วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พ่อกับแม่อยากบอกลูกเค้กกับลูกเคนว่าคิดถึงหนูทั้ง 2 คนมาก


คิดถึงลูก คิดถึงวันเก่าๆที่เคยอยู่ร่วมกันมา

ขอให้ลูกเค้กกับลูกเคนเป็นศพสุดท้ายในประเทศไทย

 

จากเหตุการณ์คนร้ายยิง เอ็ม 79 บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ใกล้เวทีราชประสงค์ของ กปปส.เมื่อวันที่ 23 กพ.ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากและมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 คน ซึ่ง 2 ใน 3 เป็นพี่น้องกัน คือด.ช.กรวิชญ์ ยศอุบล อายุ 4 ปี หรือน้องเคน เสียชีวิตจากที่เกิดเหตุแล้วจากเนื้อสมองฉีกขาด และตกเลือดในช่องท้อง และ ด.ญ.พัชรากร ยศอุบล อายุ 6 ปี หรือน้องเค้ก พี่สาวน้องเคน เสียชีวิตจากสมองช่ำและตับแตกได้รับการักษาโดยการผ่าตัด และเสียชีวิตในเช้ามืด เวลา 6.25 น.วันที่ 24 ก.พ.และที่ยังรักษาตัวอยู่มี. ด.ช.โยธิน ชะเอมรัมย์ อายุ 9 ปี หรือน้องฟลุ๊ก เป็นลูกพี่ลูกน้องกับน้องเค้กและน้องเคน มีอาการหมดสติ จากสมองบวมและปอดช้ำจากแรงอัดของระเบิด ได้รับการดูแลในห้องไอซียูต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเตรียมผ่าตัดสมอง ร่างกายส่งสัญญาณดีขึ้นขยับมือเท้าได้

นายทยากร ยศอุบล อายุ 36 ปี และนางนพวรรณ อายุ 40 ปี พ่อแม่ของน้องเค้กและน้องเคน อยู่ในอาการสูญเสียร่ำไห้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เป็นแม่ถึงกับกอดผ้าห่มของลูกเอามาแนบอกไว้ตลอดเวลา และระหว่างรอรับศพลูกทั้ง 2 คนที่รพ.รามานายทยากรและนางนพวรรณ ได้กอดคอพร้อมทั้งร้องไห้เป็นที่น่าเวทนากับผู้คนจำนวนมาก โดยนางนพวรรณร้องไห้ฟูมฟรายพร้อมทั้งบอกว่าเอาลูกคืนมา เอาลูกคืนมาตลอดเวลา

นายทยากรกล่าวด้วยความเสียใจว่าตนและภรรยา พร้อมครอบครัวเสียใจมากกับต้องมาสูญเสียลูกทั้งสองคนที่ยังบริสุทธิ์ไร้เดียงสาอยู่ และยังทำใจไม่ได้ ตนยังไม่รู้เลยว่าต้องรักษาแผลใจอีกนานเท่าไรถึงจะหาย ทางหมอก็ปลอบใจว่าให้ตนยอมรับและให้อยู่กับความเป็นจริง เมื่อรู้ว่าสูญเสียน้องเคนไปแล้วก็รู้สึกเสียใจอยู่แล้ว แต่เมื่อเมื่อต้องมาเสียลูกสาวน้องเค้กอีกคนก็เสียใจหนักมากขึ้นไปอีก ตนกระซิบข้างหูลูกขอให้หลับให้สบายถ้ามีบุญจริงให้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันอีก

“ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ตอนนี้ผมกับแฟนก็เหมือนคนป่วยแฟนก็ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ญาติก็ร้องไห้พูดคุยกันไม่ได้มีแต่ร้องไห้เพราะไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินต่อยังไงกินข้าวก็กินไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ ห่วงลูกรู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรจะเจ็บแค่ไหน” นายทยากร กล่าว

พ่อผู้สูญเสียยังกล่าวด้วยว่าที่ผ่านมาดูแต่ข่าวเจอแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นกับคนอื่น ซึ่งตนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น จนกระทั่งมาเกิดกับครอบครัวตัวเองและต้องสูญเสียลูกถึง 2 คนจนยากที่จะทำใจและไม่รู้ว่าจะสภาพจิตใจตนกับภรรยาจะขึ้นมาเมื่อไหร่

