วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บินอลหม่าน ต่อเครื่องไปเมืองบลูส์ Aberdeen, Mississippi


Aberdeen

เมมฟิส รัฐเทนเนสซี่เป็นเมืองที่หัวใจบลูส์อย่างเฟื่อง อยากไปมานาน เคยไปต่อเครื่องสิบปีมาแล้ว ซื้อเสื้อเอลวิสมาสองตัว ยังอยู่ยงคงกระพันทุกวันนี้ จุดหมายปลายทางของเฟื่องคือเกรซแลนด์ คฤหาสน์ของเอลวิส แต่เริดไปกว่านั้น เฟื่องจะไปทุพพะโล่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของราชาร็อคในดวงใจด้วย และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หลานเฟื่อง ย้ายไปตั้งรกรากที่เมืองแอบเบอร์ดีน รอยต่อระหว่างเทนเนสซี่กับทุพพะโล่พอดี

เป็นเรื่องทรมานใจสำหรับเด็กๆวัยที่กำลังสนุกสนานกับเพื่อนๆ ที่จะต้องย้ายทั้งโรงเรียน และบ้านจากแคลิฟอร์เนียมาอยู่มิสซิสซิปปี้ ที่ใครๆมองว่า บ้านนอกที่สุด เนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ประชากรน้อย มิหนำซ้ำ จ๊น จนที่สุดในอเมริกา แต่ความรักถิ่นฐานของพ่อ ทำให้เด็กชายต้องเข้าใจพ่อ เพื่อนเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ป่าและทุ่งหญ้าธรรมชาติมากขึ้น มีฝูงวัว ที่แทนที่จะเลี้ยงไว้ดูเล่น ยังสามารถขายเป็นวัวเนื้ออย่างดี มีม้าสวยๆไว้ขี่ และลาไว้ไล่สัตว์ไม่พึงประสงค์ที่จะเข้ามาบริเวณบ้าน

แฟรงกี้ เป็นเด็กชายตัวน้อย ที่กลายเป็นหนุ่มเต็มตัวเอาที่นี่ จากที่เคยวิ่งเข้ามากอดคุณยายเฟื่อง ก็ทำเป็นมองเฉยๆ แถมมีเฟอร์นิเจอร์เจาะตุ้มปากที่ริมฝีปากล่างสองข้างเสียอีก ดูแล้วงงเป็นไก่ตาแตก...แต่พอให้ของขวัญ เป็นที่รัดข้อมือธงชาติไทย ก็หอมแก้มทันที เฮ้อ… ยังใช้ได้ หลานเรา แต่เชื่อไหม ความแก่นแก้วยังอยู่ จมูกนั้นน่ะ มีครีมเค้กประไว้เต็มเลย พอหอม หน้าคุณยายก็ติดครีมเค้กไปด้วย..

ร้ายนัก

เฟื่องเป็นคุณยายนานแล้วค่ะ เพราะลูกของพี่สาวคนหนึ่งแต่งงานกับจอห์น ตำรวจพีเอชดีทางพฤติกรรมมนุษย์ชาวอเมริกัน มีทายาทหน่อเดียวคือเจ้าแฟรงกี้

สำหรับท่านที่ไม่รู้จักอเมริกาดีนัก เฟื่องอยากจะเล่าถึงกระบวนการต่อเครื่องในวันเดียวจากลาสเวกัส ลงมาแอลเอทางซ้าย และจากแอลเอ ย้ายลงใต้ไปทางขวาหาครอบครัวหลานที่เมืองแอบเบอร์ดีน ในรัฐมิสซิสซิปปี้ ไฟลท์ของยูไนเต็ดจากเวกัสต้องออกแต่หกโมงเช้า มาลงที่แอลเอ ถึงแอลเอเจ็ดโมงเช้า สัมภาระที่ไปทำงาน ทำให้ไม่สามารถ travel light ดังใจได้ เฟื่องว่าจะฝากสัมภาระที่left lugguageของสนามบินนานาชาติแอลเอ แต่ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า ที่สนามบินนี้ ไม่มีบริการ

