วันที่ เสาร์ มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....เชียงใหม่..@..เมืองลานนาของไทยทั้งชาติ..หรือของใคร?...


 

.

สมัยที่ผมเรียนจบชั้น "มัธยมศึกษาปีที่ ๕" หรือเมื่อก่อนเขาเรียกว่า "ม.ศ. ๕" นั้น

นักเรียนเกือบทุก ๆ คนจะตะเกียกตะกายสอบเอ็นทร้านเข้ามหาวิทยาลัย

นอกจากจะมุ่งเข้าจุฬาฯ  ธรรมศาสตร์ฯ เกษตรฯ ศิลปากร  มหิดล  แล้ว

ผมได้เห็นว่า  "เด็กใต้"  จะเลือกสอบไปเรียน มช.เชียงใหม่  เช่นกำนันสุเทพฯ เป็นต้น

"เด็กเหนือ"  จะเลือกไปเรียน สงขลานครินทร์ 

เรียกว่าสลับสับเปลี่ยนสถานที่กันเรียนเพื่อแสวงหาประสบการณ์

จึงไม่เป็นเรื่องน่าแปลกใจเลย  ที่จะได้ยินนักศึกษา "แหลงใต้" ครึ่ง มช.

ได้ยินนักศึกษา "อู้คำเมือง"  ครึ่งสงขลานครินทร์

และสมัยนั้น  นักเรียนที่เอ็นทร้านไม่ติด  จะเดินเข้าแถวเรียงหนึ่งสู่รามคำแหง

.

.

ผมเดินแถวเข้าสู่รามคำแหงเหมือนกัน   พร้อมกับรับราชการที่ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้าควบคู่กันไปด้วย

โดยตำแหน่งหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของราชการ  ทำให้มีโอกาสเดินทางไปสัมมนา ศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่หลาย ๆ ครั้ง

แม้กระทั้งเมื่อวันแต่งงานกับแม่มะยง  ยังมีเพื่อนฝูงซึ่งทำงานที่หนังสือพิมพ์เดลิไทม์(สมัยนั้น)

จัดหาตั๋วรถทัวร์(ฟรี)  จองโรงแรมอย่างดี(ฟรี)   ให้ผมได้ไปฮันนี่มูน(ฟรี) ที่จังหวัดเชียงใหม่เกือบสัปดาห์ 

.

.

ผมบอกตามตรงว่า  ผมหลงไหลในเสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่เช่นเดียวกับกับนักท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไป

วันเวลาผ่านเปลี่ยนไป  เมืองเชียงใหม่เจริญเติบโตด้วยวัตถุอย่างรวดเร็ว

ถนนหนทางถูกตัดสร้างเพิ่มเติม  จนผมรู้สึกหลงทางทุก ๆ ครั้งที่ไปเมืองเชียงใหม่

กระนั้นก็ตาม  ผมยังตะเกียกตะกายไปหาเมืองเชียงใหม่เกือบทุก ๆ ปี  เมื่อมีโอกาส

.

.

การเมืองในพื้นที่เชียงใหม่จะร้อนแรงอย่างไรก็ช่าง  

เมื่อผมเข้าไปในพื้นที่เชียงใหม่  ผมจะไม่สนใจเรื่องการเมือง  ผมไม่คุยการเมือง

ผมเสพเฉพาะบรรยากาศ  ธรรมชาติ  อาหาร  และวิถีชีวิตผู้คนที่บริสุทธิ์บนขุนเขา

แค่นี้ผมก็มีความสุข

ตรงไหนที่มีเรื่องการแบ่งแยกสีเสื้อ  สีผิวพรรณ  ผมจะหลบและหลีก ไม่ผ่านเข้าไปเป็นอันขาด

.

.

ผมไปจังหวัดเชียงใหม่ครั้งสุดท้าย  เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖  

ช่วงนั้นกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า  จังหวัดเชียงใหม่เริ่มจะหนาว  

ผมเตรียมรับอากาศหนาวที่จังหวัดเชียงใหม่เต็มอัตราศึก

.

.

เมื่อไปถึงเมืองเชียงใหม่  ผมได้เห็นอากาศหนาวโชยมาเจออากาศร้อน  กลายเป็นฝนเข้าเต็ม ๆ

เหมือนไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่หน้าฝนเลยครับ

ไม่เป็นไร  ผมทนได้  เพราะผมรักเมืองเชียงใหม่นี่นา

.

.

ผมเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่โลภมาก  ไปที่จังหวัดไหนสักแห่ง  จะไม่อยากเที่ยวอยากเห็นไปทุกหนทุกแห่ง

ผมรู้ดีว่าไม่สามารถกระทำเช่นนั้นได้  ผมจึงเที่ยวอย่างช้า ๆ และมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ถี่ถ้วนกว่า

หรือผมอาจจะไปซ้ำแล้วซ้ำอีกตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เคยไปมาแล้วได้อย่างไม่รู้เบื่อ

อีกอย่างหนึ่ง  ผมเป็นคนไม่ชอบที่จะท่องเที่ยวแบบแย่งกันกิน แย่งกันดู แย่งกันนอน แย่งกันเข้าห้องน้ำ กับผู้คนจำนวนมาก ๆ

บางครั้ง  มีการจัดสร้าง  หรือโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ แล้วต้องรีบไปแย่งกันซื้อตั๋วเข้าไปชม  อย่างนั้นผมจะไม่ชอบ

เช่น "อุทยานหลวงราชพฤกษ์" ที่โด่งดังของเมืองเชียงใหม่  ผมเพิ่งจะสนใจเข้าไปเป็นครั้งแรกนี่แหละครับ

.

