วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผบ.ตร.รับหนังสือ กปปส. ด้วยตัวเอง เป็นลางดีต่อไปหรือเปล่า?


 สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักชาติ รักแผ่นดิน

         ข่าวที่สร้างความเซอ์ร์ไพร้ซ์ ต่อสายตาคนไทยวันนี้ก็ได้แก่ข่าวผบ.ตร. ลงมารับหนังสือจากตัวแทนกลุ่มผู้

ชุมนุม กปปส. คปท. กปท. ด้วยตนเอง หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นรถ

ปราศรัย และอ่านจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ที่11.00 น.โดยมีใจ

ความว่า ขอให้ตั้งคณะทำงานพิเศษสืบสวนดำเนินคดีกับคนร้ายที่ใช้อาวุธทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นเหตุให้เด็กที่ไม่มี

ส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุม เสียชีวิตไปถึง 4 คน

         หลังจากนั้น   นายสุเทพได้มอบหมายให้ ทีปสุวรรณ และ นางสาวจิตภัสนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายสกลธี

ภัทธิยกุล นางทยา ร์ กฤษฎากร ซึ่งไม่มีหมายจับ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือและกระเช้าดอกไม้ให้กับ ผบ.ตร.

         พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ได้ลงมา

รับหนังสือด้วยตนเองพร้อมพูดคุยกับแกนนำทั้ง 4 คน ยืนยันว่าตำรวจให้ความสำคัญทุกคดี ตำรวจจะสืบสวนดำเนิน

คดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทุกคดีอย่างเต็มที่ ทุกคดีมีความคืบหน้า และทำคดีอย่างโปร่งใสโดยมอบหมายให้ พล.ต

.อ. เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลทุกคดี และจะตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนมาดูแล

วันนี้ยังขอความร่วมมือแกนนำในการเข้าพื้นที่ หากมีเหตุความไม่สงบ เนื่องจาก ที่ผ่านมา ตำรวจเข้าพื้นที่ได้ลำบาก

ทำให้ไม่สามารถเก็บพยานหลักฐานได้ และเชื่อว่า หลังจากนี้ สถานการณ์ระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจจะดีขึ้น เข้าใจกัน

มากยิ่งขึ้นเพราะตำรวจทำงานอย่างมืออาชีพ

         
         จนกระทั่งต่อมาเวลา 13.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. แสดงความพอใจที่ผบ.ตร.ลงมารับหนังสือด้วยตนเอง

และพูดคุยทำความเข้าใจ และทยอยเคลื่อนขบวนกลับที่ตั้ง ณ เวทีการชุมนุมต่างๆด้วยความสงบ

         การที่ผบ.ตร.แสดงท่าทีอันดีมากๆดังกล่าวแล้วนี้ จะถือได้ว่าเป็นลางดีที่จะให้ความสงบของบ้าน

เมืองกลับสู่ปกติดังเดิมได้หรือไม่ ? โดยตำรวจจะมีบทบาทเป็นมืออาชีพที่แท้จริง มิใช่เป็นเครื่องมือของผู้

บงการให้ประเทศไทยเป็นรัฐตำรวจอีกต่อไป และจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ตำรวจน้ำดีทั้งหลายมาช่วยกัน

ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้พ้นๆไปเสียที ตำรวจจะได้ไม่ต้องเป็นข้าทาสของนักการเมืองอีกต่อไปแล้ว.

....................................

 

 

 

 

 

คม ชัด ลึก

'สุเทพ'บุก'สตช.'ทวงถามคืบหน้าคดี

**

"สุเทพ" นำมวลชนบุก "สตช." ส่งตัวแทนยื่นหนังสือ "ผบ.ตร." ตั้งคณะทำงานคลี่คลายคดีเด็กเสียชีวิต

 

