วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

5 ขั้นตอนการเก็บเงินแสนก้อนแรก


วันนี้ไปอ่านเจอบทความการเงินเงินแสนก้อนแรกให้อ่าน อ่านแล้วมีพลังสู้เลยครับ เลยเอามาให้อ่านกัน 

"สำหรับใครก็ตามที่เคยเก็บเงินได้ถึงแสนครั้งแรก ผมเชื่อมั่นว่าความรู้สึกนั้นไม่มีวันลืมกันง่ายๆ ความสุขที่เกิดขึ้นจากการเพียรพยายาม ทุ่มเท อดทนรอคอย และบรรลุผลนั้นมันช่างสุดยอดมากๆ ผมเองก็ไม่มีทางลืมวันที่ผมพยายามออมเงิน จนเงินในบัญชีทะลุหลักแสนไม่ลงเช่นกัน มันเป็นความรู้สึกดีเหมือนเราได้ดื่มกระทิงแดงรวดเดียว 10 ขวด…!!! มันยิ่งกว่าการไปจีบดาวคณะแล้วติดอีก สุโค่ย…!!! อะไรมันจะมีความสุขขนาดนั้น : ) ประเด็นคือบทความนี้ไม่มีประโยชน์ และอาจจะดูน่าหัวเราะสำหรับคนที่มีเงินเก็บทะลุหลักแสนขึ้นไปตั้งนานแล้ว แต่ถ้าคุณยังไม่มีเงินเก็บถึงหนึ่งแสนหละ คุณอยากจะได้มันมาครอบครองมั้ย…!!!! ถ้าคุณอยากมีเงินเก็บทะลุ 6 หลัก แต่จนแล้วจนรอดคุณก็ทำไม่ได้ การข้ามบทความนี้คือเรื่องโชคร้ายสำหรับคุณเลยล่ะ…!?!

“มีเงินแต่ไม่มีความสุข จะมีไปทำไม…?” นี่คือวลีเด็ดที่ผมมักพูดติดปากตัวเองเป็นประจำ ตั้งแต่เรียนจบ ผมลงทุนขายของออนไลน์ และทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานมาหลายปี แต่เชื่อมั้ยครับที่ผมไม่มีเงินเก็บเลยซักบาท ต้นเดือนเงินออก กลางเดือนเงินหมด สิ้นเดือนยาจก แล้วก็วกเป็นเศรษฐีใหม่ต้นเดือน วนเป็นวงจรอุบาทว์อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ยิ่งเงินเดือนขึ้น ค่าใช้จ่ายยิ่งขึ้นตามไปด้วย สุดท้ายทำงานหลายปี ไม่มีเงินเก็บติดตัว แต่ผมมีคาถาปลอบใจตัวเอง จะเครียดไปทำไหม เดี๋ยวก็หาใหม่ได้ คิดปลอบใจอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ชีวิตก็มีความสุขดี จนกระทั่งอย่างที่ทุกๆท่านรู้กัน(ถ้าเคยอ่านบทความของผม) แม่ผมเป็นมะเร็ง ผมตกงาน รถโดนทุบ เงินเก็บเหลือ 300 บาท ณ บัดนั้นคือผมคิดว่าผมกำลังเผชิญหายนะของชีวิตนะ…!!! ใช่แล้ว กูซวยแล้ว…!!!

หลังจากคำนวนค่ารักษาเสร็จ พี่สาวบอกผมว่าค่ารักษาน่าจะอยู่ที่ขั้นต่ำราวๆ 300,000 บาท โอ้ว…พระเจ้า…!!! มนุษย์เงินเดือนจะเอาเงินสดจากไหนวะ 300,000 บาท ผมรู้สึกเส้นผมของผมจะล่วงทั้งๆที่ไม่ได้รับคีโม นี่ยังไม่รวมที่ต้องลาออกจากงาน ต้องไปอยู่กับแม่เวลาหมอตรวจ ฉายแสง และคีโมอีกนะ ผมทำงานมาทั้งชีวิต คิดว่าตัวเองเก่ง แน่ เจ๋ง แต่พอว่าเจอโลกของความเป็นจริงมันยิ่งกว่าหฤโหดเสียอีก มีคนบอกผมว่าชีวิตในการทำงานมันโหดร้าย แต่ผมว่าชีวิตมันโหดร้ายอยู่แล้วถ้าเราแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นความโหดร้าย ผมเกิดคำถามในใจเล็กๆ จริงๆผมทำงานเพื่อมาพบว่าเราเป็นแค่ขยะเวลาครอบครัวผมเกิดปัญหาเหรอ…??? เราเป็นลูกน้องที่ดี แต่เป็นลูกของแม่ที่เลวมาก…!!! เจ้านายมีปัญหาเราแก้ไขได้ แต่เวลาครอบครัวเรามีปัญหา ผมทำ “ฮ่า” อะไรไม่ได้เลย

