วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Paul and Michelle...อย่าริรักในวัยเรียน


          ไทยเป็นประเทศที่มี"แม่เด็ก" ที่หมายถึง"แม่อายุน้อย"ติดอันดับโลก
          เนื่องเพราะที่ผ่านมา สังคมไทยไม่เคย"สอน"เรื่องเพศศึกษา เพราะเรามองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะนำมาพูดกันเพื่อเรียนรู้ พ่อแม่ก็ไม่เคยบอกลูกในเรื่องป้องกันการตั้งครรภ์ ขณะที่"ธุรกิจ"ก็ออกมา"ยั่ว"กิจกาม มากกว่า"กิจกรรม"
          เอาง่ายๆ ขนาดวันวาเลนไทน์ปีนี้ ตรงกับวันมาฆบูชา ซึ่งเป็น"วันหยุดราชการ" ก็ยังมีสำนักงานเขต หน่วยงานราชการ หลายต่อหลายแห่ง ส่งเสริมกิจกรรมตามประเพณีฝรั่งจนกลายเป็นที่ไหนไม่ทำ... ที่นั่นเชย
          ใครมาจดทะเบียน แจกทอง ฯลฯ เป็นเรื่องปกติ
          ผมไม่ได้แอนตี้"วันแห่งความรัก" แต่ผมเป็นคนที่ถือว่าทุกวันเป็น"วันแห่งความรัก" การจะบอกรักใครสักคนหรือหลายคน ตั้งแต่พ่อแม่พี่น้องหรือพรรคพวกเพื่อนฝูง ก็ไม่จำเป็นต้องรอวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ส่วนใครที่เรียกวันนี้ในเชิงประชดว่า"วันเสียตัวแห่งชาติ" ขอให้เปลี่ยนความคิดใหม่นะครับ เพราะวันที่(เด็ก)ผู้หญิงเสียตัวมากที่สุด ไม่ใช่วันวาเลนไทน์นะครับ แต่เป็นวันลอยกระทง ซึ่งวิธีแก้ปัญหาได้(เด็ดขาด)มีวิธีเดียว คือให้ลอยกระทงตอนกลางวัน ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าเสนอให้ทำแน่นอน
          แต่การที่คนเรา"รักกัน" ยังไงก็ดีกว่า"โกรธกัน"หรือ"เกลียดกัน"แน่นอน


          พูดถึง"แม่อายุน้อย"ผมนึกถึงหนังเรื่องนี้
          หนังเรื่องนี้ใช้ชื่อว่า Paul and Michelle แต่ผมว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยในชื่อ Friends มากกว่า แถมยังเป็นชื่อที่ Elton John นำไปใช้ในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ และถือเป็นหนึ่งในเพลงดังของเขาเลยทีเดียว รวมทั้งปกอัลบั้มก็เป็นภาพเดียวกับโปสเตอร์หนังที่ผมชอบ
          ตอนที่หนังเรื่องนี้ฉาย ผมไม่ได้ดูหรอกครับ แต่จำแม่นว่า"ชอบโปสเตอร์"ที่เป็นภาพวาดมาก ผมเห็นภาพลายเส้นผู้หญิงผู้ชายจูบกันเป็นภาพศิลปที่สวยมาก และผมไปขอโปสเตอร์นี้มาห่อปกหนังสือเรียนเพราะความชอบ ... ผมไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังมีการห่อปกพลาสติกหนังสือเรียนแล้วนำภาพดาราหรือนักบอลมาใส่แบบที่ผมเคยทำไหม?
          ผมจำได้ว่านักแสดงเรื่องนี้ ผมเรียกในตอนนั้นว่า ฌอน บิวรี่ กับ อานิเซ่ อัลวิน่า
          ขอบอกก่อนว่า "อานิเซ่ อัลวิน่า" Anice Alvina เป็น"นางเอกหนังฝรั่งเศส"คนแรกที่ผมรู้จักจากเรื่องนี้ แต่นอกจากเรื่องนี้ก็ไม่เคยเห็นหรือดูหนังที่เธอเล่นเลย และไม่รู้ว่าเธอมีหนังเรื่องอื่นๆไหม ทั้งๆที่รู้สึกโดยส่วนตัวว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนหนึ่ง และน่าเสียดายที่เธอเสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
          ผมจะจดจำเธอในความสดใสของ Michelle เท่านั้น
          ขณะที่"พระเอก"คือ "ฌอน บิวรี่" Sean Bury ผมก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจนถึงวันนี้ เขายังอยู่ในวงการอีกหรือไม่ หรือทำมาหากินอะไร



