วันที่ อังคาร สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปราสาทตาเล็งธรรมศาลาสู่อโรคยาศาลที่ปราสาททามจาน


ปราสาทตาเล็งธรรมศาลาสู่อโรคยาศาลที่ปราสาททามจาน

         พฤษภาคม  2549 ฤดูแห่งการทำนา น้ำท่าเริ่มนองทุ่ง การเดินทางจากรุงเทพฯ สู่ภูมิลำเนาเป้าหมายในครั้งนี้เป็นผลพลอยได้จากการว่างเว้นจากการเรียนจึงถือโอกาสนี้เดินทางกลับสู่พื้นถิ่นดินแดนแห่งบ้านเกิดอันเป็นดินแดนที่เคยมีความเจริญรุ่งเรื่องแห่งอารยธรรมขอมมาก่อน เป้าหมายในครั้งนี้ผมมีความคิดที่จะต้องเดินทางไปชมแหล่งอารยธรรมขอมสองแห่งซึ่งในครั้งสมัยโบราณสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญกับคนในพื้นที่แถบนี้   ซึ่งโบราณสถานสองแห่งนี้เป็นปราสาทหินของขอมสร้างขึ้นในยุคสมัย คติความเชื่อที่ต่างกัน   มีความสำคัญในทั้งทางด้านการใช้งาน  ความงามทางศิลปะและสถาปัตยกรรม   ซึ่งกระผมได้เก็บภาพโบราณปราสาทหินสองแห่งนี้บางส่วนมาให้ได้ชม    ปราสาทหินสองแห่งนี้คือ   ปราสาทตาเล็ง  และปราสาทบ้านทามจาน

       จุดหมายแรกผมได้นั่งรถในเส้นทางที่จะวิ่งเข้าสู่อำเภอปรางค์กู่ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะผ่านหมู่บ้านทามจานอันเป็นที่ตั้งของปราสาททามจาน  ในตำบลสมอ  อำเภอปรางค์กู่   จังหวัดศรีสะเกษ  รูปแบบการราย

                 

                  ป้ายบอกรายระเอียดคร่าวๆทางเข้าด้านทิสตะวันตก

ละเอียดโครงสร้างต่างๆนับว่ายังสมบูรณ์  นับตั้งแต่ตัวปรางค์ประธานยอดปรางค์ยังสมบูรณ์สวยงาม 

                   

                           ปรางค์ปราสาททามจาน

   มีมุขทางเข้าสู่ตัวปราสาทแต่พังทลายปิดปากทางเข้า   มุขนี้มีผนังสองด้านทำเป็นหน้าต่างเล็กๆ                                                    

                     

                              มุขโฆปุระทางเข้าสู่ภายใน

 และมุขทางเข้าเชื่อมเป็นกำแพงแก้วเตี้ยๆล้อมรอบตัวปรางค์ประธาน ถ้าจำทิศไม่ผิดเข้าใจว่ากำแพงแก้วทางทิศตะวันตกยังคงสมบูรณ์มองเป็นเป็นรูปร่างที่สวยงาม   และบริเวณชิดกำแพงแก้วภายในด้านซ้ายมือเมื่อหันหน้าเข้าตัวปรางค์  คล้ายๆว่าเป็นฐานหรือตัวอาคารอะไรสักอย่างมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเต็ม

           

ซากอาคารภายในบริเวณมุมกำแพงแก้วทางทิศตะวันตกใกล้โฆปุระทางเข้า

   มีบารายอยู่ทางด้านนอกกำแพงแก้วทางด้านขวามือ

                 

                                        บาราย

สภาพโดยรวมแล้ววัสดุที่ใช้สร้างส่วนใหญ่เป็นศิลาแลงทั้งสิ้นไม่พบลายจำลักรายละเอียดประดับตกแต่งอะไรที่สำคัญนอกเหนือจากทับหลังที่สลักจากศิลาทรายประดับปรางค์ทางทิศตะวันตกที่จำลักเป็นรุปบุคคลในท่านั่งที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์  

            

                  ทับหลังจำลักรูปบุคคลที่ยังไม่เเล้วเสร็จ

 บริเวณปราสาทเย็นชื้นร่มรื่นไปด้วยหญ้าและต้นไม้ปกคลุมเขียวขจีอันเป็นช่วงฤดูฝน   

         ปราสาททามจานแห่งนี้สันนิษฐานน่าจะเป็นอโรคยาศาลตามคติความเชื่อแบบพุทธมหายานในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่  7  ศิลปะแบบบายนโดยช่างท้องถิ่นและน่าจะเป็นหนึ่งในอโรคยาศาลที่พระเจ้าชัยวรมันที่  7  ทรงให้สร้างขึ้นในเส้นทางจาริกบุญเพื่อไปยังปราสาทเขาพระวิหาร    