นี่หรือ นานาชาติ.. และนี่หรือ อเมริกา 

โชคดีที่วางแผนไว้ล่วงหน้า มีแพลนบี โดยจองโรงแรมไว้ที่แอร์พอร์ท ในวันที่กลับหนึ่งคืน เพื่อติดต่องาน จึงไปยืนรอที่จุดhotel pick up หน้าสนามบิน ซึ่งมีโรงแรมเราอยู่ด้วย รออยู่กว่าสิบห้านาที รถก็มา ด้วยความไม่แน่ใจของตาคนขับ แกก็ถามเราว่า แน่ใจนะว่าจะไปโรงแรมที่แกส่ง  เพราะโรงแรมที่เฟื่องจองน่ะ มีหลายที่อยู่ ปัทโธ่เอ๊ย.. ขนขึ้นไปก่อนเหอะ สัมภาระและกระบอกโปสเตอร์ของเรา เป็นภาระนะเนี่ย เฟื่องต้องควักไอโฟน เช็คแอดเดรส และตอบให้ความมั่นใจว่า โรงแรมของชั้นน่ะ อยู่ที่เซ็นจูรี่บูลเลอวาร์ด ไม่ใช่ในเมือง ตาคนขับจึงพยักหน้า.. ผู้โดยสารอื่นรออยู่ลุ้นว่าใช่ไม่ใช่ ตาปริบๆ

พอลงมาที่โรงแรมเฟื่องก็ระบุวันเข้าพัก และฝากสัมภาระเอาไว้ที่โรงแรม รับใบฝาก ดูเวลายังเหลืออีกสามชั่วโมงกว่าๆ ก่อนไฟลท์ในประเทศจะออก ชั้นจะนั่งสบายๆ กินอาหารเช้าแล้วขึ้นรถไปที่แอร์พอร์ทดีมั้ยเนี่ย...

มองดูตารางบินที่จองไว้ มันเป็นไฟลท์ที่ดำเนินการโดยยูเอสแอร์เวย์ ออกจากแอลเอเที่ยง ไปต่อเครื่องที่ดัลลัส ฟอร์ธ เวิร์ธ โดยยูเอสแอร์เวย์เหมือนกัน ต่อไปลงที่เมมฟิส

รถวนสนามบินของโรงแรมมาพอดี เฟื่องว่าออกไปดีกว่า จึงบอกคนขับว่าไปเทอร์มินัลของยูเอสแอร์เวย์นะ พอลง ต้องเช็คอินเอาบอร์ดดิ้งพาสจากเครื่องเอง คีย์ชื่อตัวเอง และบอกจุดหมายปลายทาง เครื่องตอบว่า จุดหมายนี้ เราไม่ได้ดำเนินการบิน อ้าว .. ให้ไปที่สายการบินที่ดำเนินการ

หันมาถามเจ้าหน้าที่ หล่อนบอกว่า อ๋อ ยูต้องไปที่อเมริกันแอร์ไลน์ ทั้งที่ในใบจอง ระบุว่า ดำเนินการโดยยูเอสแอร์เวย์นะเนี่ย.. ชั้นต้องย้ายอีกเหรอ แง้

ไม่ต้องถามหล่อนว่าอยู่เทอร์มินัลไหน เพราะสนามบินทั้งโดเมสติค และอินเตอร์ที่แอลเอน่ะ เฟื่องเดินจนแฮ่กมาแล้ว เทอร์มินัลของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ เฟื่องเดินผ่านหลายรอบ เดินตามโค้งสนามบินไป เข้าเทอร์มินัลของอเมริกันแอร์ไลน์ เจอความอลหม่าน ไม่เรียบร้อยของฝูงชน ซึ่งออกันเต็ม เฟื่องตรงไปเช็คเครื่องเอง ต้องสอดบัตรเครดิต หรือพาสปอร์ตก็ได้ เพื่อเอาบอร์ดดิ้งพาส ซึ่งไม่สำเร็จ ถามเจ้าหน้าที่ ก็ตอบแบบงงๆว่าให้กลับไปยูเอสแอร์เวย์  ว้าย ..ยัยเบื๊อก คิดในใจ นี่ตกลง ชั้นต้องเดินกลับไปยูเอสแอร์เวย์หรือ

