วันที่ อังคาร สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อันเนื่องมาจาก 'ไม่สบายใจครับ'!!


อันเนื่องมาจากกรณี "จดหมาย..จุดหมาย" เรื่อง ไม่สบายใจครับ http://www.oknation.net/blog/nity/2007/08/01/entry-1 นั้น ก็ได้มีประเด็นการพูดคุยต่อของอาจารย์กับศิษย์

ถือว่าเพิ่มเติม
ถือว่าเพิ่มพูน
ด้วยมุมมองครับ...

นิติ



การยืนยันกับปรากฏการณ์ว่า ใครเป็นอย่างไร เป็นคำตอบที่อาจจะง่ายดายและหาฟังได้ไม่ยากนัก

หากเราเสียเวลาทำความเข้าใจไตร่ตรองมากกว่า ลึกกว่านั้น

บางอย่างที่เราเห็นจากการให้เวลา ใช้ปัญญาใคร่ครวญอาจจะเป็นทางสว่างของคนอ่านได้

ขอยืนยันอีกครั้งว่า
การก่นประณามคนที่เป็นข่าว ไม่ใช่หน้าที่ของสื่อ
การพิพากษาคนในข่าว ก็ไม่ใช่หน้าที่ของสื่อ

ยิ่งในกรณีที่สื่อส่วนใหญ่ถูกควบคุมเบ็ดเสร็จโดยส้นเท้าทหารอย่างนี้
เรายิ่งต้องออกมาจากอุ้งเท้าโสมมนั้นให้เร็วที่สุด
ไม่ใช่เราไปเสริมอำนาจทหาร ด้วยการบอกว่าใครเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจรัฐ
แต่ควรตั้งคำถามกับรัฐที่มาจากการยึดอำนาจว่า ทำไมจึงมีคนจ้องเป็นปฏิปักษ์

การตั้งชื่อประณามคนที่คัดค้านรัฐ(หรือกระทำรุนแรงต่อรัฐ)ที่ไม่เห็นหัวประชาชนมันต่างอะไรจากการเป็นเครื่องมือสำหรับการโฆษณาชวนเชื่อ

มันต่างอะไรกับอดีต ที่สื่อที่ประโคมด่าชาวบ้านปากมูลว่าเป็นเหตุแห่งรถติด ขัดขวางการพัฒนา
แล้วกลับไม่ตั้งคำถามหรือค้นหาเหตุแห่งการชุมนุมเรียกร้องของชาวบ้านแห่งลุ่มน้ำอีสาน

ในฐานคนทำสื่อน้ำดี
อย่าได้เผลอ(ขอย้ำ อย่าเผลอ)ไปเป็นการ์ดให้กับรัฐเผด็จการทหารเป็นอันขาด
อย่าได้เผลออ้างความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีเพื่อลงทัณฑ์คนที่เห็นต่างจากรัฐเป็นอันขาด เพราะนั่นเป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ของรัฐที่ใช้มาตลอดกาล
เพราะในอดีต (6 ตุลาคม 2519)
สื่อได้ทำหน้าที่ป่าวประกาศให้คนในชาติลุกฮือขึ้นมาฆ่านักศึกษากลางสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ (คุณจำได้ไหม?)
แต่จงมั่นในการทำหน้าที่ตั้งคำถาม
ถามต่อสิ่งที่เราเห็นว่าไม่ควร แม้แต่กับมิตรก็ไม่ควรละเว้น
ถามต่ออำนาจ ถามอย่างไม่ขี้เกียจ อย่างไม่ย่อท้อ และไม่หยุดถาม
คำตอบอาจไม่มีคุณค่า หากไม่มีใครถาม
คำถาม อาจจะไม่มีคำตอบเดียว
บางทีคำพิพากษาของเราอาจจะผิดก็ได้
อย่าได้เผลอกลายเป็นชนวนนำไปสู่การล้อมปราบกำราบคนที่เห็นต่างจากรัฐ

บางทีนิติอาจจะต้องไปอ่านทบทวนบทสัมภาษณ์ของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่พี่โจ้-สินินาถ สัมภาษณ์เอาไว้
เพราะในนั้นมีคำตอบที่แหลมคมและทิ่มแทงเนื้อในสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง


รักและหวังดี

(..ไม่ขอบอกชื่อจะดีกว่าครับ..)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




..ถือว่าเป็นคำวิจารณ์ที่ศิษย์ต้องขออธิบาย..

ประการแรก

ถ้ากล่าวถึง "สื่อ" ในความหมายขออาจารย์ อาจกล่าวถึง หนังสือพิมพ์ ทีวี และเวบไวต์ข่าว ซึ่งการทำหน้าที่สื่อ คือการรายงานข่าว, รายงานข้อเท็จจริง หรือรวมถึงความเห็นด้วย

กล่าวถึง "บล็อก" (blog) ขออ้างถึงนัยความ "สุทธิชัย หยุ่น" นั้น คือ บ้านหลังเล็กๆ ในโลกออนไลน์ ที่เจ้าของบล็อกมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการเสนอแนะมุมมองของตนเอง โดยไม่ผิดกฎหมาย,กติกา

กล่าวคือ แม้ว่าศิษย์จะมีอาชีพสื่อ แต่ก็ไม่เคยใช้ "พื้นที่" ของสื่อที่สังกัดนั้น มาประณามหรือก่นวิจารณ์คนในข่าวแต่อย่างใด

ผิดกับ "บล็อก" ที่เป็นเสมือนบ้านของความคิดเล็กๆ ของผมในโลกออนไลน์ ที่มีสิทธิเสรีในการคิด,เขียนของต่อเองในเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ดังนั้น ผิดหรือ, ที่ศิษย์จะใช้พื้นที่เล็กๆ ในโลกออนไลน์ ที่ "แสดงทัศนะ" หรือ "ประณาม" ใครบางคน พร้อมแสดงหรือผลประกอบว่าทำไมถึงคิดเช่นนั้น

