วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นางยูเลีย ทิโมเชนโก อดีตนายกฯหญิงแห่งยูเครน VS ยิ่งลักษณ์ ตกเป็นข่าวต่างชาติ


สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักชาติ รักแผ่นดิน

         มีอยู่หลายต่อหลายประเทศในปัจุบันมีนายกรัฐมนตรีหญิง ทั้งปัจจุบันและอดีต แล้วยังมีนักการเมืองหญิงอีก

หลายประเทศเช่นกันที่ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย

        "ยูเลีย ทิโมเชนโก" อดีตนายกรัฐมนตรียูเครนที่ก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยจะได้รู้จักเธอมากนัก เนื่องจากประเทศ

ไทยของเรานี้ นอกจะอยู่ห่างกันในทางภูมิศาสตร์แล้ว เรากับยูเครนก็ไม่ค่อยจะมีความสัมพันธ์ต่อกันมากนักอีกด้วย

         แต่ในแง่ที่ทั้งสองประเทศก็มีนายกรัฐมนตรีหญิงคล้ายกัน จึงทำให้คนไทยต้องการเปรียบเทียบด้านความ

สามารถในการทำงานของผู้หญิงที่มีตำแหน่งสูงสุดของประเทศ ซึ่งสำหรับคราวนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ ก็นำเอาเรื่องราว

ของ นางยูเลีย ทีโมเซนโก อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านมาแนะนำให้เราได้รู้จัก แล้วเราจะได้นำ

เอาข้อมูลของเธอ มาเปรียบเทียบกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรของเราต่อไป.

        

        

 

เดลินิวส์

 

รู้จัก "ยูเลีย ทิโมเชนโก" ดอกไม้เหล็กแห่งยูเครน

**

 

ทำความรู้จักกับนางยูเลีย ทิโมเชนโก อดีตนายกฯหญิงแห่งยูเครน และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านคนปัจจุบัน ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงเปรียบเสมือน "หนามยอกอก" ของประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช

วันเสาร์ 22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 12:11 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ว่าอดีตนายกรัฐมนตรียูเลีย ทิโมเชนโก แห่งยูเครน ได้รับการยกย่องจากทั้งในและต่างประเทศ ให้เป็นนักการเมืองหญิงจากประเทศอดีตสหภาพโซเวียตที่ทรงอิทธิพลที่สุด แต่กระนั้น ในสายตาของประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช การกล่าวถึงหญิงวัย 52 ปีผู้นี้ ถือเป็นหนามยอกอกที่ทิ่มแทงใจรุนแรงยิ่งนัก

รัฐสภายูเครนผ่านร่างกฎหมายบางมาตราเมื่อวันศุกร์ อันเป็นผลจากการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างยานูโควิชกับแกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งหนึ่งในมาตราที่ผ่านการพิจารณาเปิดทางสู่การปล่อยตัวทิโมเชนโกออกจากเรือนจำ บุคคลซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางการเมือง ที่สะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งแยกระหว่างแนวคิดฝักใฝ่ยุโรปกับฝักใฝ่รัสเซีย ซึ่งฝ่ายสนับสนุนเธอและกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตกมองว่า คือ "บทลงโทษ" จากยานูโควิชต่อหญิงที่หาญกล้าท้าทายอำนาจของเขา

ในสายตาของฝ่ายต่อต้าน ทิโมเชนโกเป็นเพียงหญิงผมทองรูปร่างแบบาง ที่มีเอกลักษณ์จากการถักเปียพันรอบศีรษะคล้ายมงกุฎ และมาจากครอบครัวมีฐานะ ทั้งที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังต้องประกอบอาชีพใช้แรงงานเท่านั้น ขณะที่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและสนับสนุน เธอคือ "สตรีเหล็ก" "ดอกไม้เหล็ก" หรือ "มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ แห่งยูเครน" เนื่องจากเป็นผู้นำการ "ปฏิวัติสีส้ม" เมื่อปี 2547

การปฏิวัติสีส้ม คือการชุมนุมคัดค้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครนในเวลานั้นที่ยานูโควิชเป็นฝ่ายชนะ แต่ประชาชนจำนวนมากเชื่อว่ามีการทุจริตเป็นวงกว้าง ศาลสูงยูเครนตัดสินให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะและจัดการเลือกตั้งใหม่ ท่ามกลางการสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดของผู้แทนจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผลปรากฎว่า นายวิคเตอร์ ยูเชนโก เอาชนะยานูโควิชไปเพียง 4% เท่านั้น