“ช่วงที่ผมกลับไปห้องพักเคยอยู่กับแฟนกับลูกทั้ง 2 คนแม้ว่าเป็นห้องเช่าเล็กๆเป็นอพาร์ทเมนท์พักเช่าเดือนละ 3000-4000 บาท แต่ครอบครวเราก็อยู่อย่างมีความสุขกับลูกทั้ง 2 คนที่น่รัก เพราะได้อยู่กันพร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก แต่ตอนนี้เวลากลับไปห้องพักก็หใคิดถึงลูกไม่ได้ เห็นภาพเก่าๆ ลูกทั้งสองเรียนที่ ร.ร.พร้อมพันธ์ วิทยา ย่านประชาสงเคราะห์น้องเค้กเรียนอนุบาล 2 ส่วนน้องเคน เรียนอนุบาล 1 ในห้องเล็กๆก็จะเห็นลูกเล่นคอมพิวเตอร์ ลูกชายคนเล็กก็จะเปิดยูทูบดูทหารสวนสนามโตมาลูกเคนบอกว่าอยากเป็นทหารส่วนลูกสาวขอบเต้นรำ ร้องเพลง ตอนนี้ไม่มีลูกอยู่แล้ว”นายทยกร บอก

 

นายทยากร บอกด้วยว่าครอบครัวตนเป็นครอบครัวหาเช้ากิ่นค่ำพักอาศัยอยู่อพาร์ทเมนท์ห้องแคบๆแต่ก็มีความสุขตามประสาครอบครัว ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพค้าขายเสื้อผ้ากับน้องชายที่ตลาดย่านห้างสรรพสินค้าจัสโก้ ย่านรัชดา หลังจากนั้นเศรษฐกิจไม่ดีเสื้อผ้าขายไม่ได้ก็เลยหันมาทำงานรับจ้างขับรถให้เจ้านายและทำงานอื่นๆ

“เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป อยากจัดงานศพให้ลูกเรียบร้อยเสียก่อน และไม่รู้ว่าใครจะออกมารับผิดชอบ และก็ไม่ก็ไม่ว่ารู้จะไปโทษโครเพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น ก็อยากให้ตำรวจติดตามจับคนร้ายมาดำเนินคดี และอยากให้ลูกสาวลูกชายของผมเป็นศพสุดท้ายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย” นายทยากร กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่นางนารีรัตน์ ชัยรัตน์ แม่ของน้องฟลุ๊ก และเป็นน้าของน้องเค้กและน้องเคน กล่าวด้วยความเสียใจว่าตนเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุให้หลานทั้งสองเสียชีวิต และลูกตัวเองก็ยังมีอาการสาหัส ซึ่งน้องฟลุ๊กเป็นลูกคนที่สองของตนในจำนวนลูกสามคน และเรียนอยู่ประถมศึกษา ปีที่ 3 ร.ร.วัดเฉลิมพระเกียรติ ย่านบางใหญ่ เหตุการณ์ร้ายนี้ตนขอให้อยากเป็นแค่ความฝันร้ายไม่ใช้เรื่องจริง อย่างให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตนมากว่าทำไม่ต้องมาเกิดกับลูกหลานของตนด้วย ซึ่งวันเกิดเหตุตนกับน้องฟลุ๊กเดินทางมาจากบ้านที่ย่านบางใหญ่ แล้วมารับน้องเค้กกับน้องเคนที่บ้านย่านห้วยขวาง ไปกินข้าวที่ห้างบิ๊กซี ราชประสงค์ หลังรับประทานข้าวเสร็จตนก็ไปเดินเลือกซื้อนาฬิกาให้หลานทั้งสอง แต่ลูกตนไม่เอา จากนั้นก็พาทั้งลูกและหลานมานั่งที่รถตุ๊กตุ๊ก เพื่อเดินทางกลับบ้านไปส่งหลานที่ย่านห้วยขวาง ขณะที่ตนยืนอยู่ข้างรถตุ๊กตุ๊กได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสามถูกระเบิดก็เรียกให้คนช่วยเหลือนำส่ง รพ.รามาธิบดี ตนถูกสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยที่ขาทั้งสองบาดเจ็บไม่มากหมอให้กลับบ้านได้

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่สะเทือนใจยิ่งนักกับการสูญเสียของครอบครัว”ยศอุบล”และก็ไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาอีกหรือไม่ ตราษใดที่เกมการเมืองยังเอาประชาชนมาเป็นเหยื่อ

                                                      //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

โดย อ๊อดสารคาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net