วันที่ จันทร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภาวะโลกร้อน global warming อาละวาดถึงบ้านเราแล้ว


           ถ้าใครบอกคุณว่าปัญหา "ภาวะโลกร้อน" หรือ ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างร้อนแรงทั่วโลกขณะนี้เป็นเรื่องของคนอื่น คนไทยไม่เกี่ยว คุณก็กำลังจะทำร้ายตัวคุณและลูกหลานของคุณเองในเร็ววันนี้

            คืนนี้ ผมเอาเนื้อหาของหนังสารคดี An Inconvenient Truth (ความจริงที่ไม่มีใครอยากรับรู้) ที่ผลิตและแสดงโดยอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ อัล กอร์ อันโด่งดังและเพิ่งได้รับการเสนอชื่อรางวัลออสการ์ที่จะประกาศวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้มาให้ท่านผู้ชมรายการ "ชีพจรโลก" ทางช่อง 9 อสมท ได้ดูอย่างพิถีพิถันก็เพื่อจะได้เตือนเพื่อนร่วมชาติในประเทศไทยว่า ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัวเราอย่างยิ่ง

            ความแปรปรวนของอากาศ ปริมาณฝนที่ตกมากกว่าปกติ แต่ทิ้งช่วงผิดธรรมดา ทำให้เกิดภัยแล้งและอุทกภัยอย่างร้ายแรงกว่าที่เคยประสบมานั้น คือหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เตือนเราว่านี่คือการคุกคามของ global warming อย่างชัดเจนแล้ว และกำลังจะร้ายแรงมากขึ้นทุกขณะ

          ปีสองปีที่ผ่านมา ภาวะแห้งแล้งผิดธรรมชาติในไทยเกิดขึ้นในกว่า 65 จังหวัด พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายกว่า 10 ล้านไร่...นั่นก็คือจากปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" อันเป็นส่วนหนึ่งของภาวะโลกร้อน

            ปีที่แล้วน้ำท่วมหนัก ดินถล่มอย่างรุนแรงที่อุตรดิตถ์ แพร่ สุโขทัย ลำปาง และน่าน ก็เพราะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน...นั่นคือปรากฏการณ์ "ลานีญา" ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายทันทีกว่า 1 พันล้านบาท...ไม่นับความเสียหายที่จะเกิดต่อเนื่องไปอีก หากเราไม่ทำอะไรที่เป็นมาตรการที่จะป้องกันอย่างได้ผลอย่างจริงจัง

       

             ที่สมุทรปราการ มีตัวอย่างของ global warming ที่มีผลกระทบต่อไทยอย่างชัดเจนแล้ว...ชายฝั่งถูกกัดเซาะอย่างหนักหน่วงเพราะแผ่นดินทรุด น้ำทะเลสูงขึ้น คลื่นลมทะเลแรงขึ้นทุกวัน...ที่นั่น พื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งหายไปแล้วกว่า 11,000 ไร่ ทำให้ชาวบ้านต้องย้ายบ้านถึง 4-5 ครั้ง

            ผู้เชี่ยวชาญไทยที่ติดตามเรื่องนี้บอกว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย อีก 20 ปีข้างหน้า (คือช่วงที่ลูกหลานเด็กไทยที่เกิดวันนี้เริ่มออกมาทำงานเผชิญกับความเป็นจริงของโลก) หรือเร็วกว่านั้น พื้นที่ชายฝั่งจะถูกกลืนหายไป 10.5 กิโลเมตร

            และถึงวันนั้น ที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิวันนี้ก็จะอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลเพียงแค่ 6 กิโลเมตรเท่านั้น

            นักวิทยาศาสตร์ที่เขาศึกษาเรื่องนี้บอกกับรายการ "ชีพจรโลก" ที่จะออกอากาศคืนนี้ว่า สภาพอากาศที่แปรปรวนนั้น แสดงออกให้เห็นถึงน้ำค้างแข็งบนยอดดอยทางเหนือของประเทศเช่นดอยอินทนนท์ "น้ำค้างแข็ง" อาจจะดูสวยงาม แต่ความเย็นยะเยือกผิดปกตินั้น สามารถทำให้พืชและสัตว์ตายได้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้า เพราะความหนาวเหน็บที่มนุษย์อาจจะไม่สำเหนียกด้วยซ้ำว่าเกิดขึ้นเพราะฝีมือมนุษย์เราเองนี่แหละ

            เมื่อหมีขั้วโลกเหนือต้องว่ายน้ำดิ้นรนหาก้อนน้ำแข็งเพื่อเกาะเกี่ยว เมื่อคนในยุโรป 35,000 คนตาย เพราะอากาศร้อนเกินเหตุเมื่อปี 2003 และเมื่ออุณหภูมิในมหาสมุทรสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อพายุรุนแรงขึ้น และเกิดถี่ขึ้น และเมื่อสภาพอากาศเกิดความแปรปรวนจนมนุษย์ไม่สามารถจะอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป

            นั่นคืออันตรายสำหรับมวลมนุษย์ทั้งโลกโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา สีผิวหรือฐานะทางเศรษฐกิจ

            ก่อนที่รายงาน "ช็อกโลก" ขององค์การสหประชาชาติ ที่เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 2,500 คนจาก 130 ประเทศใช้เวลา 6 ปีเพื่อศึกษาและค้นคว้าเพื่อเตือนถึงมหันตภัยของชาวโลกจะออกมาสู่สายตาสาธารณะวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้

            ดูบทเจาะลึกเบื้องหลังภาพยนตร์ An Inconvenient Truth ในรายการ "ชีพจรโลก" ตอนสี่ทุ่มทางช่อง 9 อสมท คืนนี้แล้ว ท่านจะรู้ว่าคำว่า "ภาวะโลกร้อน" ไม่ใช่เรื่องที่จะ "ใจเย็น" กันได้อีกต่อไป

            ท่านดูแล้วคิดเห็นอย่างไร เขียนอีเมลตามที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตที่ระบุไว้ข้างบน หรือเข้าไปที่ blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black  นะครับ มีอะไรให้อ่าน ให้ฟัง (ด้วยเสียงผมเองที่ฟังได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น) มากมายเต็มอิ่มทีเดียวครับ

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net