หลังยูเชนโกหมดวาระ ทิโมเชนโก ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยของยูเชนโก ท้ายานูโควิชลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีแข่งกับเธอ ทั้งคู่เข้าถึงรอบชิงดำตามความคาดหมาย ผลปรากฎว่า ยานูโควิชเอาชนะเธอได้ด้วยคะแนนที่เหนือกว่าเพียง 3.5% หลังจากนั้นคดีความมากมายถาโถมเข้าใส่ทิโมเชนโก จนเธอถูกจับกุมเมื่อเดือนส.ค. 2554 และถูกตัดสินให้รับโทษจำคุก 7 ปี ฐานใช้อำนาจในทางมิชอบ ลงนามในข้อตกลงก๊าซธรรมชาติกับรัสเซีย

ทิโมเชนโกมีแนวคิดทางการเมืองที่เอนเอียงไปทางตะวันตก ดังนั้น การที่ยานูโควิชปฏิเสธการลงนามในข้อตกลงทางการค้ากับสหภาพยุโรป ( อียู ) เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ปีที่แล้ว เธอซึ่งยังคงมีสถานเป็นหัวหน้าพรรคปิตุภูมิ พรรคนำฝ่ายค้านปัจจุบัน จึงออกแถลงการณ์จากในเรือนจำ ปลุกระดมประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมต่อต้าน แน่นอนว่าพรรคของเธอต้องเป็นแกนนำ

สถานการณ์ล่าสุดเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านลงนามในข้อตกลงสันติภาพร่วมกัน ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ภายในสิ้นปีนี้ และสามารถนำไปสู่การมอบอิสรภาพให้ทิโมเชนโกด้วย แต่ผู้สันทัดกรณีมองว่า การปล่อยตัวศัตรูทางการเมืองคนสำคัญของยานูโควิชอาจไม่ใช่ "เรื่องง่าย" อย่างที่คิด
 
.............................


สื่อต่างชาติตีข่าว"ยิ่งลักษณ์" ปฏิเสธทุจริตจำนำข้าว

**

ซีเอ็นเอ็น-บีบีซีพร้อมใจเสนอข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาของคณะกรรมการตรวจสอบด้านการคอร์รัปชั่น ที่ระบุว่าเธอพัวพันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว

วันศุกร์ 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 13:30 น.สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นและบีบีซีประจำประเทศไทยรายงานเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้นำหญิงของไทย ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ปฏิเสธผลการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ที่ระบุว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่สำนักงานของป.ป.ช.ในวันที่ 27 ก.พ. นี้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันว่า เธอไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่แม้จะถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ซึ่งอาจถึงขั้นทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล เธอยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับป.ป.ช.อย่างเต็มที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่นว่า โครงการรับจำนำข้าวที่เริ่มใช้เมื่อปี 2554 เป็นนโยบายที่ดีและมอบผลประโยชน์ให้กับชาวนา

อย่างไรก็ตาม ชาวนาจำนวนมากไม่คิดเช่นนั้นอีกต่อไป รายงานล่าสุดระบุว่า ชาวนากว่า 3,000 คน เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ด้วยความโกรธแค้นที่ไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวตามกำหนดที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้ เดิมทีมีแนวโน้มว่ากลุ่มชาวนาอาจยกระดับการชุมนุมด้วยการปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อรัฐบาลสัญญาจะจ่ายเงินให้ภายใน 1 สัปดาห์ จึงยอมเคลื่อนพลกลับก่อน

...................................................

สองฝ่ายยูเครนลงนามข้อตกลงยุติวิกฤตการเมือง

**

 


 
สองฝ่ายยูเครนลงนามข้อตกลงยุติวิกฤตการเมือง?


รัฐบาลและฝ่ายค้านยูเครนร่วมลงนามในข้อตกลงยุติวิกฤตรุนแรงทางการเมือง ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีก่อนกำหนดภายในสิ้นปีนี้

วันเสาร์ 22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 08:10 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ว่าประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ผู้นำยูเครน ลงนามในข้อตกลงยุติวิกฤตการเมืองในประเทศครั้งร้ายแรง ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ร่วมกับแกนนำฝ่ายค้าน 3 คน หนึ่งในนั้นคือนายวิทาลี คลิท์ชโก อดีตแชมป์มวยโลกรุ่นเฮฟวีเวทชื่อดัง

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net