        หลังจากยลความงามของปราสาททามจานเสร็จผมได้เก็บความประทับใจจากภาพถ่ายและอำลาสถานที่ศักสิทธิ์สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่  7  นั่งรถวกกลับไปสู่เส้นทางรอยต่อระหว่างอำเภอปรางค์กู่และอำเภอขุขันธ์โดยมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่เขตอำเภอขุขันธ์เพื่อมุ่งไปยังที่ตั้งของปราสาทตาเล็งอันเป้าหมายแห่งสุดท้าย  ซึ่งเส้นทางที่ผ่านบางช่วงบางตอนมีทั้งราบรื่นและบางที่สาหัสสากัณฑ์แต่พอพ้นเส้นทางนี้ไปเข้าสู่เขตหมู่บ้านใกล้เคียงที่ตั้งของปราสาทก็เริ่มดีขึ้น  ผมผ่านวัดลมพูเห็นความโดดเด่นซุ้มประตูเลียนแบบศิลปะขอมแบบยุคสมัยใหม่   จากนั้นก็วิ่งตรงสู่บ้านปราสาท  ตำบลกันทรารมณ์    อำเภอขุขัขนธ์   จังหวัดศรีสะเกษ    เข้าสู่ที่ตั้งของตัวปราสาทตาเล็ง  ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน   ปราสาทหินแห่งนี้

         

              ป้ายบอกรายละเอียดอย่างคร่าวๆที่ปราสาทตาเล็ง

        

                  ประตูหลอกของตัวปราสาททางทิศเหนือ

                     

                 ลายจำลักที่โคนเสาประตูหลอกด้านทิศใต้

                      

                      ประตูหลอกทางด้านทิศตะวันตก

สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปรอบๆปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ร่มรื่นเย็นสบายถัดออกไปเป็นท้องทุ่งนาเขียวขจี    ปราสาทหินแห่งนี้สภาพโดยรวมแล้วเป็นปรางค์หลังเดียวอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมากๆตัวปรางค์

                     

                            ด้านหน้าตัวปรางค์ประธาน

จากการสังเกตเห็นเข้าใจว่าสร้างอยู่บนเนินล้อมรอบด้วยคูน้ำปัจจุบันพอเห็นเป็นคูมีน้ำขังให้เห็นอย่างชัดเจนทางด้านทิศเหนือ 

            

         ซากศิลาเเลงและคูน้ำรอบปรางค์ที่ทิศเหนือที่เหลือให้เห็น

เข้าใจว่าทางเข้าในสมัยโบราณน่าจะตรงมาทางทิศตะวันออกซึ่งบริเวณทางเข้าทางซ้ายและขวามือมีก้อนศิลาแลงกระจัดกระจายน่าจะเป็นชิ้นส่วนอาคารหรือฐานอะไรสักอย่าง   ส่วนตัวปรางค์สร้างด้วยศิลาทรายสีเทาทั้งหลัง รายละเอียดลวดที่จำลักลงบนก้อนศิลาทรายสีเทานั้นสวยงดงามและมีความประณีตยิ่งอันน่าจะเป็นฝีมือช่างหลวงในสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็น  เเท่นวางรูปเคารพ

                                                                                                                                                                          

                       

                               ทับหลังที่วางอยู่ด้านหน้าปราสาท

                        

                               หลังที่วางอยุ่ทางด้านทิศเหนือ

                     

                             ทับหลังวางอยู่ทางด้านทิศตะวันตก

 ฐานประดิษฐานรูปเคารพ  ทับหลัง  หน้าบัน   เสากรอบประตู  สวยงามอย่างมาก  แต่น่าเสียดายปราสาท

                 

         สาประดับกรอบประตู                        หัวเสากรอบประตู

                         

                           ชิ้ส่วนเศียรนาคของหน้าบัน

หินแห่งนี้กำลังตกอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงมากคือปรักหักพังชิ้นส่วนกระจัดกระจาย 

       ปราสาทตาเล็งแห่งนี้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นธรรมศาลาอันที่พักประกอบพิธีกรรมของนักแสวงบุญที่จะเดินทางจากเมืองพระนครสู่เขาพระวิหาร  ซึ่งสร้างขึ้นตามความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู   ลัทธิไศวนิกาย   ศิลปะแบบบาปวน

       หลังจากนั้นพอสมควรแก่เวลาเหลือเวลาอีกไม่มากผมได้มุ่งไปยังทิศตะวันออกที่มีทางเชื่อมสู่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ปัจจุบันมีการขุดลอกซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นบารายขนาดใหญ่ขุดไว้เพื่อเก็บกักน้ำไว้

                         

          เส้นทางจากปราสาทสู่บารายขนาดใหญ่ทางทิศตะวันออก    

 

         

                           ตัวบารายทางทิศตะวันออก

ใช้    จากนั้นจึงเดินทางกลับที่พักในบ้านเกิดพร้อมด้วยภาพความประทับใจของโบราณสถานแห่งนี้มาใว้ให้ชม

         ปราสาทหินสองแห่งนี้ถือเป็นแหล่งอารยธรรมขอมสมัยโบราณที่มีความเจริญรุ่งเรืองแผ่เข้ามาสู่พื้นที่แถบนี้เป็นทั้งสถานที่เพื่อประกอบพิธีกรรมและให้การรักษาแก่ชุมชนและนักแสวงบุญที่เดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างเส้นทางจากเมืองพระนครสู่ปราสาทหินบนเทือกเขาพนมดงรักอันเป็นที่ตั้งของปราสาทเขาพระวิหารสถานที่จาริกบุญในสมัยโบราณ

โดย บรรณาลัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net