วันที่ พุธ มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....ลำปาง...@อาบน้ำแร่ แช่ไข่ ที่แจ้ซ้อน.....


.

.

ผมรู้จักลำปางในบางแง่บางมุมมาตั้งแต่เด็ก ๆ  ตั้งแต่ยังไม่เคยขึ้นเหนือมาเที่ยวลำปางเลยสักครั้งเดียว

รู้จักเพราะผมเป็นแฟนพันธ์แท้หนังสือ "ร้อยป่า ของ อรชร-พันธ์บางกอก"

"เสือ กลิ่นสัก" พระเอกร้อยป่า  คือไอดอลในการทำงานรับราชการของผมมาโดยตลอด

"เสือ กลิ่นสัก" มีเพื่อนมากมายที่ลำปาง เช่นพ่อเลี้ยงทวี.. พ่อเลี้ยงอินสอน ..แม่เลี้ยงนิตยา ฯลฯ

"เสือ กลิ่นสัก" มีความหลังมากมายที่ลำปาง  รวมถึงเขาเคยรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ลำปางอีกด้วย

.

ลำปางเป็นเมืองที่มีมนต์ขลัง  มีทั้งความกระปรี้กระเปร่าเอาการเอางานและความสนุกสนาน

การค้าหมุนเวียนว่องไวมาตั้งแต่โบราณกาล    ผู้คนเฉลียวฉลาด  

และความสงบสุขแห่งพระพุทธศาสนา  ผู้คนลำปางจึงดูยิ้มแย้มเบิกบานราวกับว่าเป็นคนสวยไปหมดทั้งเมือง

ลำปาง เหมือนกับเป็นเมืองท่า หรือชุมทาง

ลำปางครึกครื้นทั้งกลางวันและกลางคืน

ลำปางคึกคักไปด้วยผู้คนทั้งในท้องที่และมาจากท้องถิ่นอื่น

.

"ทริปลำปางมโหฬารงานสร้าง" ครั้งนี้  เรามีโปรแกรมท่องเที่ยวที่ "คุณหน่อผุด" บรรจุรายการดี ๆ ไว้มากมาย

ผมไม่สามารถนำเสนอในรายละเอียดได้ทั้งหมด  

ผมจะเจาะเข้าไปในบางจุด  แล้วนำเสนอผ่านบล็อกในลักษณะของการบันทึกการเดินทางสำหรับเตือนความทรงจำ

และหลาย ๆ เรื่อง ผมขอให้ผ่านไปก่อนนะครับ ......เช่น......

.

.

@..กราบหลวงพ่อเกษม เขมโก... ที่สุสานไตรลักษณ์

.

.

.

@.. เยี่ยม"บล็อกเกอร์ดอยสูง" (คุณเสกสรรค์  แดงใส)  

กับการสร้างฝายกั้นน้ำบนภูเขา ที่วัดม่อนพระยาแช่

.

.

.

@..กราบพระธาตุหลวงลำปาง  

.

.

.

@..ชมโบราณสถานวัดไหล่หิน

.

.

.

@..อิ่มอร่อย กับ "ข้าวซอยบุญยืน" อันลือชื่อแห่งเมืองลำปาง

.

.

.

@..ชมพิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

.

.

.

.

@..เดินเที่ยวช้อปปิ้ง งานลำปางเซรามิคแฟร์ ครั้งที่ ๒๖ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง

.

.

.

@..ร่วมกิจกรรมเป่านกหวีดกับ กปปส.ลำปาง

.

.

.

.

@..เดินช้อปปิ้ง กาดกองต้าหรือตลาดจีน ถนนคนเดินของลำปางยามราตรี

.

.

เห็นมั๊ยครับพี่น้อง  แต่ละสถานที่ที่พวกเราไปทำกิจกรรมกันมานั้น  

หากผมหยิบมาเขียน  ผมสามารถสามารถแจกแจงรายละเอียดได้มากมาย  อ่านกันจนเบื่อเชียวนะครับ

เอ็นทรีที่ ๓ นี้  เมื่อผมนั่งดูรูปทบทวนไปมาแล้ว   ขอแว๊ปผ่านไปที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเลยดีกว่า

.

.

