วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....น่าน(5)...@พบบล็อกเกอร์โอเคเนชั่นที่ชายแดนลาวห้วยโก๋น.....


.

.

จันทร์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๗  นับเป็นวันที่ ๔ ที่ผมและแม่มะยงอยู่ที่จังหวัดน่าน

วันนี้  เรามีกำหนดเดินทางกลับบางพลี  แต่จะเดินทางโดยรถทัวร์ที่ออกจากปัวเที่ยวเย็น

ผมจึงมีเวลาอีกเกือบ ๑๐ ชั่วโมง  พอที่จะท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดน่านที่ยังไม่เคยไปได้อีกไกลโข

เราจึงมุ่งเป้าหมายไปที่ ชายแดนห้วยโก๋น - เมืองเงิน  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ  อันเป็นชายแดนที่ติดต่อกับประเทศลาว

.

.

นิสัยตื่นเช้าสำหรับชายผู้สูงวัย  ยังคงติดตัวอยู่เสมอ  

เดินออกมาจากบ้าน ก็ได้เห็นหมอกขาวอ้อยอิ่งปกคลุมไร่ข้าวโพดเป็นบริเวณกว้าง

เหมือนภาพในจินตนาการที่สวยสดงดงาม  

ธรรมชาติไม่เคยหลอกลวงใคร  มอบให้แต่ความจริงใจและความสดชื่น

.

.

 .

.

http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer/2013/05/26/entry-1

.

ยามเช้าที่เมืองปัววันนั้น   ผมเห็นนกบินออกหาหนอนตัวใหญ่  

โอว์.. "เจ้าฮัมมิ่งเบิร์ด" ..เมืองไทย...

นกตัวนี้  คุณชาลี กูรูนกแห่งโอเคเนชั่น บอกผมว่า  เป็น "นกกินปลีอกเหลืองตัวเมีย" ครับ

เธอใช้จะงอยปากอันยาวโค้ง จิกคาบหนอนไปฝากลูกน้อยซึ่งรอกินอาหารเช้าอยู่ที่รัง

แม้ผมจะไม่ใช่นักดูนกที่ได้เรื่องได้ราว  แต่บรรยากาศรอบ ๆ ตัวที่ได้พบเห็น  ทำให้ผมมีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูกครับ

.

.

.

ก่อนเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดน่านวันสุดท้ายนี้  ผมหยิบแผนที่เมืองน่านมาดูคร่าว ๆ อีกครั้ง

ผมอยู่ที่อำเภอปัว ใกล้ ๆ กับวัดต้นแหลง  ในแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080

เราจะเดินทางขึ้นไปทางเหนือ  ผ่านอำเภอเชียงกลางซึ่งเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดของจังหวัดน่าน  สู่อำเภอทุ่งช้าง

ตัดเข้าอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  และไปที่ด่านห้วยโก๋น - น้ำเงิน ชายแดนลาว

.

.

ถนนหนทางในจังหวัดน่าน  สวยงามทุกสาย  มองแล้วเพลิดเพลินตา  ไม่น่าเบื่อหน่ายเลยครับ

.

.

"อนุสรณีย์วีรกรรมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทุ่งช้าง"

"อนุสรณีย์" คำนี้ผมไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก แต่ผมเชื่อว่า ท่านคงจะแปลได้ว่าหมายความถึงสิ่งใด

 เป็นอนุสรณีย์สถาน พลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยในเขตจังหวัดน่านจากภัยคอมมิวนิสต์

.

.

ครั้งแรกครับที่เราได้มาที่นี่  ผมใช้เวลาอยู่ที่อนุสรณีย์แห่งนี้นานพอสมควร

.

.

จากตัวอำเภอทุ่งช้าง  ผมได้สัมผัสกับทะเลภูเขาอีกครั้ง

หลานชายซึ่งเป็นคนนำทางและขับรถพาผมเที่ยววันนี้   ขับรถช้า ๆ ด้วยความระมัดระวัง

เปิดโอกาสให้ผมได้กดชัตเตอร์ถ่ายวิวทิวทัศน์สองข้างทางไปเรื่อย ๆ 

.

.

บนเส้นทางเล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวไปตามทิวเขา  ผมตื่นตาตื่นใจกับรถบรรทุกคันใหญ่ที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ อยู่เบื้องหน้า

.

.

รถบรรทุกขนาดใหญ่  ที่มีสัมภาระอันหนักอึ้ง  มีล้อมากมายจนผมนับไม่ทันครับว่ามีกี่ล้อ

อุปกรณ์ที่ขนไปนั้น  เป็นชิ้นส่วนเพื่อไปสร้างโรงไฟฟ้าหงสา  โรงไฟฟ้าลิกไนต์แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในลาว

มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,878 เมกะวัตต์   

เหมืองแร่และโรงไฟฟ้าลิกไนต์หงสาตั้งอยู่ที่เมืองหงสา จังหวัดไชยบุรี ประเทศลาว

ห่างจากใจกลางเมืองหงสาประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนไทย ที่จังหวัดน่านเพียง 30 กิโลเมตรเท่านั้น

http://www.greenpeace.org/seasia/th/campaigns/climate-and-energy/coal/true-cost-of-coal/coal-map/coal_lao/

.

