วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนีทะเลตรัง ปั่นสู่เทิอกเขาบรรทัด


หนีทะเลตรัง ปั่นสู่เทือกเขาบรรทัด

   เช้าวันเสาร์ ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๗ ผมรับปาก ครูปาล์ม –คุณณัฐวัส ศศิธร ประธานชมรมดำน้ำรักษ์เลตรัง ผู้มีจิตอาสาคนหนึ่ง และเป็นสหายต่างวัยด้านการจัดการทะเลและชายฝั่ง คนเครือข่ายฅนรักษาเล ผมสัญญาว่าจะไปร่วมทริปปั่นจักรยานในเส้นทางแถบน้ำตกโตนตก อ.ปะเหลียน ด้วยต้องการออกกำลังกายและถือโอกาสได้รู้จักเพื่อนในวงการนักปั่น  และทราบว่าทริปนี้จะมีท่านสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมทริปไปด้วย  ก็คิดว่าคงสบายๆ ลีคุ้นเคยกับท่าน ในฐานะที่ท่านรองฯ ให้ความเป็นกันเองการเครือข่ายฅนรักษาเลมาโดยตลอด

ออกเดินทางจากเมืองตรัง สู่น้ำตกโตนตก

 

 

เตรียมตัวปั่นสู่เขาบรรทัด

ท่านสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง สุดๆ จริงๆ

ครูปาล์ม แนะนำให้ผมรู้จักสมาชิกชมรมปั่นจักรยาน Trackrider Mtb Club มีน้องๆ หลายคนที่ผมรู้จักมักคุ้นการเป็นอย่างดี บางท่านก็คุ้นหน้าคุ้นตาตามร้านกาแฟ เรียกว่าโลกแห่งการปั่นแคบลงถนัด ทริปนี้นำโดย คุณกด แอดมินของ Trackrider Mtb Club ซึ่งมีฝีมือ และมีรางวัลการันตีมากมาย

คนริมเลจากทะเลสู่เขาบรรทัด

เส้นทางปั่นขึ้นเขาบรรทัด เริ่มต้นจากน้ำตกโตนตก ซึ่งอยู่ในเขตตำบลปะเหลียน เป้าหมายคือหมู่ที่ ๒ บ้านในตระ ต.ปะเหลียน คณะปั่น ๑๐ ชีวิต ออกเดินทางจากตัวเมืองตรัง ก็ใกล้ ๑๐ โมงเช้าแล้ว จากที่ทำการน้ำตกโตนตก คณะของเราเริ่มทริปปั่นขึ้นเขาประมาณ ๑๑ โมงตรง  นอกจากคุณกดหัวหน้าทีม และท่านสาธรแล้ว คณะของผมวันนี้ยังมีครูปาล์ม น้องตี้ น้องอำ คุณตั้ม น้องบาส น้องแบ็งค์ และคุณตุ๊ก รวม ๑๐ ชีวิต

คุณตั้มกับลีลาสปรีด

เส้นทางปั่นต้องเรียกว่าโหด มันส์ ฮา เส้นทางจากน้ำตกโตนตก เข้าสู่หมู่บ้านในตระ ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร ถนนทั้งหมดเป็นทางแทรคผสมกับถนนคอนกรีตแคบๆ ช่วง ๒-๓ กิโลเมตรแรกทางจะเป็นทางชันถึงชันมาก เรียกว่าช่วงนี้หลายคนกลายร่างกันเป็นเสือภูเข็นกันเลยทีเดียว หนึ่งในนั้นก็ต้องมีคนริมเล เป็นตัวถ่วงอยู่ด้วย