จาบ้า

ในความอลหม่านปานฝูงผึ้งแตกรัง เฟื่องมองแล้วละเหี่ยใจ ละจากความไม่รู้คิว ไม่จัดการระบบภาคพื้นดิน ไปที่เคาน์เตอร์หาเมนเคบินดีกว่า ชะงัก เมื่อเห็นคิวยาวเหยียด แต่ที่มุมหนึ่ง หลังเคาน์เตอร์อันว่างเปล่า ชายหนุ่มมืดสองคนกำลังคุยอะไรกันอยู่ ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้ เขาหันมาพยักหน้า เฟื่องก็เดินเข้าไป

บรรยายความตามไท้ ( เสด็จยาตร..) บอกเวลาบิน และความวุ่นวายที่ผ่านมา เขาเข้าไปกดคอม สักสามวิ ก็ออกบอร์ดดิ้งพาสให้ในชื่อเรา เร็วปานกามนิตหนุ่ม .. และเช็คอินกระเป๋าให้เสร็จสรรพ.. ภายในสามนาที.. ตกลงเป็นอันว่า ถ้าเฟื่องยังคงเอ้อระเหยลอยชายนั่งอยู่ที่โรงแรมเล่นไลน์ เช็คเฟสบุค มาเจอสถานะการณ์ย้ายเทอร์มินัล และฝูงชนอลหม่าน คงตกเครื่องไปแล้วสิ

แถวของพรีบอร์ดดิ้ง(pre boarding) สั้นมาก การเช็คความปลอดภัยผู้โดยสารและสัมภาระรวดเร็ว ตรงกันข้ามกับแถวยาวของผู้โดยสารไฟล์ทสิบโมงเช้า เฟื่องเข้าเกทโดยมีเวลานั่งตบยุงเหลือสองชั่วโมง ก่อนขึ้นเครื่องไปลงดัลลัส แล้วต่อไปเมมฟิส..

ที่ดัลลัส มีเวลาพัก สนามบินเงียบ ..ต่อเครื่องสบายๆ

ถึงเมมฟิส ด้วยความโล่งอก ดึกแล้ว ขณะกำลังมองหาสัมภาระที่รางเลื่อน หลานสาวก็เข้ามากอดด้านหลัง เราไม่เจอกันสิบปีเต็มที่นี่ และหกปีที่เมืองไทย.. เจ้าหนุ่มลูกชายขับรถจากมิสซิสซิปปี้มารับ จากนั้น ความสนุกสนานอบอุ่นก็กลับคืนมา

เพื่อนรุ่นน้องจากทัสคาลูซ่า แอลลาบามา นัดมาเจอกันทีแอบเบอร์ดีน .. เราจะไปบ้านเกิดของเอลวิสที่ทุพพะโล่ด้วยกัน..ความสุขรออยู่เบื้องหน้า.. บลูส์จงเจริญ

 

เฟื่อง

๒๖ กพ ๒๕๕๗

 

ป้ายเก่าที่บ้านในแคลิฟอร์เนีย ย้ายมาปักที่บ่อน้ำหน้าบ้านฟาร์มในมิสซิสซิปปี้ ... 