          ผมได้ดู Paul and Michelle ทางเคเบิล..ดูช้าไปกว่า 30 ปี
          ตอนที่ดูเริ่มแรก ยังไม่แน่ใจว่าใช่เรื่อง Friends ที่เคยรู้จักหรือไม่ กระทั่งบางฉากบางตอนที่ผ่านตา ผมจึงรับรู้ว่า"ใช่แล้ว" เพราะหลายฉากเคยเห็นในโปสเตอร์หนัง
          หนังเล่าถึง Paul Harrison เด็กชายชาวอังกฤษวัย 15 ที่ปิดเทอมในอังกฤษแล้วมาเที่ยวฝรั่งเศสที่พ่อของเขาทำงานอยู่ จากนั้นก็เกิดนึกสนุกจึง"หนี"ออกมาจากบ้าน โดยแอบขับรถของพ่อเขาเที่ยวในมหานครปารีส
          ขณะที่ Michelle La Tour สาวน้อยวัย 14 ที่สูญเสียพ่อแม่ จึงมาพำนักในกับญาติในเมืองหลวงของฝรั่งเศส
          ถ้าเป็น"หนังโรแมนติก" ภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่องนี้ก็จะโรแมนติกมาก เมื่อหนุ่มน้อยต่างแดนผู้แทบจะไม่รู้จัก"ปารีส" มหานครที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้ชักชวนหญิงสาวเจ้าถิ่นขึ้นรถเพื่อเป็นไกด์นำเที่ยว และเรื่องก็คงจะ"แฮปปี้เอนดิ้ง"แบบ Puppy Love เมื่อทั้งคู่เป็น"เพื่อน"และกลายเป็น"คนรัก"ในเวลาต่อมา
          แต่หนังเรื่องนี้คงไม่โรแมนติกมากมายขนาดนั้น แม้ภาพยนตร์ฝรั่งเศสจะแฝงศิลปความงาม บวกกับเรือนร่างที่งดงามสมวัยของ Anice Alvina ที่มีหลายฉากเธอโชว์สรีระงดงามของสาวปารีเซียงให้เห็น


          หนุ่ม 15 กับสาว 14 โตพอที่จะรู้จักคำว่า"รัก"
          แต่คำว่า"รัก" ในโลกแห่งความเป็นจริงกับคำว่า"รัก"ในโลกจินตนาการมันเป็นคนละเรื่องกัน
          เพราะเมื่อ Paul ตัดสินใจ"หนี"ออกจากปารีสพร้อมเพื่อนที่กลายเป็นแฟน โดยขับรถหนีกันไปปักหลักที่"บ้านเกิด"ของ Michelle สิ่งที่เขาและเธอต้องรับรู้ก็คือ การเป็น"ครอบครัว" บางครั้งมันก็"ยิ่งใหญ่"และ"สาหัส"เกินกว่าเด็กชายและเด็กหญิงจะรับภาระไหว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง"การหางาน"ที่หมายถึง"การหาเงิน" ที่บ่อยครั้ง เด็กหนุ่มวัย 15 ต้อง"ปลอมตัว"ว่าเป็น"ผู้ใหญ่"มากกว่าอายุจริงเพื่อให้ได้งานและเงิน ซึ่งเมื่อหาไม่ได้ก็ต้องอดๆอยากๆ
          ที่สำคัญคือเมื่อมี"ลูก"..เรื่องมันก็ยิ่งนักหนาไปกว่านั้น
          "ภาระ"ที่เป็น"ความจริง"ที่หนังเรื่องนี้สะท้อนออกมาให้เห็นก็คือ การเป็น"พ่อแม่"ในวัยเยาว์(เกินไป)ไม่ใช่เรื่องสนุก แถมการเป็น"ลูกนอกสมรส"เพราะทั้งคู่ยังไม่ผ่านพิธีวิวาห์ การไปรับศีลจากบาทหลวงก็ต้องทำแบบหลบๆซ่อนๆ จึงดูจะ"เศร้าเกินไป"สำหรับการที่เด็ก 3 คนต้องทำแบบนี้
          ผมไม่ขอเล่าว่าหนังเรื่องนี้จบแบบไหน แอปปี้เอนดิ้งหรือไม่ แต่การเป็น"พ่อแม่"ในวัยเยาว์ของเด็กผู้หญิงและเด้กผู้ชาย ย่อมไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ
          ผมบอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว และขอย้ำว่าผมเป็นคนเชื่อในเรื่อง"รัก...สวยงามเสมอ" แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็เหมาะที่จะ"สอน"เราว่า"อย่าริรักในวัยเรียน"
          วันวาเลนไทน์ จึงไม่ควรจะเป็น"วันเสียตัว"ของวัยรุ่นที่อาจจะหมายถึงจะต้อง"เสียใจ"ไปตลอดชีวิต

 

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net