.

(ภาพจากเวปไซด์เดลินิวส์)

.

.

.

ตลอดเส้นทาง  ผมได้เห็นรถขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก  ทุกคันมุ่งไปสู่ด่านห้วยโก๋นที่ผมกำลังจะเดินทางไปนั่นเอง

http://www.oknation.net/blog/area/2012/11/05/entry-2

http://www.oknation.net/blog/area/2013/01/29/entry-1

.

.

ยิ่งใกล้จุดผ่านแดนห้วยโก๋น  ผมยิ่งมีความรู้สึกตื่นเต้น

.

.

ถึงด่านห้วยโก๋น  ผมได้พบกับความเงียบเหงาเล็กน้อย  เพราะวันนี้เป็นวันจันทร์

หลาน ๆ ให้ข้อมูลว่า  ความคึกคักที่ด่านห้วยโก๋นจะมีในวันเสาร์อาทิตย์  มีการจำหน่ายสินค้ามากมาย

และมีผู้คนเดินทางมาซื้อหาสินค้าเป็นจำนวนมาก

.

.

ป้ายบอกระยะทางแผ่นนี้  ชัดเจนดีครับ  ไปหลวงพระบางเพียง ๑๕๒ กิโลเมตรเท่านั้น  

ผมสนใจที่จะไปหลวงพระบางตามเส้นทางนี้  แต่จะให้เดินทางไปกับแม่มะยงเพียง ๒ คน  คงจะไม่กล้าแน่ ๆ 

.

.

พี่น้องชาวลาว  เดินทางผ่านด่านเข้ามา  เข้ามาทำไม? จะไปไหน?  ผมไม่ทราบครับ

.

.

รถบรรทุกคันใหญ่ ๆ ที่จะไปเมืองหงสา  เมื่อตรวจเอกสารผ่านแดนเรียบร้อย  ก็วิ่งฉิวออกไปเบื้องหน้าทันที

.

.

แม่มะยงกระซิบกับผมว่า  "อยากออกเดินทางไปต่างประเทศบ้าง  จะทำยังไงดี?"

.

.

แล้วแม่มะยง  ก็เดินเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านหนึ่งซึ่งยืนหันรีหันขวางอยู่ที่หน้าด่าน

เจ้าหน้าที่ท่านนั้นให้คำแนะนำว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

ในเวลาเดียวกัน  มีเสียงผู้หญิงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ถามขึ้นว่า "คุณมะยงใช่ไหมค่ะ?"

อะไรกันนี่  มาถึงชายแดนจังหวัดน่านอันไกลโพ้น  ยังมีคนรู้จักอีก...?

.

.

"คุณน้อย  คมยส"  แม่เลี้ยงสาวสวยแห่งอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่นั่นเอง

คุณน้อย  เป็นบล็อกเกอร์โอเคเนชั่น  ใช้ชื่อว่า "คุณแม่ยังสาว"  เรารู้จักกันในโลกไซเบอร์ แล้วรู้จักตัวเป็น ๆ ด้วยกัน

รวมไปถึงการติดต่อประสานงานพูดคุยด้วยกันเสมอ ๆ 

.

.

ดีใจมากครับ  ที่ได้เจอคุณน้อย

คุณน้อย  เป็นชาวน่าน  มีบ้านเกิดอยู่ที่อำเภอเชียงกลาง  แต่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่แม่ริม  ประกอบกิจการส่วนตัว

ที่สำคัญ  วันนี้  คุณน้อยมีความสุขกับการได้เป็นคุณแม่ของน้องเพชร  นักกีฬาจักรยานวิบากทีมชาติไทย  ที่มีผลงานมากมาย

.

.

มิตรไมตรีของชาวบล็อกเกอร์โอเคเนชั่น  มีมาเป็นเวลานานแสนนาน

เราเริ่มต้นรู้จักกันด้วยตัวอักษร

เมื่อได้สัมผัสความรู้สึกที่ดีต่อกัน  และได้พบกัน  ความรัก ความจริงใจ ความอบอุ่นที่เรามีให้กัน  ช่างมากมายจริง ๆ 

ท่านที่เป็นบล็อกเกอร์โอเคเนชั่น  และเคยสัมผัสอารมณ์เช่นนี้  คงจะมีคำตอบให้กับตนเองได้นะครับ

.

.

เมื่อได้เจอคุณน้อยที่ด่านห้วยโก๋น  ถือเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่แล้วครับ  

เรื่องการจะเดินทางต่อเข้าไปในประเทศลาว  จึงถูกยกเลิกไปก่อน

เราจึงนั่งรถไปหาอาหารกลางวันทานกันที่ตัวอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

.