เอก หนุ่มไทยจากชิคาโก ตกปลาแต่เช้าให้พวกเราได้กินแกงเขียวหวานปลาดุกฝีมือน้องนุช หลานสาวเฟื่องกัน

บ้านฟาร์มหลังที่ใช้รับแขกตื่นเช้ามาเจอนกเป็นฝูงใหญ่ 

บ้านต้นไม้ของแฟรงกี้ ที่สร้างไว้เพื่อเป็นโลกส่วนตัวของเขา ไว้ชมบรรยากาศรอบๆ ฟังเพลง เล่นเกม บางทีใช้เป็นที่สำราญของแม่ แต่สำหรับคุณยาย คงเป็นที่เขียนหนังสืออย่างดีเลย

 ใครเอ่ย ตื่นแต่เช้า เฝ้าระวัง ไม่บ่นไม่จุกจิก ..

 อิ๊ปปี้ เกิดที่มิสซิสซิปปี้ เก้าขวบแล้ว จึงเป็นสาวใหญ่ประจำบ้าน ดูแลบ้านใหญ่ที่เจ้าของอยู่ น่ากอดมาก

บ้านนกรอบๆบ่อน้ำ ในช่วงหน้าร้อน หลานสาวจะแขวนดอกไม้ปลอมไว้นอกบ้าน หยอดน้ำหวาน แล้วนกฮัมมิ่งเบิร์ดก็จะมาดื่มน้ำหวานนั้น สวยงามมาก ... เสียดายที่หน้าหนาวไม่มา วันนี้อุณหภูมิลบเจ็ดองศา ลมแรงมาก ...เดินแทบปลิว หิมะน่าจะตก แต่ก็ไม่ 

ดอกแดฟโฟดิลเริ่มบานตามพื้นหญ้า เป็นสัญลักษณ์ว่า ฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาถึง

บริเวณที่กว้างใหญ่ แบ่งเป็นส่วนของทุ่งหญ้า และป่าสน ฟาร์มของจอห์นจะกั้นๆเป็นส่วนๆกัน รถจอห์นเดียร์ขับลุยไปบุกทั้งกิ่งไม้ เลย น้ำ สนุกค่ะ

ขับเข้าฟาร์มไปตรวจวัว Aberdeen ฺBlack Angus พบว่า หมายเลขหนึ่ง กำลังพยายามช่วยลูกวัวเพิ่งเกิดให้ยืนได้อยู่

ในที่สุด เจ้าวัวน้อยก็ยืนได้ และหาเต้านมแม่ได้สำเร็จ เก่งจริงๆ

ลองฮอร์นและวาทูซี่ มีอย่างละนางในฟาร์มนี้

ทุกวัน เป็นหน้าที่ของจอห์นหรือคนในบ้านที่จะออกไปเช็คจำนวนวัว และลูกวัวที่เกิดมา ว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย ตัวเมียจะเป็นข่าวดีของบ้าน เพราะนั่นหมายถึงจำนวนสมาชิกที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ฟาร์มแบ่งเป็นส่วนของป่า และทุ่งหญ้า

ซันนี่ เป็นม้าอเมริกันควอเตอร์พันธุ์แท้สาวสวยสีน้ำตาลทรายแดง ผมบลอนด์ ตาสวยมาก เฟื่องคุยด้วย จึงยอมมาใกล้ๆ เฟื่องชอบม้าค่ะ เคยขี่ที่ทุ่งหญ้าซิดนีย์ร้องเพลงให้ฟัง คุยไป ลูบหัวลูบหลัง และดึงบังเหียนสลับกับปล่อย เพราะอ่านเรื่อง Horse whisperer และเรียนรู้จากเรื่องที่อ่าน ปรากฎว่า เธอเชื่อฟังมาก เดินเข้าที่หนึ่ง .. ปลื้มสุดๆ ทำให้ไม่กลัวม้าอีกเลย

.....