          วันที่ 26 ก.พ.57  ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศที่เวทีการชุมนุมของกลุ่มกปปส. ปทุมวัน ว่าในช่วงเช้าประชาชนที่ประจำอยู่ในพื้นที่ต่างทยอยทำธุระส่วนตัว และรับประทานอาหารเช้า ก่อนที่จะแต่งตัวสวมเสื้อสีดำ ร่วมทำกิจกรรม ตามที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้นัดหมาย คือ การเดินขบวนไปยังหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อทวงถามถึงการเร่งรัดติดตามคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองช่วงที่ กปปส. ชุมนุมที่ผ่านมา ทั้งนี้แกนนำปทุมวัน ได้นำผ้าสามเหลี่ยมสีชมพูแจกให้กับประชาชน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงตน นอกจากนั้นแล้วได้มีเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เข้ามาทำความสะอาดพื้นที่การชุมนุมโดยรอบด้วย
    
          จากนั้นเวลา 09.20 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ปทุมวัน ได้ปราศรัยบนเวทีว่าขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ที่มีการแชร์บนโลกออนไลน์ว่ามีเหตุปะทะในจุดต่างๆ ของพื้นที่การชุมนุม ซึ่งตนยืนยันว่าช่วงดึกที่ผ่านมาไม่มีเหตุปะทะใดๆ เกิดขึ้น

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เมื่อเวลา 09.30 น.  กลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  หรือ กปปส. จากเวทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เวทีปทุมวัน เวทีอโศก เวทีสวนลุมพินี รวมถึงกลุ่มแนวร่วม นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์  เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดดำ  ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ.พระรามที่ 1  เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับวิญญาณผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตจากเหตุรุนแรง และเร่งหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ โดยจะยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้แต่งตั้งนายตำรวจที่เป็นคนดี มีคุณธรรม ไม่เลือกข้าง ไม่เอาตำรวจเสื้อแดงเข้ามาเป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่มวลมหาประชาชนถูกยิง และถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

          ทั้งนี้ แกนนำ ได้ปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกมาเจรจา ในการช่วยติดตามคดี เหตุระเบิด หาคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด ท่ามกลางเสียงนกหวีดที่ดังไปทั่ว บริเวณ

         ต่อมา ตัวแทน ผบ.ตร. ได้ออกมาหน้าประตู เพื่อเจรจากับแกนนำ กปปส. ก่อนจะเปิดประตูรั้วให้ผู้ชุมนุมเข้าไปด้านใน ขณะที่กองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้มีการใช้อาวุธ หรือขัดขืนการเข้าไปภายในพื้นที่แต่อย่างใด

          เมื่อเวลา เวลา 10.00 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหน้าสำนักงานตำรวกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. คปท. กปท. ได้เดินทางมายังจแห่งชาติถนนพระราม 1 โดยมีแกนนำ ประกอบด้าย นายจุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นางอัญชะลี ไพรีรัก นายอุทัย ยอดมณี แกนนำแต่ละคนก็ได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยโดยเนื้อหาหลักได้เรียกร้องให้ตำรวจเร่งรัดทำคดีโดยเฉพาะเหตุมีเด็กเสียชีวิต ที่จ.ตราด และราชประสงค์ ต่อมานายพุทธิพงศ์ ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเปิดประตูหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตำรวจอยู่ข้างประชาชน โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น จากนั้นชุดเจรจาได้มาพูดคุยกับแกนนำและเปิดประตูหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ได้เข้าไปด้านในแต่อย่างใด
    
          ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นรถปราศรัย และอ่านจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีใจความว่า ขอให้ตั้งคณะทำงานพิเศษสืบสวนดำเนินคดีกับคนร้ายที่ใช้อาวุธทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นเหตุให้เด็กที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุม เสียชีวิตไปถึง 4 คน คือเหตุที่คนร้ายใช้อาวุธและระเบิดสังหารหมู่ที่เวทีกปปส.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา และเหตุที่คนร้ายก่อเหตุหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ เรียกร้องให้ผบ.ตร.คัดเลือกตำรวจที่มีฝีมือดี มีความเป็นธรรม มีความสามารถ รักเกียรติและศักดิ์ศรีของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎรณ์ มาประกอบกำลังเป็นชุดพิเศษหาตัวคนร้ายมาลงโทษโดยด่วน โดยจะให้เวลาตำรวจในการสืบสวนสอบสวน แต่หากไม่มีความคืบหน้าทางคดี จะกลับมาทวงความยุติธรรมอีกครั้ง
    
