ คุณครู"
"สวัสดี ลูก ถุงนี้น้ำอะไรหรือลูก?"
"น้ำเต้าหู้ค่ะคุณครู"
"แล้วถุงนี้ล่ะ?"
"น้ำงาดำค่ะ"
"น้ำสองอย่างนี้ อย่างไหนมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่ากัน?"
ผู้ถูกถามชี้ไปที่ถุงงาดำและบอกว่า
"ถุงนี้ค่ะ มีประโยชน์มาก"
"แน่ใจหรือลูก หนูรู้ได้ไง ทำวิจัยแล้วหรือ?"
เด็กนักเรียนชั้นป. ๔ มองหน้าผม ทำตางงๆ
เธอคงไม่เข้าใจว่า "วิจัย" คืออะไร
..
"งั้น ครูเอาทั้งสองอย่างก็แล้วกัน"
"ถุงละ ๕ บาทค่ะ"
ผมจ่ายค่าน้ำเต้าหู้และน้ำงาดำแล้วก็ยกมือไหว้ลาคุณแม่ของนักเรียน
เด็กนักเรียนคนที่ผมถาม ก็คือเด็กที่ผมเคยพูดถึงในเรื่อง "เด็กรู้จักคิด" นั่นแหละครับ
แม่ค้าน้อยคนดังกล่าว ยังทำหน้าที่ช่วยแม่ของเธอหลังเลิกเรียนทุกวันเช่นเคย
ไปตลาดสดหัวคลองเมื่อไรก็เห็นเธอทุกครั้ง
..
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ตลาดสดเมื่อเย็นนี้ครับ

วันนี้ผมซื้อปลาทูทอดมาเป็นกับข้าวมื้อเย็น
ทานอิ่มแล้ว จัดการกับจานข้าวแล้ว
ก็รีบมาเปิดคอมพิวเตอร์ และบันทึกความทรงจำนี้ไว้แบ่งปัน

...
แบ่งปันให้อ่านทั้งสองเหตุการณ์เลยครับ

ถือเสียว่า เป็นของขวัญวันแห่งความรักทั้งของชาวพุทธและชาวคริสต์ในวันพรุ่งนี้
ระลึกถึงมวลมิตรเสมอ..



...ชนสุรินทร์...
๑๓ ก.พ. ๕๗


ปล. วันนี้ อดแวะมาบันทึกเรื่องราวและแบ่งปันไม่ได้
อ่านเพลินๆ สนุกๆนะครับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก..

 

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net