.

วันนั้นเป็นวันธรรมดา  ผู้คนไม่มาก  ผมกับแม่มะยง เดินอย่างมีความสุขครับ

.

.

มีนางแบบไปคนเดียว  ก็ถ่ายเธอคนเดียวนี่แหละ

อากาศหลังฝน  ไม่ร้อนแดด  แต่รู้สึกอบอ้าวเล็กน้อย

.

.

ผมเห็นธงชาติ ประกบคู่กับธง จปร. สวยเด่นเป็นสง่า  มีแถบทิวดอยสุเทพ  เป็นฉากหลัง

หากมี  "สปป.ลานนา" เกิดขึ้น  ผมจะได้เห็นภาพนี้อีกหรือไม่?  

(นี่ผมคิดลบนะครับ...)

.

.

นั่งรถไปตามถนน  ผมได้เห็นไมตรีของชาวเชียงใหม่ที่ยิ้มรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มอกเต็มใจ

หากมี "สปป.ลานนา"  รอยยิ้มจะยังคงอยู่หรือไม่?

เพราะผู้คนใน "สปป.ลานนา"  คิดต่างไม่ได้  อาจจะโดนทุบตีได้รับบาดเจ็บในที่สุด

(นี่ผมคิดไปเองนะครับ...)

.

.

จากดอยสุเทพ  ผมยืนมองตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยความรัก  ช่างสวยงาม  น่ารัก  น่าทะนุถนอม

ไม่น่าเชื่อ  เพียงชั่วข้ามคืน  เชียงใหม่จะกลับกลายเป็น "สปป.ลานนา" แล้วหรือนี่?

(นี่ผมคิดตามข่าวนะครับ...)

.

.

พระธาตุดอยสุเทพภาพนี้  จะเป็นภาพถ่ายสุดท้ายของผมหรือไม่?

หากวันใด พระธาตุดอยสุเทพถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ "สปป.ลานนา" โอกาสที่ผมจะมากราบไหว้ก็ลดน้อยลง..

(นี่เป็นอาการวิตกจริตของผมคนเดียวนะครับ)

.

.

ผมบอกแม่มะยงว่า  ภาพบรรยากาศชาวเหนือเช่นนี้  เราจะมีโอกาสได้ถ่ายมันอีกหรือไม่?

(นี่ผมกำลังตีตนไปก่อนไข้นะครับ..)

.

.

ราตรีนั้นที่เชียงใหม่  ผมพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง  เมื่อเปิดม่านหน้าต่างจะเห็นสนามบินเชียงใหม่สวยงาม

ต่อไป  หากผมนั่งเครื่องบินมาลงที่เชียงใหม่  ก่อนจะเดินออกนอกประตู  ผมต้องถือพาสปอร์ตแทนบัตรประชาชนใช่มั๊ยครับ?

(นี่ผมกำลังเริ่มเพ้อแล้วใช่ไหมครับ?)

.

.

เอื้องเอย..เจ้าเอื้องดอย  เจ้าเคยซ่อนดอกซ่อนกลิ่นอยู่ในป่าลึกบนภูผา

บัดนี้เจ้าถูกแซะราก  แซะต้น  มาผูกประดับไว้ตามต้นไม้ในเมือง

เจ้าไม่ตายหรอก  แต่เจ้าไม่สดชื่นเหมือนอยู่ในดงดอย  ข้ารู้..

(นี่ผมกำลังคิดแทนเอื้องอีกแล้ว....)

.

.

ทริปนั้น...ผมลาเชียงใหม่กลับบางพลีอย่างง่าย ๆ 

มาเร็ว  เคลมเร็ว  กินอิ่ม  นอนหลับ  

.

.

.

วันนี้  ผมไม่นึกเลยว่า  ความเจริญเติบโตของเมืองเชียงใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

จะมีใครสักคนคิดแบ่งแยกจากประเทศไทย  ออกเป็น "สปป.ลานนา"

ผมไม่รู้หรอกครับว่า  เพื่อน ๆ ชาวเชียงใหม่จะมีความคิดเห็นอย่างไร?  

หรือบุคคลอื่น ๆ จะคิดอย่างไร?

เพียงแค่คน(บางคน) อยากเป็นใหญ่ในประเทศไทย  

เมื่อเป็นใหญ่ไม่ได้  ขอแบ่งพื้นที่ประเทศไทย ออกไปเพื่อให้ตัวเองนั่งปกครองเชียวหรือนี่?

.

 

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net