.

.

เวลายังพอมีอีกเล็กน้อย  แต่ผมอยากจะไปต่อที่ภูพยัคฆ์ครับ

จากบ้านห้วยโก๋นตรงไปไม่นาน เราผ่านที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ      

เจอสามแยก  หากเลี้ยวช้ายจะไปตลาดนัดชายแดนได้อีกทาง  ส่วนเลี้ยวขวาจะไปบ้านน้ำรี ภูพยัคฆ์  

เราเลี้ยวขวา   ผ่านบ้านห้วยทรายขาว และบ้านกิ่วจันทร์ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวลัวะ  

เลยบ้านกิ่วจันทร์ไปไม่นานเจอสามแยก  เราเลี้ยวซ้ายไปบ้านน้ำรี และภูพยัคฆ์  

ถนนผ่านบ้านน้ำช้าง ไปบ้านน้ำรีรวมระยะทาง17 กม.จากสามแยก

.

.

เส้นทางสุดท้ายก่อนถึงบ้านน้ำรี  เราเจอเส้นทางที่คดเคี้ยวลาดชัน  แม่มะยงเริ่มแสดงอาการหงุดหงิดซะแล้ว

.

.

เมื่อดั้นด้นไปถึงบ้านน้ำรี สอบถามเส้นทางจากชาวบ้านแล้ว ทราบว่าเส้นทางสู่อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์จะเลยขึ้นดอยไปอีก กม.

ถอดใจเลยครับ  หันกลับดีกว่า  ไว้มีโอกาสจะมาใหม่อีกครั้ง

.

.

แปลงนาผืนน้อย ๆ สายน้ำที่ใสแจ๋วในลำธารเล็ก ๆ 

.

.

ถนนสายเล็ก ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในผืนป่าบนภูเขาสูง

.

นั่นคือ "เสน่ห์เมืองน่าน" ที่ผู้ชื่นชมธรรมชาติต่างแสวงหา

ก่อนหน้านี้  ผมยังมีความรู้สึกว่า  การเดินทางไปเมืองน่านน่าจะยากลำบาก

แต่การเดินทางทริปนี้  ล้างความรู้สึกนั้นออกไปจนหมดสิ้น

ผมรู้เพียงว่า  การจะไปสัมผัสสิ่งดี ๆ ที่เมืองน่าน  ไม่ยากลำบากอะไรเลยครับ

.

.

วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน  บ้านเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองซุกซ่อนในหุบเขา  อาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์

เมืองน่านน่าเที่ยว  น่าพักพิงเป็นอย่างยิ่ง

.

.

.

เย็นมากแล้ว  ผมและแม่มะยงขึ้นรถทัวร์จากปัว  มุ่งสู่ กทม.

ที่ท่ารถ บขส.น่าน  ผมได้เจอกับ "น้องกุล" น้องสาวอีกคนหนึ่งซึ่งเคยรับราชการด้วยกันกับผมที่เขตคันนายาว กทม.

วันนี้ เธอโยกย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็น เกษตรอำเภอ ที่จังหวัดน่าน  เพื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว

"น้องกุล" หิ้วใส้อั่วที่สุดอร่อยของเมืองน่าน มาฝากผมและแม่มะยง ๑ ถุง

.

.

ลาที...ใช่ลาก่อน...นะเมืองน่าน...

น่าน...เมืองเก่าที่มีชีวิตชีวา...

.

##

.

นับตั้งแต่วันนั้นมา  หลับตาลงใจยังคงคิดถึงน่าน

ในคืนที่มีเพียงเธอกับฉัน  ร่วมทอฝันไกลแสนไกล

นับตั้งแต่บัดนี้ไป  ไม่เหลือใจปันให้ใครได้ทั้งนั้น

ในใจนี้มีเพียงเธอตลอดกาล คิดถึงน่านคิดถึงเธอ

.

ที่ฉันเอ่ยคำนั้นมา  คือวาจามาจากใจใช่เพ้อเจ้อ

คำเดียวที่มีความหมายกับเธอ  และกับฉันตลอดไป

ตราบชั่วฟ้าดินสลาย  จำฉันไว้อยู่เคียงข้างเธอเสมอ

เฝ้าคำนึงถึงแต่น่านถึงแต่เธอ  ใฝ่ละเมอเพ้อรำพัน

.

น่านนี้มีมนต์ตรา  นำเรามาใกล้ชิดกัน

ณ ดินแดนดุจสรวงสวรรค์  ฉันเรียกขานน่านว่าบ้าน

น่านฟ้า..คือเรือนทาน  ยามได้มาหัวใจเบิกบาน

ฉันคนนี้คิดถึงบ้าน  คิดถึงน่าน คิดถึงเธอ..

ฉันคนนี้รักเมืองน่าน  ฉันรักน่าน ฉันรักเธอ...

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net