วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธุรกิจมีดีไซน์สไตล์ ปราบดา หยุ่น


เรื่อง ธุรกิจมีดีไซน์สไตล์ “ปราบดา หยุ่น” 

ตีพิมพ์ใน SCG Home Solution Magazine ฉบับเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2556

เรื่อง

เมื่อครั้งที่ปรากฎตัวในช่วงแรกๆ “คุ่น” ปราบดา หยุ่น เป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียน ก่อนจะพ่วงดีกรี “ซีไรต์” ในปี 2545 จากผลงาน “ความน่าจะเป็น” หลังจากนั้น “ไต้ฝุ่น” สำนักพิมพ์เล็กๆ ได้รับการติดตามจากแฟนๆ ของ “คุ่น” และของนักเขียนอีกหลายคนในค่าย

ต้นปีที่ผ่านมา ร้านหนังสือ Bookmoby ที่เปิดให้บริการบนชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นอีกก้าวล่าสุด พร้อมๆ กับหมวกอีกใบของเขาในฐานะ อุปนายกต่างประเทศ สมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

Bookmoby ร้านหนังสือมีบุคลิก  

ผมเป็นคนชอบเข้าร้านหนังสือ ไม่ว่าจะไปประเทศไหนก็จะแวะเข้าร้านหนังสือในฐานะคนอ่าน เมื่อมีโอกาสได้มาทำร้าน เราก็คุยกับคนออกแบบด้วยประสบการณ์ที่เคยเห็นมา ทั้งเรื่องดิสเพลย์ สีของร้าน ระดับแสง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ผมรู้สึกว่าร้านหนังสือบ้านเราไม่ค่อยเน้นการตกแต่ง เราไม่สามารถรับรู้ถึงความแตกต่างของร้านแต่ละแบรนด์ ผมอยากทำร้านของเราให้แตกต่างและมีเอกลักษณ์  ที่เลือกผนังสีเข้มเพราะต้องการให้หนังสือดูเด่น แล้วตกแต่งด้วยผ้าดิบทั้งป้ายชื่อร้านและผ้าด้านบนเพดานซึ่งเป็นสีที่ตัดกับสีของผนัง แต่ต้องบอกว่าทั้งหมดเป็นการทดลอง ในอนาคตถ้ามีการขยับขยายก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนโดยดูความเหมาะสมอีกที

 

โมเดิร์น เรียบร้อย เข้าใจง่าย  

โลโก้รูปวาฬขาว ผมออกแบบเองเพราะได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ Moby-Dick ของ Herman Melville ซึ่งก็คล้ายๆ กับงานออกแบบปกหนังสือทุกเล่มของผม ที่เน้น Modern เรียบๆ แล้วก็เล่นกับรูปทรงเรขาคณิต แต่ก็แยกให้แต่ละแบรนด์มีบุคลิกของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป การออกแบบแนวนี้มีมาตั้งแต่ตอนเรียน ผมเรียนด้านนี้โดยตรง แต่ถ้าพูดถึงพัฒนาการก็คิดว่างานของผมสมัยที่เรียนจะตื่นเต้นกว่านี้ เน้นสะดุดตา แบบที่ผู้ใหญ่ดูแล้วงงๆ และคงไม่ค่อยชอบ เราเองก็ไม่สนใจสักเท่าไรว่าคนดูแล้วจะชอบหรือไม่ชอบ หรือดูแล้วจะเข้าใจมั้ย แต่พอโตขึ้น ศึกษามากขึ้น งานของผมเรียบง่าย เรียบร้อย แล้วก็เน้นการสื่อสารมากขึ้นกว่าเดิม

ธุรกิจออกแบบได้  

เมื่อเปรียบเทียบกับงานสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง สำนักพิมพ์เราวางตัวไว้เป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ มีคนทำงาน 3 คน ผลิตหนังสือไม่เกินปีละ 12 เล่ม แล้วเราก็ต้องการรักษาความเล็กๆ แบบนี้ไว้ การทำสำนักพิม์เล็กๆ เปิดโอกาสสำหรับการคิดในเชิงศิลปะและวรรณกรรม มีงานบางชิ้นที่เราทำเพราะคิดว่าควรจะทำ ไม่ต้องขายดีทุกเล่มก็ได้ แต่ทำร้านคิดแบบนั้นไม่ได้ ร้านหนังสือเป็นธุรกิจมากกว่า เพราะแต่ละเดือนเราต้องคิดถึงความอยู่รอดในแง่รายรับและรายจ่าย  แต่ผมก็ไม่แข่งกับร้านแบรนด์ใหญ่ Bookmoby เน้นหนังสือที่หาไม่ได้ในร้านใหญ่ หนังสือวรรณกรรม ปรัชญา วิชาการ รวมไปถึงหนังสือทำมือ ถ้าเป็นร้านใหญ่หนังสือขายไม่ดีถูกคัดออก หรือโชว์ได้แค่สันเพื่อประหยัดเนื้อที่ แต่ผมพบว่าบ้านเรามีสำนักพิมพ์เล็กๆ ที่ผลิตหนังสือน่าสนใจอยู่เต็มไปหมด จนร้านของเรามีพื้นที่ไม่พอวาง และหนังสือเหล่านี้มีตลาด มีคนที่อยากอ่าน ผมถือว่าความชัดเจนแบบนี้คือจุดแข็งของเรา

หนังสือคือศิลปะ  

ผมเริ่มจากการผลิตงานเอง สิ่งที่ไกลออกไป เรามองไม่ออกก็ต้องอาศัยจินตนาการ พอมาทำสำนักพิมพ์ถึงได้เข้าใจธุรกิจหนังสือได้รอบด้านมากขึ้น ยิ่งพอได้มาทำร้านหนังสือ รวมทั้งงานสมาคมฯ ทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของหนังสือกับโครงสร้างทางสังคม รวมไปถึงการเมืองที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย  การเปิดร้านเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิด แต่เมื่อได้ลองทำก็เห็นว่าไปได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อมาอยู่ในหอศิลป์ และเป็นทำเลกลางใจเมือง คนที่ทำงานและสนใจงานศิลปะ วรรณกรรม ได้มาพบปะพูดคุยกัน ผมคิดว่าพื้นที่เชิงกายภาพแบบนี้มีความจำเป็น เพราะศิลปะแต่ละแขนงสามารถสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net