วันที่ พุธ มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เวลาที่หายไป - บทที่ 11


ทิพย์สุรางค์คิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปจึงจะรู้ความจริงเกี่ยวกับเคนได้ ที่เธอเรียกเขามาพบก็เพื่อจะจับผิดให้ได้ ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นใคร เธอต้องการให้เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ดูว่าเขาบิดเบือนหรือพยายามโอ้อวดตัวเองหรือเปล่า แต่เขาก็กลับนิ่งเฉยไม่ยอมพูดอะไรที่จะช่วยให้เธอคลำทางต่อไปได้ เมื่อไม่ได้ดังใจในเรื่องนี้ ทิพย์สุรางค์ก็นิ่งคิดว่าจะหาเรื่องเขาต่อไปอย่างไรดี แล้วในที่สุดก็นึกออกถึงเรื่องที่กรทำให้เธอข้องใจสงสัยเคนได้อีกเรื่อง หนึ่ง เมื่อหลายวันที่ผ่านมานี้ ตอนที่เธอลงไปเดินเล่นข้างล่างเพื่อยืดแข้งยืดขา หลังจากแกร่วอยู่บนตึกมาเกือบตลอดวัน แล้วก็พบกรซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการใช้หนังสะติ๊กไล่ยิงนกตัวเล็กๆ ที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้

 

“ มาเล่นอะไรไกลถึงนี่? ” เธอร้องถามทำให้กรหันมา พอเห็นว่าเป็นเธอเขาก็ยิ้มแหยๆ ลดมือที่ถือหนังสะติ๊กลงไว้ข้างตัว

“ กร เธอเคยขอให้ฉันช่วยอธิบายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในหนังสืออ่านนอกเวลาเล่มใหม่ของเธอให้ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมไม่เห็นเอาหนังสือนั่นมาให้ดูเลยล่ะ ฉันจะได้ช่วยอธิบายให้ เวลาสอบจะได้รู้เรื่อง”



คำตอบของเด็กชายนำความพิศวงมาให้เธอ “ไม่ต้องแล้วฮะ ”
เธอขมวดคิ้วใส่เขา ถามด้วยเสียงแข็งๆว่า “ ทำไมไม่ต้อง ? ”



กรกำลังคิดว่าจะบอกความจริงดีไหม ถ้าบอกความจริงเธอก็อาจจะโกรธ เพราะคิดว่าเห็นคนอื่นดีกว่าเธอ แต่ถ้าโกหกเพื่อเอาตัวรอดแล้วเธอจับได้ทีหลังเขาก็จะถูกลงโทษ กรก็เลยตัดสินใจพูดความจริง “เคนเขาช่วยอธิบายให้หมดทั้งเล่มแล้วฮะ ”

เด็กชายตอบอ่อยๆ คอยสังเกตอารมณ์ของเธอจากสีหน้า เขาเห็นเธอทำหน้าแปลกใจเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ถามย้ำว่า “นายเคนน่ะหรือ ”
“ ฮะ ” กร ชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าจะโดนอะไรอีกหรือเปล่า เพราะคุณหนูทำหน้าเครียดๆชอบกล
“นี่ แกจะบอกฉันหรือว่านายเคนรู้ภาษาอังกฤษ ?” เวลาไม่พอใจหรือไม่สบอารมณ์เขา เธอก็จะเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเขาจาก เธอ เป็น แก ได้อย่างรวดเร็ว

“ ฮะ ”

กรยังยืนคำเดิม เขาไม่รู้หรอกว่าทิพย์สุรางค์ต้องการคำอธิบายมากกว่านั้น คำอธิบายที่จะช่วยยืนยันว่าข้อสังเกตบางอย่างของเธอ เกี่ยวกับชายนิรนามผู้นั้นถูกต้อง

ทิพย์สุรางค์จนปัญญาที่จะทำให้กรเล่าออกมาเอง ในที่สุดเธอก็ตั้งคำถามใหม่ที่แน่ใจว่าจะทำให้กรต้องเล่าเรื่องที่เขารู้ออกมาเพื่อปกป้องตัวเอง "แล้วแกเชื่อถือเขาได้แค่ไหน? รู้ได้ยังไงว่าเขาเข้าใจคำศัพท์พวกนั้นอย่างถูกต้อง เขาอาจจะรู้ภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆก็ได้ จริงไหม ? ”

ได้ผลตามที่เธอมุ่งหมาย เพราะกรรีบเล่าแจ้งแถลงไขทันทีเพื่อปกป้องทั้งตัวเองและเคน จากข้อกล่าวหาของคุณหนูที่เขาเห็นว่าไม่ยุติธรรม

“ เขารู้ภาษาอังกฤษดีแน่นอน ” เด็กชายเน้นปากเน้นคำ “ เขายังขอยืมหนังสือภาษาอังกฤษในห้องสมุดของเรา ไปอ่านตั้งหลายเล่มแล้ว ”