น้องอำ แห่ง TRC หนึ่งในคนคุณภาพ

ทางชันมาก บางครั้งก็ต้องจูงกันบ้าง แต่คนริมเลจูงตลอด

พักรอกันเป็นระยะๆ

รอลุ้นคนริมเลจะมาถึงยอดเขาหรือเปล่า

ดูสภาพกันเถอะครับว่าควรลุ้นหรือไม่

ผ่าน ๒ กิโลเมตรแรก คนริมเล ตั้งใจแล้วว่าจะเลี้ยวจักรยานกลับไปนั่งรอด้านล่างน้ำตกดีกว่า กลัวร่างกายไม่ไหว กลัวเป็นภาระทีมงาน แต่น้ำใจพี่น้องนักปั่นมากมายเหลือเกิน คอยดูแลปั่นเป็นเพื่อน  ที่ล่วงหน้าไป ก็เฝ้ารอเป็นระยะๆ ให้กำลังใจ และกระตุ้นเสมอๆว่า เลยเนินข้างหน้านี้ไปก็จะเป็นทางเรียบ ให้คนริมเลหลงเชื่ออยู่เสมอ   โชคดีสุดๆ ที่มีคุณตุ๊กคอยปั่นเป็นเพื่อนดูแลไม่ห่าง ทั้งๆ ที่ปกติจะเป็นทีมปั่นหลักของคณะ เรียกว่าผมเป็นตัวถ่วงของจริงๆๆ เมื่อเข้าสู่กิโลเมตรที่ ๔ คนริมเลก็เริ่มปั่นทางเรียบได้มากขึ้น  ที่เป็นเนินมากก็ใช้วิธีการเข็นตามสไตล์เดิมๆ  จนกระทั่งไปถึงกลางหมู่บ้านของชุมชนในตระ  ระยะทางก็ครบ ๗ กิโลเมตรพอดี  แอบภูมิใจลึกๆ ที่สามารถร่วมทริปขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

สภาพสองข้างทางดูแล้วสดชื่นครับ

สภาพทางสูงชันมีเป็นระยะๆ

ใกล้ถึงหมู่บ้านเส้นทางสวยงามมากขึ้น

ร้านค้าในชุมชน ที่กิโลเมตรที่ ๗ จุดพักในชุมชน

หลังได้พูดคุยกับชุมชนเล็กน้อย พอทราบประวัติของชุมชน จำนวนครัวเรือนที่อาศัยในหมู่บ้านประมาณ ๒๐๐ ครัวเรือน และเรื่องราวอื่นๆ พอสังเขป และชาวบ้านยังใจดี แนะนำอีกว่าเลยไปอีกหน่อย จะมีต้นน้ำซึ่งเป็นน้ำตกเล็กๆ และเป็นสายน้ำที่ไหลลงไปสู่น้ำตกโตนตก และน้ำตกโตนเต๊ะ   อีกไกลแค่ไหน ???   ๒ กิโลเมตร เอง!!!! นึกว่าแค่นี้ ที่ไหนได้  ทริปนี้ยังไม่จบ  เราจะไปกันต่อ.....ไปก็ไป  ไปลุยต้นน้ำกันสักครั้ง  โชคดีเส้นทางค่อนข้างเรียบตลอด  มีเพียงสองช่วงที่เป็นเนินเขาให้คนริมเลเข็นอีกครั้ง  แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายามในการเดินทาง กับต้นน้ำที่เย็นฉ่ำให้ดับความเหนื่อยล้า

ทางเรียบก็ขอโชว์ลีลาปั่นบ้าง

ถึงแล้วต้นน้ำแห่งเทือกเขาบรรทัด ต้นน้ำแห่งน้ำตกโตนเต๊ะ-โตนตก

บรรยากาศชุ่มฉ่ำพอบรรเทาให้หายเหนื่อย 

โชว์ปั่นข้ามลำธารโดยน้องบาส

พวกเราใช้เวลาพักนานพอสมควร  ก่อนอำลาต้นน้ำอันเย็นฉ่ำ ที่สร้างความชุ่มชื่นให้คนกลางน้ำ ปลายน้ำอย่างพวกเรา ขาลง ระยะอีก ๙ กิโลเมตร จากน้ำตกบนยอดภูเขา  เป็นเส้นทางลงเขา ที่นักปั่นจะใช้ฝีมือในการพุ่งลงเขา  แต่คนริมเลต้องปั่นอย่างถนอมตัว เพราะรู้อาการตัวเอง โชคดีที่มีเพื่อนนักปั่นอย่างคุณตุ๊ก คอยดูแลเป็นเพื่อนตลอดทาง ทางลงเขาบางช่วงชันมาก ด้วยทักษะที่น้อยนิดในการปั่นทางชัน ผมเองจำเป็นต้องล้มตัวเองแทนการคว่ำไปข้างหน้า ดีกว่าการควบคุมรถไม่ได้ในทางชันมาก


เมื่อเหลืออีกประมาณ ๔ กิโลเมตรสุดท้าย สิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้น “ตะคริว” มาที่ขาด้านซ้ายขณะเข็นจักรยานขึ้นเนิน พี่เลี้ยงต้องช่วยปฐมพยาบาล พอหายคลายก็ออกเดินต่อได้เพียง ๕๐ เมตร “ตะคริว” ที่ขาข้างขวาก็ตามมาอีกครั้ง  คราวนี้ต้องนั่งปฐมพยาบาลกันนานหน่อย  ให้มั่นใจว่าร่างกายไหวพอเดินทางต่อไหว  โชคดีว่าหลังจากนั้นมา เป็นเส้นทางเรียบและลงเขาตลอด  ผมพยายามประคองตัวเองปั่นลงมาถึงเส้นทางเรียบด้านล่างของน้ำตกได้สำเร็จ 