ข้างทางบางพื้นที่ มีไผ่อ่อนๆขึ้นด้วย ทำให้จอห์นตื่นเต้น

จอห์น เดียร์ รถที่จอห์นใช้ทำงานสำรวจวันนี้ พาเราสองคนบุกไปทั่ว จอห์นให้เฟื่องถือกิ่งไผ่อ่อนๆไว้ในมือ ยืนหน้าshooting house ซึ่งจอห์นสร้างไว้

ยังมีกวางเข้ามาในบริเวณป่าเสมอ ทำให้จอห์นเปิดโอกาสให้เพื่อนบ้านคนหนึ่ง สามารถเข้ามาในล่ากวางได้ ถามว่าทำไม จอห์นตอบว่า เป็นการลดประชากรกวาง เพราะว่าถ้ามีมากเกินไป สมดุลของธรรมชาติด้านเกษตรกรรมจะเสีย เพราะชาวไร่เป็นห่วงพืชที่ปลูกว่าจะเสียหาย แต่เฟื่องกับหลานว่าเป็นข้อแก้ตัวของคนอยากจะล่าสัตว์มากกว่า รัฐนี้ ไม่มีกฎหมายห้ามล่ากวาง และหมูป่า

ในห้อง จะมีกระจกส่องมองด้านนอก เปิดกระจกขึ้น แล้วยิง โอ๊ย.. สนุกตรงไหนเนี่ย

shooting stand นี่ก็มีประโยชน์สำหรับเราชาวโอเคฯ ใช้ส่องนกและสัตว์ เพื่อจะได้ถ่ายรูปงามๆลงบล็อกให้พวกเราอ่านกัน

ที่ดินของจอห์นติดส่วนที่เป็นทะเลสาบของรัฐ ซึ่งกินเนื้อที่กว้างขวาง ตอนนี้เป็นช่วงที่รัฐ ทำให้น้ำแห้ง เพื่อทำโครงสร้างท่าเรือ และที่จอดเรือให้แข็งแกร่ง มีบางส่วนที่ยังมีน้ำอยู่เพื่อเป็นที่รวมของปลา มียางรถยนต์เก่าๆ เป็นหมู่ตามสันทราย เพื่อให้ปลาวางไข่ เมื่อถึงเวลา ก็จะปล่อยน้ำเข้ามาให้เต็ม บริเวณส่วนที่เป็นป่าสน จะมีคนมาตั้งแคมป์ ตกปลากัน การตกปลาในที่สาธารณะที่นี่ต้องมีใบอนุญาต ไม่ใช่จะสุ่มสี่สุ่มห้าตกกันได้ ยกเว้นที่บ่อหน้าบ้านของเรา.. เราก็ตกกันเอง ใครจะมาห้าม

 ท่าเทียบเรือที่รัฐกำลังจะปรับสร้างใหม่ จากที่เป็นบ้านๆ ก็จะดูดีขึ้น

........

ท้องน้ำกลายเป็นทราย เดินสำรวจสบายๆ มีทั้งขวดเก่าๆจมอยู่ จอห์นชี้ไปที่ขวดโค้กรุ่นโบราณที่นักสะสมชอบ พลิกดูก้นขวด และพบว่า มันผลิตจากเมืองและปีที่คนกำลังต้องการพอดี 

 หลานสาว เตรียมพร้อมพาเราไปบ้านเกิดของเอลวิส

ขับจากฟาร์มไม่เท่าไหร่ก็ถึงบ้านเอลวิส

ไปเจอกันเอนทรี่หน้านะคะ เรื่องของเอลวิส มีสาระที่ต้องเขียนต่างหาก เส้นทางบลูส์ เฟื่องฟูที่นี่ค่ะ

ตบท้ายด้วยสแน็คประจำตระกูล ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็มีกิน เมี่ยงคำ... หลานนุชคั่วและหั่นมะพร้าวเอง เครื่องครบทั้งกุ้งแห้ง ขิง มะนาว ถั่ว หอม ส่วนน้ำเมี่ยง ก็ได้รสชาติไทยแท้ มีกลิ่นหอมของเครื่องครบครัน ..

 

My WAY -- Matt Monroe

โดย เฟื่อง

 

กลับไปที่ www.oknation.net