อีกทั้ง บล็อก คือพื้นที่เล็กๆ ของคนทั่วไป ที่ใครๆ ไม่จำกัดเพียงนักข่าว หรือเจ้าของบล็อก ก็สามารถแสดงความคิดความเห็นได้อย่างอิสระ และรับผิดชอบ

ดังนั้น การที่ "คนทำงานข่าว" หรือ "นักข่าว" จะออกมาแสดงทัศนะผ่านบ้านเล็กๆ ที่ผู้คนทั่วไปสามารถที่จะเลือกคลิ้กมาหรือไม่ก็ได้

อาจารย์ก็สอนผมมิใช่หรือว่า ต้องมีความคิดเห็นและกล้าวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้สังคมได้เลือกอ่าน,ฟัง ทัศนะของเราไปพิจารณาต่อไป มิใช่หรือ

ประการที่สอง

ในขณะที่มุมมองไม่ตรงกัน ไม่ขอตัดสินและพิพากษาว่า ประเด็น สื่อ ทำหน้าที่ "การ์ด" รักษาอำนาจคณะทหารผู้ยึดอำนาจ!

แล้วถ้ามองมุมกลับว่า ทำไมสื่อถึงไม่เลือกยืนข้าง "คณะนักเลือกตั้ง" ของนายทุนนิยมทรราชเล่า?

ไม่ขออธิบายว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลแม้ว สร้างอะไรไว้ ซึ่งอาจารย์ก็ซาบซึ้งและออกอาการชิงชังด้วยซ้ำ

ดังนั้น การชุมนุมของม็อบแม้วที่หน้าบ้านป๋าเปรม จนกลายเป็นจลาจลนั้น

ถามว่า เมื่อมวลชนถูกปลุกเร้า และเห็นดีเห็นงามในกระบวนการใช้ความรุนแรงนั้น เป็นสิ่งสมควรหรือไม่

การที่ใช้ "กฎกู" ที่อ้างสิทธิเต็มขั้นว่า "ประชาชน"เพื่อออกมาสร้างความวุ่นวายรุนแรง แล้วประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ออกมาคืนนั้น และไม่เห็นด้วย เขาไม่ใช่ประชาชนหรือ

ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ว่า ประชาธิปไตย ไม่ใช่ ประชาชนเป็นใหญ่ เพราะประชาชนผีบ้าผีบอก็มี แต่ประชาธิปไตย คือ "ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่" ต่างหาก

ประเด็น "ม็อบปากมูล" ที่อาจารย์หยัดยืนอยู่จุดนั้น ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า

คนใช้รถใช้ถนน เขามีสิทธิพูดได้เช่นกัน

คนมาเรียกร้องปัญหา ก็ใช้สิทธิตนเอง ก็ต้องอธิบาย ซึ่งก็น่าชื่มชอบว่า พี่น้องเหล่านั้น ไม่ใช้วิธีการรุนแรงในการกดดัน เช่น ม็อบไข้แม้ว

และประเด็น ม็อบทั้ง 2 อย่าง แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ม็อบปากมูล มาเรียกร้อง สิทธิอันควรได้รับ

แต่ม้อบไข้แม้ว มาเรียกร้องให้โมฆะบุคคลกลับมามีอำนาจ มันใช้ได้หรือ

ประการที่สาม

ไม่ทราบว่าสื่อน้ำดีมีมาตรฐานใด ถ้าเพราะคนประเมินมาตรฐานต้องการ คงลำบาก แต่จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อบ้านเมืองนี้ ไม่มากก็น้อยก็แล้วกันครับ

ประการที่สี่

สื่อได้แสดงหน้าที่ถามอยู่แล้ว แต่ถ้าสื่อก็ต้องพัฒนาตนเอง ต้องอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆด้วย ไม่ถูกตามหลักวิชาหรือครับ

ประการที่ห้า

จะอ่านบทสัมภาษณ์ของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ให้จบครับ อาจารย์

และท้ายนี้ ศิษย์ยังยืนหยัดความถูกต้องครับ และอยากย้ำว่า "ทหาร" มายึดอำนาจแล้วประชาชนไล่กลับกรมกองได้โดยตลอดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

แต่ "ทรราช" ที่แทรกซึมทุกระดับชนชั้นด้วยการใช้เงินมามีอำนาจมากกว่าความถูกต้อง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จนเราเสพติดจนขาดมันไม่ได้แล้ว จะไล่มันไปมันยังหน้าด้านป่วนปั่นอยู่เลย

ฉะนั้น อย่ากลัวทหาร เพราะทหารก็คือประชาชน.. เราจะไล่มันไปตอนไหนก็ได้ เพราะเรามีประสบการณ์

แต่การขับไล่ทรราชให้หมดอำนาจ ยังเป็นเรื่องที่ยังแก้ไม่ตก

โลกมันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว อาจารย์ไม่สังเกตเลยหรือว่า "รัฐประหาร" ครั้งนี้ ทหารกลัวจะตายว่าประชาชนจะไม่เห็นด้วย แล้วออกมาขับไล่..

แต่ผลกลับกัน ไยประชาชนเลือกที่จะลดอำนาจ "ทรราช" และเหล่าสมุน ด้วยอำนาจทหาร..

อย่ากังวลเลย ถ้าทหารจะกลายพันธุ์ เป็น "ทรราช" .. เราจะไปไล่มันอีกทีก็ยังไม่สาย...

เคารพ,รัก

นิติ

คาราบาว - ประชาธิป...

โดย Nity

 

กลับไปที่ www.oknation.net