ตั้งแต่วันที่แม่ผมเป็นมะเร็ง ผมตกงาน รถโดนทุบ เงินเก็บเหลือ 300 บาท ผมก็เลยตัดสินใจรับใช้ความฝันตัวเอง ผมจะต้องทำให้ครอบครัวผมรวยให้ได้…!!! ผมตั้งใจทำงาน Creative Design เอาจริงเอาจังกับการบริหารชีวิตตัวเอง เรียนรู้เรื่องการบริหารเงินที่มหาลัยไม่เคยสอน ตั้งกฏกับตัวเองขึ้นมาที่จะจัดสรรเงินเป็น 4 ส่วน ออม ลงทุน จ่าย บำเรอตัวเอง ทำมันให้เป็นจริง และก็บรรลุผล ผมเพียรพยายามทำงานแล้วก็มองตัวเลขในบัญชีที่มันค่อยๆไต่ละดับจากหลักพัน สองหมื่น สี่หมื่น แปดหมื่น และทะลุหลักแสน แม่คุณเอ้ย…!!! ตอนที่เห็นเงินสดกองในบัญชี 6 หลัก ขอบอกว่าสุขสุดๆครับ คุ้มเหนื่อย มันเหมือนเราเคารพตัวเองมากขึ้นที่มีวินัยให้กับตัวเอง เราบอกตัวเองว่าเราทำได้ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันต้องอาศัยความอดทนและหลักการอีกนิดหน่อย แน่นอน…!!! ผมต้องการให้ทุกท่านลองไขว่คว้าเงินแสนแรกให้ได้ด้วยตัวเอง มันเหมือนเป็นความสุขเล็กๆที่ได้จากการทำงาน (สำหรับคนที่ยังไม่ได้นะ ย้ำ…!!!) ตอนนี้ผมเลยอยากจะชี้เส้นทาง สำหรับคนที่อยากกอดเงินแสน แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง ให้เริ่มต้นล่าเงินแสนแรกซักที กับ 5 Step กอดเงินแสน โดยไม่พึ่งโชคชะตาครับ…!!!

1. ยอมรับความจริง…!!! ขั้นตอนที่ยากที่สุดก็คือการยอมรับความจริงครับ ผมเป็นหนึ่งในคนที่มีทัศนคติที่ว่าใช้ไปก่อน ค่อยหาใหม่อยู่เสมอ ทำงานหลายปีไม่มีเงินเก็บเลย แม้กระทั่งหลักพันก็ไม่มี ดังนั้นขั้นตอนที่ง่ายที่สุดสำหรับการอยากได้เงินแสน คือคุณต้องยอมรับก่อนครับว่าคุณจัดงานกับการเงินตัวเองได้ห่วยขนาดไหน บริหารเงินตัวเองได้บัดซบหรือเปล่า เป็นประเภทมีเท่าไหร่ใช้หมดใช่มั้ย…!!! ถ้าคุณค้นพบว่าวินัยการเงินของคุณไม่ดี คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะจัดการเงินของคุณ และวางแผนการเงินของคุณให้ดีให้ได้ นี่คือกฏเหล็ก

2. ออมก่อนใช้ ความผิดพลาดหนึ่งของมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่คือ ใช้ไปก่อน เหลือค่อยออม ประเด็นคือคนเราเข้าข้างตัวเองได้เสมอครับ ไม่ว่าจะเป็นของจำเป็น ไม่จำเป็น ของจิปาถะ ของฟุ่มเฟือย ทั้งของกินได้และกินไม่ได้ ใช้ไปเหอะ เดี๋ยวก็หาใหม่ได้ ประโยคนี้คุ้นๆมั้ยครับ ไม่ใช่คุ้นเพราะผมเขียนไปข้างบน แต่ผมว่าคุ้นๆเพราะคุณต้องเคยพูดกับตัวเองแน่นอน การออมเงินที่ถูกต้องที่สุดในโลก คือคุณต้องออมก่อนใช้ ได้เงินมาเข้าไหร่ คุณต้องหักเข้าเป็นกองทุนเงินแสนแรกก่อน จากนั้นคุณค่อยบริหารเงินที่เหลือให้อยู่รอดใน 1 เดือน ใครที่บอกว่าขนาดยังไม่หักออกยังไม่พอใช้เลย ถ้าหักออกก่อนแล้วจะพอกินพอใช้มั้ยครับเนี่ย ตรงนี้เชื่อผมเถอะครับ เงินที่เราหักออกไปก่อน คือเงินที่เรามองไม่เห็น เงินที่เรามองไม่เห็น ยังไงเราก็ใช้มันไม่ได้อยู่แล้ว หลักการคล้ายๆหักประกันสังคมหรือภาษีนั่นแหละ คุณได้ใช้เงินประกันสังคมกับเงินภาษีคุณมั้ยละ