          นายสุเทพได้มอบหมายให้ ทีปสุวรรณ และ นางสาวจิตภัสนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายสกลธี ภัทธิยกุล นางทยา ร์ กฤษฎากร ซึ่งไม่มีหมายจับ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือและกระเช้าดอกไม้ให้กับ ผบ.ตร.เนื่องจากตัวเองไม่สามารถยื่นได้เพราะมีหมายจับข้อหา"กบฎ" โดย พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ได้ลงมารับหนังสือด้วยตนเองพร้อมพูดคุยกับแกนนำทั้ง 4 คน
    
          พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า วันนี้ทางกลุ่มกปปส.มายื่นหนังสือเพื่อให้เร่งรัดคดีที่เกิดขึ้นที่หน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ ใกล้เวทีการชุมนุมราชประสงค์และเหตุที่เกิดที่จ.ตราด ขอยืนยันว่าตำรวจให้ความสำคัญทุกคดี ตำรวจจะสืบสวนดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทุกคดีอย่างเต็มที่ ทุกคดีมีความคืบหน้า และทำคดีอย่างโปร่งใสโดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลทุกคดี และจะตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนมาดูแล วันนี้ยังขอความร่วมมือแกนนำในการเข้าพื้นที่ หากมีเหตุความไม่สงบ เนื่องจาก ที่ผ่านมา ตำรวจเข้าพื้นที่ได้ลำบาก ทำให้ไม่สามารถเก็บพยานหลักฐานได้ และเชื่อว่า หลังจากนี้ สถานการณ์ระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจจะดีขึ้น เข้าใจกันมากยิ่งขึ้นเพราะตำรวจทำงานอย่างมืออาชีพ
    
          จนกระทั่งต่อมาเวลา 13.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. แสดงความพอใจที่ผบ.ตร.ลงมารับหนังสือด้วยตนเองและพูดคุยทำความเข้าใจ และทยอยเคลื่อนขบวนกลับที่ตั้ง ณ เวทีการชุมนุมต่างๆด้วยความสงบ

....................................

'ปชป.'เชื่อรุนแรงหวังปลิดชีพแกนนำ

**


'ปชป.' มั่นใจ เหตุรุนแรงหวังปลิดชีวิตแกนนำ 'กปปส.' จวก 'ปู' ไม่เคารพการตรวจสอบ เมินปราบโกง เย้ย 'พท.' คิดแก้แค้น 'มาร์ค' กดดัน 'ป.ป.ช.' สอบประกันรายได้
 
                       26 ก.พ. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องว่า เป็นปฏิบัติการที่ต้องการให้เกิดความสูญเสียและปลิดชีวิตแกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) หลังจากที่รัฐบาลไม่มีเครื่องมือจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมตามใจได้ โดยเหตุการณ์พัฒนาขึ้นตามลำดับ หลังจากศาลแพ่งมีคำสั่งห้าม 9 ข้อ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 57
 
                       "ปรากฏการณ์เมื่อคืนย้อนอดีตไปเหมือนปี 2553 เพียงแต่สี่ปีที่แล้วทำจากภายในที่ชุมนุมออกไปนอกที่ชุมนุม แต่ครั้งนี้ทำจากภายนอกที่ชุมนุมเพื่อทำร้ายผู้ชุมนุม ขอร้องคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เลิกอำมหิตหนีไปต่างจังหวัดไม่แสดงความรับผิดชอบ ในขณะที่เกิดสงครามกลางเมืองหลวง ด้วยการลอยตัวหนีปัญหาในทุกเรื่อง"
 
                       โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เช่น การจัดการเลือกตั้ง ที่ครม.ไม่ยอมมีมติในหนังสือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการออกพระราชกฤษฎีก ากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร เพราะไม่กล้าออกมติที่ขัดแย้งกับ กกต.เนื่องจากต้องการเอาตัวรอด และไม่ต้องการให้มีการนำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย จึงมีมติเพียงแค่รับทราบหนังสือของ กกต. ซึ่งไม่นำไปสู่ทางออกใดๆ ทั้งสิ้น จึงถือว่าคนในครม.คือผู้ที่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองมีทางออก เพราะหากมีความเห็นที่แตกต่างจาก กกต.ต้องมีหนังสืออย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลก็ไม่กล้าเนื่องจากเกรงว่า จะผูกพันกับรัฐบาลในภายหลัง
 