อาหารเช้าวันนั้น  พวกเราทานกันแบบง่าย ๆ ข้าวเหนียวหมูย่าง  พร้อมเครื่องเคียงจุก ๆ จิก ๆ อีกเต็มโต๊ะ

ก่อนออกเดินทางจากเมืองลำปาง  สู่เมืองปาน

.

.

ถึงแล้ว อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

.

.

เป็นครั้งแรกในชีวิตของมะอึกกับมะยง  ที่เดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน  ที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานานแล้ว

.

.

ป้ารุ  อาแปะ  และน้องสาวอาแปะ

.

.

คุณชาลี  มาเที่ยวแจ้ซ้อนหลายครั้งแล้ว  ไม่ตื่นเต้นอะไรมากมายนัก

และสายตาสอดส่ายหานกตัวโปรดตลอดเวลา

.

.

ไฮไลท์ของอุทยานแจ้ซ้อน  คือ "บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน"

.

.

ครูติ๋ว  ครูเก๋...นิด ๆ หน่อย ๆ ...

.

.

น้ำพุร้อนมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของน้ำพุร้อนประมาณ 73 องศาเซลเซียส เป็นที่นิยมนำไข่ไก่และไข่นกกระทามาแช่

สำหรับไข่ไก่แช่นานประมาณ 17 นาที ไข่แดงจะแข็งมีรสชาติมันอร่อย  ส่วนไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า 

.

.

"เรา" ได้สัมผัสไออุ่นจากสายน้ำที่พวยพุ่งเป็นไอปะทะกับหมอกหนายามสาย

ได้กลิ่นอายกำมะถันอ่อนๆที่มากับสายน้ำอุ่นของบ่อน้ำพุร้อน

ทำให้หน้าหนาวของ "เรา" ในปีนี้  อุ่นกว่าปีก่อน ๆ มากมาย

.

.

บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจใช่น้อย

ภายในพื้นที่ มีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และมีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นจากบ่อปกคลุมรอบบริเวณราวกับสายหมอก 

มีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 81 องศาเซลเซียส

บริเวณของตัวแหล่งน้ำพุร้อนจะคลุมพื้นที่ประมาณ  3 ไร่ (300 x 400 ตารางเมตร)

ก้อนหินมนใหญ่ (Boulders) นั้นเป็นหินแกรนิต (Granite) และหินควอร์ตไซต์ (Quartzite) 

.

.

ไข่สุก  เรามาแบ่งกันทาน

.

.

คุณหน่อผุด

.

.

ต๋อย  และน้องสาวอาแปะ

.

.

แอบซุ่มถ่ายรูปแมลงปอ  ซึ่งมีอยู่มากมายที่บ่อน้ำพุร้อน

.

.

ช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคมของทุกปี บริเวณนี้จะพบจักจั่นจำนวนมากนับหมื่นตัว

เขาเชื่อว่าจักจั่นเหล่านี้หลังจากผสมพันธุ์แล้วจะมาดื่มกินน้ำแร่ก่อนที่จะตาย

วันนั้น  ผมไม่พบจั๊กจั่น  ผมได้พบแมลงปอ เป็นจำนวนมาก

เราถ่ายภาพแมลงปอกันอย่างสนุกสนานครับ

.

.

.

.

.

แสงเที่ยง  ลอดใบไม้มาตกกระทบที่ต๋อย...ทำให้ต๋อยสวย...

.

.

เขาบอกว่า  มาถึงแจ้ซ้อนต้องอาบน้ำแร่ครับ

.

.

(ภาพจากอินเทอเน็ท)

ครั้งนี้  ผมและแม่มะยง  ได้อาบน้ำแร่สมดั่งใจปรารถนา

"แอ่งน้ำอุ่น" ที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของน้ำพุร้อนและน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน

เป็นน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิพอเหมาะแก่การแช่อาบ  อุณภูมิประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส

เขาต่อท่อตรงจากบ่อน้ำพุร้อนมายัง ห้องอาบน้ำแร่

ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติของน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน อย่างแท้จริง

บำบัดความเมื่อยล้าของร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น 

.

.

พวกเราใช้เวลาพักผ่อนที่แจ้ซ้อนนานพอสมควร  คุ้มค่าคุ้มเวลากับการเดินทางไกลมาที่นี่

หากท่านมีโอกาส  อย่าลืมไปเยือนแจ้ซ้อนนะครับ

"อาบน้ำแร่...แช่ไข่"

.

.

.

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net