3. กำจัดรายจ่าย ผมจะบอกความลับให้นะครับ ศัตรูของเงินออมไม่ใช่รายได้ แต่เป็นรายจ่ายต่างหาก…!!! ตรงนี้คือคนส่วนใหญ่จะพลาด เห้ย มันมีโปรผ่อน 0% 10 เดือนนะ ถ้าไม่ซื้อหละโครตโง่เลย… จากประสบการณ์ของผม การผ่อนของราคาแพงด้วยโปร 0% นั่นแหละ ตัวดีเลย คือการผ่อนของไม่ใช่เรื่องผิด แต่คุณต้องตกลงปลงใจกับตัวเองก่อน ว่าคุณจะเอาเงินแสนแรก หรือจะเอาหนี้แสนแรก อะไรคือสิ่งที่อยากได้กว่ากัน เป้าหมายคุณหนักแน่ขนาดไหน ทุกวันนี้ผมใช้ lumia 620 ราคา 8000 บาท โดยผมล็อคเอาไว้เลยว่าถ้าตราบใดที่มือถือเครื่องนี้ยังไม่ครบ 3 ปี หรือยังไม่พังจนใช้การไม่ได้ ผมจะไม่เปลี่ยนเด็ดขาด…!!! ถามว่าอยากได้มือถือใหม่มั้ย…?!? ขอบอกครับว่าอยากได้มาก ผมเห็น Nexus 5 แ้ล้วน้ำลายไหลเลย ยังมี Imac ที่ผมอยากได้อีก แต่ผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะไม่ฟุ่มเฟือยจนกว่าจะอยู่ในสถานะที่ฟุ่มเฟือยได้เด็ดขาด คุณต้องหนักแน่นกับตัวเอง การมีเงินไว้กอดเล่นแสนแรกกับการเป็นหนี้แสนแรก อันหลังมันง่ายกว่าเยอะ (ไว้ผมรวยจนฟุ่มเฟือยได้ ผมจะซื้อ imac แมร่ง 10 เครื่องเลย…)

4. คำนวนระยะเวลา ข้อนี้อาจจะทำให้หลายๆคนท้อได้ เพราะข้อนี้คือข้อที่คุณต้องนั่งพยากรณ์อนาคตตัวเอง ว่าคุณจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการเก็บเงินให้ได้แสนแรก แน่นอนว่าถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน อันนี้หมูเลยที่จะคำนวน สมมุติคุณเงินเดือน 20,000 บาท และหักออม 10% จากรายได้คือเดือนละ 2,000 บาท แสดงว่าถ้าคุณอยากมีแสนแรก คุณจะต้องใช้เวลา ราวๆ 40-50 เดือน (แปรผลันตามเงินเดือนและโบนัส) ในการทำมันให้เป็นจริง คำถามคือคุณยอมรับได้หรือเปล่าที่จะใช้เวลาตามที่คำนวน ถ้ายอมรับได้ก็ลุย แต่ถ้าคุณยอมรับไม่ได้ ก็มีสองวิธีให้คุณเลือก คือหารายได้เสริม หรืออดออมให้มากยิ่งขึ้น…!!! แน่นอน ถ้าคุณทำทั้งสองอย่าง โอกาสได้เงินแสนแรกมากอดยิ่งเร็วขึ้น เช่นถ้าคุณทำงานกินเงินเดือนเดือนละ 20,000 และมีรายได้จากอาชีพเสริมแค่เดือนละ 10,000 พอ ความฝันคุณก็เป็นจริงเร็วกว่าเดิมหลายเท่าแล้ว…!!!