ถึงจุดพัก ที่คณะอีก ๘ ท่านมารออยู่ล่วงหน้า ได้รับคำชื่นชมว่าใจสู้สุดๆๆ  เลยรีบบอกว่า -ถอดใจไปตั้งแต่ ๒ กิโลเมตรแรก ใจสู้ แต่ร่างกายไม่ไหว ยังไม่รู้ว่าตัวเองไปมาได้ยังไง- สำหรับผมเองเปรียบเทียบทริปในครั้งนี้ เหมือนกับการเดินเท้าขึ้นภูกระดึงเลยทีเดียว 

เป็นประสบการณ์ที่ภาคภูมิใจมากที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้ร่วมคณะทริปที่เรียกว่า โหดมันส์ฮา และได้เจอมิตรภาพจากเพื่อน พี่ น้อง นักปั่นที่มากด้วยน้ำใจ คอยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ดูแลตลอดเส้นทาง

ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณไปยังคุณกด ที่คอยปั่นดูแล  วิ่งไปมา รักน้ำใจสุดๆๆ

ขอบคุณ ครูปาล์ม ที่ชวนผมให้ได้เจอประสบการณ์แปลกใหม่ในครั้งนี้

ขอบคุณ คุณตุ๊ก ที่เป็นเพื่อนร่วมปั่น และเป็นพี่เลี้ยงดูแลตลอดเส้นทาง 

ขอบคุณTrackrider Mtb Club ที่ให้เป็นส่วนหนึ่ง ที่มากด้วยมิตรภาพ ขอบคุณที่แบ่งปันภาพสวยมาให้ใช้เขียนบทความในครั้งนี้

 

  ข้อมูลเพิ่มเติม....

น้ำตกโตนตก  ที่ตั้ง อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ห่างจากน้ำตกโตนเต๊ะ ประมาณ ๑ กิมโลเมตร ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลาง สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นตามโขดหินแกรนิต และหินชั้นสองข้างลำน้ำมีความชุ่มชื้นจนเกิดมอสและเฟิร์นหนาแน่น สภาพป่าสมบูรณ์ 
       จุดเด่น เป็นน้ำตกที่มีจำนวนหลายสิบชั้น มีความสวยงามจากสายน้ำ มีแอ่งสามารถเล่นน้ำได้ น้ำตกชั้นบนต้องเดินป่าขึ้นไปประมาณ ๕๐๐ เมตร ธรรมชาติสวยงามมาก นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเชื่อมต่อกับเส้นทาง เดินป่าสู่ “ บ้านตระ ” ได้อีกด้วย 

การเดินทาง
จากตัวเมืองตรัง ใช้เส้นทางสายตรัง - พัทลุง เลี้ยวขวากิโลเมตรที่  ๑๗ ไปตามถนนสายบ้านกะช่อง – บ้านหาดเลา ถึงสามแยกบ้านปะเหลียนใน เลี้ยวซ้ายไปน้ำตก หรือเส้นทางที่ ๒  เริ่มจากตัวเมืองตรังตาม ถนนตรัง – ปะเหลียน (ทางหลวง ๔๐๔) ผ่านตลาดย่านตาขาว เลี้ยวซ้ายที่สามแยกบ้านวังปริงถึงสามแยกบ้านปะเหลียนในเลี้ยวขวา เป็นเส้นทางสู่น้ำตก ถึงบ้านควนไม้ดำ ก่อนถึงน้ำตกโตนเต๊ะประมาณ ๒ กม. เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๓ กม. ถนนไปสิ้นสุดที่น้ำตก

ตำบลปะเหลียน น่าจะมาจากการพูดเพี้ยนกันหรือฟังเพี้ยนจากคำว่า ปลันตา เพราะปรากฎตามหลักฐานว่า ปะเหลียน เป็นคำมาจากภาษามาลายู หมายถึงคำว่าปะเหลียนหรือคำว่าปลันตา ปรากฎตามหลักฐานว่าปะเหลียนเคยเป็นเมืองมานาน เดิมชื่อเมืองปลันตา ต่อมาเพี้ยนเป็นปะเหลียน

โดย คนริมเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net