                       นายชวนนท์ กล่าวว่า กรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ มีแนวคิดจะให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาจัดการเลือกตั้งในประเทศไทย นับเป็นอันตรายต่อชาติที่จะเปิดทางให้ชาติมหาอำนาจ เข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากประเทศไทย โดยผ่านกระบวนการจัดการเลือกตั้ง
 
 
 
 
จวก 'ยิ่งลักษณ์' ไม่เคารพการตรวจสอบ-ถ่วงดุลย์ขององค์กรอิสระ
 
 
                       นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเงินจากงบกลาง 20,000 ล้านบาทจ่ายหนี้ให้ชาวนาว่า เป็นมติที่นับไม่ถ้วนในความพยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็น และซื้อเวลาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยยืนยันว่า มีเงินกู้เรียบร้อยแล้วจ่ายเงินให้ชาวนาได้วันละ 4 พันล้านบาท แต่กลับไม่มีการจ่ายเงินจริง มีแต่กระบวนการหาข้อแก้ตัวรายวัน 
 
                       โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ความพยายามจะออกพันธบัตร การกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ รวมทั้งการระบายข้าวหนึ่งล้านตันต่อเดือนคืนคลังได้ 8,000 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะต้องใช้เวลาถึงปี 2558 จึงจะจ่ายชาวนาได้หมด และยังดิ้นรนให้การประปานครหลวงมาซื้อพันธบัตร เป็นการบริหารแบบเลอะเทอะชาวนาไม่ได้รับความช่วยเหลือและซ้ำเติมให้ปัญหายุ่งยากมากขึ้น จึงขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สารภาพผิดพูดความจริงกับชาวนาว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร โดยเริ่มต้นจากการรับทราบข้อกล่าวหาของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยตัวเอง เพราะหากไม่ไปตามนัดจะไม่สามารถมอบอำนาจ ให้ใครคัดลอกสำเนาข้อกล่าวหาได้ เท่ากับยอมรับว่ามีส่วนรู้เห็นในการทุจริตจนชาวนาไม่ได้รับเงินมาจนถึงทุกวันนี้
 
                       นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาตามที่ ป.ป.ช.นัดหมายกรณีทุจริตจำนำข้าววันที่ 27 ก.พ. แต่จะส่งตัวแทนไปขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไป 15 วันว่า เป็นการไม่เคารพการตรวจสอบและการถ่วงดุลย์ขององค์กรอิสระตามระบอบประชาธิปไตย การพร่ำพูดถึงการรักษาประชาธิปไตย แต่มีพฤติกรรมไม่เป็นประชาธิปไตยแม้แต่นิดเดียว หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ไม่ให้ความร่วมมือกับองค์กรที่ตรวจสอบ ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ถือเป็นกระบวนการทำลายประชาธิปไตยอย่างรุนแรง 
 
                       โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพราะนายกฯ ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม หากตัดสินเป็นโทษ จะยอมรับก็ต่อเมื่อตัดสินเป็นคุณเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความพยายามบิดเบือนประเด็นโดยการระบายข้าวในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะโดยกล่าวหาว่ามีความล่าช้า ทั้งๆ ที่ การระบายข้าวเป็นการตรวจสอบการทุจริตที่ต่างจากโครงการจำนำข้าวเพราะถูกกล่าวหาว่า มีการฮั้วประมูลไม่ใช่เป็นการทุจริตของฝ่ายบริหาร
 
                       นายชวนนท์ กล่าวว่า ดังนั้นการรวบรวมเอกสารหลักฐาน จึงมีความแตกต่างกัน แต่รัฐบาลพยายามที่จะสร้างความเข้าใจผิดว่า ป.ป.ช.ไม่เร่งรัดคดีที่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่ความจริงหน่วยงานรัฐ ภายใต้กำกับดูแลของรัฐบาลไม่ยอมส่งหลักฐานให้กับ ป.ป.ช.จึงต้องถามว่าทำอะไรอยู่ หรือตรวจสอบแล้วพบว่านายอภิสิทธิ์ ไม่มีความผิด จึงไม่ยอมส่งเอกสารเพื่อไม่ให้ได้ข้อยุติ หรือพบว่าคนทำผิดคือพวกเดียวกันที่ใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทย
 