เมื่อ เห็นทิพย์สุรางค์จ้องมองเขาเขม็งเหมือนจะคาดโทษ กรก็รีบกล่าวต่อโดยเร็วว่า “ ก็เขาเคยไปขออนุญาตใช้ห้องสมุดแล้วนี่ครับ คุณหนูก็อนุญาตเขาแล้วด้วย ”

“ เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว ว่าแต่แกแน่ใจหรือว่าหนังสือที่เขาขอยืมไปอ่าน เป็นภาษาอังกฤษ ? ”

กรมองเธออย่างเคืองๆ .” แน่ใจสิฮะ ผมเห็นหนังสือที่เขายืมเกือบทุกเล่ม ก็เขามักจะชวนผมไปด้วยเกือบทุกครั้ง เพราะเขาคงไม่กล้าขึ้นไปบนตึกใหญ่ตามลำพัง ”

นิ่งตรองสักครู่เธอก็ ตะล่อมถามต่อ “ หนังสือภาษาอังกฤษที่แกบอกว่าเขาขอยืมไปอ่านน่ะ เป็นพวกตำราหรือเป็นหนังสือที่มีแต่รูปภาพสวยๆกันแน่ ? ”

กรก็นิ่งคิดเหมือนกันก่อนตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนักว่า “ เป็นตำราหรือเปล่าผมไม่ทราบ เพราะผมไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ถ้าทั้งเล่มมีแต่รูปภาพสวยๆแบบที่คุณหนูว่า ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ ”

แล้วเขาก็หยุดพูดไปเสียเฉยๆเหมือนแกล้ง ทำให้ทิพย์สุรางค์จ้องเขาตาเขียวแต่ไม่กล้าดุอีก เพราะรู้ว่าถ้าดุมากๆเขาก็จะลนแล้วหุบปากนิ่งไปเลยเพราะความกลัว เธอรอให้เขาพูดต่อ แต่เด็กชายเลิกสนใจเรื่องนั้นแล้ว เขาง้างหนังสะติ๊กคู่มือ แล้ววิ่งถลาไล่ล่านกตัวน้อยๆไปตามคาคบไม้ต่อไป ทิ้งให้เธอยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจคนเดียว

แต่ทิพย์สุรางค์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก คืนนั้นเธอเดินกรายไปที่ห้องของกร เด็กชายกำลังนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์อยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย เธอทำเป็นเดินไปเดินมา ติโน่นตินี่เกี่ยวกับ “สมบัติบ้า” ที่เขาสุมไว้ที่โน่นบ้างที่นี่บ้างอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ออกคำสั่ง

“ นี่ กร คราวหน้าถ้าเขามาขอยืมหนังสืออีก เธอบอกให้เขาเอาหนังสือที่จะขอยืมมาขออนุญาตจากฉันก่อนนะ เข้าใจไหม ? ”

“ ใครฮะ ? ” เด็กชายซึ่งกำลังทุ่มเทความสนใจทั้งหมด ไปกับเกมสงครามระหว่างเผ่า ถามโดยที่มือก็ยังถือตัวบังคับเกมอยู่ ตาก็ไม่ยอมละจากจอ

หญิงสาวแทบจะร้องกรี้ดออกมาด้วยความโมโห บางทีเขาก็ฉลาดเป็นกรด มองตาเธอก็เข้าใจแล้วว่าเธอต้องการอะไร แต่บางครั้งเช่นคราวนี้ เขาก็งี่เง่า หรือแกล้งทำเป็นโง่เพื่อกวนประสาทเธอ



“ ก็นายเคนที่ตั้งตัวเป็นครูของแกไงล่ะ ” เธอกระแทกเสียง
“ ทำไมต้องให้เขาทำแบบนั้นด้วยล่ะฮะ ? ก็คุณหนูอนุญาตเขาแล้วไม่ใช่เหรอ ? ”



เด็กชายไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าคุณหนูเธอจะเอาอย่างไรแน่ เดี๋ยวก็ทำเป็นใจดีอนุญาตให้เคนใช้ห้องสมุดได้ แล้วเดี๋ยวก็มาทำวางอำนาจ สั่งให้เคนต้องนำหนังสือไปให้เธอตรวจเสียก่อนอีก แล้วเขาก็ถอนใจเสียงดังเฮ้อ

“ไม่ต้องถามมาก ทำตามที่ฉันสั่งก็พอแล้ว!! ” เธอกระแทกเสียงหนักกว่าเดิมแล้วเดินหน้าเชิดออกไปจากห้อง

เมื่อได้เรื่องใหม่ที่จะไล่ต้อนหาความจริงจากเขาแล้ว ทิพย์สุรางค์ก็เปิดประเด็นทันที “เห็นกรบอกว่านายขอยืมหนังสือที่นี่ ไปอ่านหลายเล่มแล้ว”