5. เฝ้ารอวันที่บัญชีของเรามีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ ข้อนี้สำคัญมาก ทุกๆครั้งที่เราพยายามทำ อดทนอดกลั้น รอคอยให้ยอดเงินในบัญชีกองทุนแสนแรกไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เวลาที่ตัวเลขมันมากขึ้น คุณจะยิ่งรู้สึกเหมือนว่าตนเองเป็นนักร้องดังที่กำลังจะได้ขึ้นคอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต และเมื่อคุณทำสำเร็จ ความรู้สึกของคุณจะเหมือนพี่ตูน บอดี้สแลม ตอนขึ้นเวทีแล้วมีแสง สี เสียงกรี๊ดๆๆๆ สาดโครมเข้ามาทีเดียวเลย คุณจะภูมิใจในความสำเร็จที่คุณตั้งเป้าเอาไว้ คุณจะเคารพตัวเองที่สามารถทำความปรารถนาของตัวเองให้เป็นจริงได้ คุณจะทึ่งในความมหัศจรรย์ของคุณเอง และผมเชื่อว่าคุณจะ Happy และมีความสุขโครตๆ รวมไปถึงมีอุปนิสัยที่จะบริหารตัวเองในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยมแน่นอน ทุกวันนี้ผมแบ่งเงินออกเป็น 4 ส่วน คือเงินออม เงินลงทุน เงินค่าใช้จ่าย และเงินบำรุงบำเรอชีวิตตัวเอง คุณก็ควรจะลองทำแบบผมบ้างนะ ลองให้เงินเดือนตัวเอง วางวินัยการเงิน และลงมือสร้างกองทุนแสนแรกให้เป็นจริงซะที : ) เงินแสนไม่ได้เรื่องยากหรอก เมื่อคุณได้แสนแล้ว ก็จะเป้าหมายเป็นแสนที่สอง หรือเป็นล้านแรกก็ได้…!!! ตามใจคุณเลย

อย่าลืมนะครับ บทความนี้คงเป็นเรื่องขำๆสำหรับคนที่มีเงินเก็บเลยแสนแรกมาแล้ว แต่บทความนี้ไม่ใช่เรื่องขำๆของคนที่อยากได้แต่ยังไม่ได้แน่นอน บนโลกนี้มีคนอีกเยอะที่ยังหาเช้ากินค่ำ ยังบริหารเงินให้เหลือหลักแสนไม่ได้ ผมเจอมาเยอะมาก บางคน 50-60 แล้วยังไม่มีเงินเลย และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะทำได้ด้วย ผมขอยืนยันนอนยันจากประสบการณ์ตัวเอง ว่าความรวยคือนิสัย ไม่ใช่โชคชะตา คนส่วนใหญ่รอที่จะรวย แต่คนรวยเขาไม่เคยรีรอ อย่าพึ่งรีบฟุ่มเฟือยถ้าคุณยังไม่รวย ไว้รอให้รวยมีรายได้เข้ามาเยอะๆก่อนค่อยฟุ่มเฟือยก็ได้ คนจนอยากรวยเพราะจะได้ฟุ่มเฟือย ส่วนคนรวยเขาไม่ฟุ่มเฟือยเขาถึงได้รวยไง ถ้าคุณบริหารเงินหมื่นให้เหลือไม่ได้ คุณก็บริหารเงินล้านให้เหลือไม่ได้ คนที่ไม่รู้วิธีหาเงินล้าน ก็คือคนที่รักษาเงินล้านไม่ได้เช่นกัน ถึงผมเป็นหมอดู แต่ผมรู้ดีว่าผมไม่มีทางได้เงินแสนเงินล้านจากฟากฟ้าแน่นอน ผมเห็นมาเยอะแล้วคนที่อยากรวยแต่ไม่ลงมือทำเขามีผลลัพธ์บั้นปลายเป็นยังไง… คุณก็เหมือนกัน ถ้าคุณที่ยังไม่เคยกอดเงินแสนแรกซักครั้งในชีวิตปฏิบัติตาม 5 ข้อนี้ เงินแสนจะต้องอยู่ในมือคุณอย่างแน่นอน : ) จะรอหรือจะลุย ตัดสินใจเลย…!!! ได้แสนแล้วอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

สู้ๆ

วิชญ์…"

http://www.vittarot.com/

ขอบคุณเจ้าของบทความที่เขียนให้เราได้อ่านกันด้วยครับ เป็นบทความที่ดีมากๆ

โดย ฮวกน้อย

 

กลับไปที่ www.oknation.net