                       "เลิกเบี่ยงเบนประเด็น ให้ว่าตามข้อเท็จจริง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรับทราบข้อกล่าวหา และชี้แจง หากมั่นใจว่าสุจริตจะปฏิเสธการตรวจสอบทำไม ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยหนีกระบวนการตรวจสอบแต่นางสาวยิ่งลักษณ์ ทำลายประเทศไทยด้วยการไม่ยอมรับการตรวจสอบมาโดยตลอด และจุดเริ่มต้นความขัดแย้งในประเทศไทยก็เกิดจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายนายกรัฐมนตรีไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของไทย"
 
 
 
 
ย้ำ 'ปู' หนี 'ป.ป.ช.' เมินปราบโกง
 
 
                       นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีการไปรับทราบข้อกล่าวหาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยการเดินทางไปภาคเหนือ แสดงให้เห็นว่าไม่ให้ความสำคัญ กับเรื่องการปราบปรามการทุจริตที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรง จนกำลังจะเป็นประเทศที่มีการทุจริตมากที่สุดในเอเชียด้วย 
 
                       ทั้งนี้ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระงับการส่งสมุนไปกดดันป.ป.ช.จัดการกับคนที่ทำผิดตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูล หากมีหลักฐานใครทำผิดก็ขอให้ส่งหลักฐานให้ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นบทบาทผู้นำที่สมควรทำในขณะนี้ การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โอดครวญว่าจะไม่ให้มีที่ยืนเลยหรือ ตนขอเรียนว่า ใช่ เพราะโฆษณาก็ระบุว่า อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในสังคม เพราะเป็นผลกรรมจากการกระทำของนางสาวยิ่งลักษณ์เอง
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลงข่าว นายจุฤทธิ์ได้นำภาพการจัดงาน ปราบการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ในหลายวาระมาทวงถามความจริงจัง ในการปราบปรามการทุจริตอีกด้วย
 
 
 
 
เย้ย 'พท.' คิดแก้แค้น 'มาร์ค' กดดัน 'ป.ป.ช.' สอบประกันรายได้ 
 
 
                       นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยไปยื่นหนังสือกดดัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบโครงการการระบายข้าว และประกันรายได้ในยุคอภิสิทธิ์ว่า เป็นความจงใจที่จะกดดันให้ ป.ป.ช. ชี้มูลโครงการสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ จึงขอเรียกร้องให้อดีตส.ส.เพื่อไทยทำการบ้านเก็บข้อมูลหลักฐานก่อนยื่นต่อ ป.ป.ช. ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อมูลมีแค่การกล่าวหาว่าปล่อยให้ชาวนาลงทะเบียน มากกว่าที่มีที่นาจริงโดยไม่มีหลักฐานว่า ชาวนาคนใดที่ไม่ลงทะเบียนตามความจริง อีกทั้งยังเป็นความผิดในระดับชาวนา ไม่ใช่การทุจริตของระดับนโยบาย จึงขอสอนมวยให้อดีตส.ส.เพื่อไทยทำการบ้านมากกว่านี้ อย่าหวังผลเพียงแค่เป็นประเด็นทางการเมืองเท่านั้น
 
                       นพ.วรงค์ กล่าวว่า ทั้งนี้เอกสารที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำถึงเกษตรอำเภอ และเกษตรตำบล ตรวจสอบโครงการประกันรายได้ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์มีการทุจริตหรือไม่ ในวันที่ 27 ก.พ. 57 ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง โดยพนักงานของดีเอสไอเพิ่งลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เป็นขบวนการทำงานสอดรับกัน กับสิ่งที่อดีตส.ส.เพื่อไทยไปร้องต่อ ป.ป.ช. จึงขอเรียกร้องไปยังดีเอสไอให้ไปทำคดีอื่น ไม่ใช่ไปกดดันเกษตรอำเภอ เกษตรตำบลและชาวนา ดังนั้นหากถูกดีเอสไอเรียกไปให้ข้อมูล ขอให้มั่นใจและให้ข้อมูลไปตามความเป็นจริง เพราะเรื่องนี้เป็นการพยายามแก้แค้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของพรรคเพื่อไทย

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net