เธอหยุดสังเกตสีหน้าของชายหนุ่ม ก็เห็นว่ามันราบเรียบตามปกติของเขา มีแต่ประกายตาเท่านั้นที่มีแววระแวดระวัง

เคน รอฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อไป การเดาใจทิพย์สุรางค์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอสามารถไล่ต้อนเขา จากเรื่องนี้ไปเรื่องนั้นได้เสมอถ้าเธออยากจะทำ

เมื่อเห็นเคนมองเธออย่างสงสัยและระวังตัว รวมทั้งท่าทางที่กระสับกระส่ายของกร ทิพย์สุรางค์ก็กล่าวต่อเหมือนไม่ได้ตั้งใจว่า “ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ฉันอนุญาตให้นายขอยืมหนังสือไปอ่าน เข้าไปเลือกได้เลยตอนนี้ ”

กรจ้องเธอเขม็ง นึกในใจว่าคุณหนูกำลังทำเป็นใจดีล่อให้เคนเข้าไปยืมหนังสือ เพื่อที่จะได้แสดงอำนาจตรวจหนังสือที่เขาขอยืมเสียก่อน อย่างที่เธอลั่นวาจาเอาไว้ ส่วนเคนไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงพยายามคาดคั้นให้เขาเข้าไปเลือกหนังสือ ทั้งๆที่ตอนนี้เขายังไม่มีอารมณ์อยากจะอ่าน

อย่างไรก็ตาม เคนไม่อยากจะขัดใจเธอด้วยการปฏิเสธอีก เพราะเพิ่งปฏิเสธไปหยกๆที่จะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาจึงตอบรับแล้วเดินเข้าไปด้านในของห้องสมุด ซึ่งมีชั้นหนังสือและตู้หนังสือขนาดใหญ่หลายตู้เรียงรายกันอยู่ กรพยายามจะเดินตามเคนเข้าไปข้างใน เพื่อหาโอกาสเตือนเขาเรื่องที่จะถูกตรวจหนังสือ แต่ทิพย์สุรางค์ซึ่งรู้แกวอยู่แล้ว สั่งเด็กชายให้รออยู่ตรงนั้น

ชายหนุ่มใช้เวลาเลือกอยู่ไม่กี่นาทีก็คว้าหนังสือมาเล่มหนึ่ง แล้วเดินออกมาด้านนอกที่ทิพย์สุรางค์และกรรออยู่ ทิพย์สุรางค์ชำเลืองดูหนังสือในมือของเขาแล้วขมวดคิ้วอย่างผิดหวัง ที่อยู่ในมือเคนไม่ใช่หนังสือภาษาอังกฤษอย่างที่กรบอก เธอมองหน้ากรเยาะๆ

“ ไหน ขอดูหน่อยซิ ฉันอยากรู้ว่าลูกจ้างของเวียงพุกาม ชอบอ่านหนังสืออะไร ”

เคนส่งหนังสือให้เธอแต่โดยดี เพราะชักเข้าใจแล้วว่าเธอกำลังอยากจะหาเรื่องเขาที่บังอาจขัดใจเธอ หนังสือเล่มนั้นเป็นกึ่งๆตำราแพทย์ อธิบายเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาการและวิธีรักษาเบื้องต้น ความจริงเขาหยิบส่งๆไปอย่างนั้นแหละ เพราะเกรงว่าถ้าใช้เวลาเลือกนาน เธออาจจะไม่พอใจขึ้นมาอีก

หญิงสาวรับหนังสือมาพลิกดู แล้วถามแบบหาเรื่องว่า “ อ้อ..สนใจเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ นายเป็นหมอหรือไง? ” เธอจ้องหน้าเขาเขม็งราวกับรอคำตอบ

“ ผมตอบไม่ได้ คุณหนูก็ทราบอยู่แล้วว่าผมจำอะไรไม่ได้ ” ตอนนี้น้ำเสียงของเคนห้วนขึ้นมานิดหน่อย

“ งั้นหรือ ? ” ทิพย์สุรางค์เลิกคิ้ว “ ตกลงนายเป็นอะไรกันแน่ เดี๋ยวก็ทำตัวเป็นครูเที่ยวสั่งสอนคนโน้นคนนี้ เดี๋ยวก็เป็นนายช่างใหญ่ซ่อมโน่นซ่อมนี่ เดี๋ยวก็ออกลายนักเลงอันธพาล เที่ยวชกต่อยคนโน้นคนนี้ แล้วตอนนี้ก็ทำท่าว่าจะเป็นคุณหมอขึ้นมาอีกตำแหน่งแล้ว ”

ชายหนุ่มทำตาปริบๆกับข้อกล่าวหาของเธอ เขาอยากจะตอบเธอว่าไอ้ที่เธอจาระไนมาทั้งหมดนั่นน่ะ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเคยเป็นมาบ้างหรือเปล่า หรืออาจจะเคยเป็นมาแล้วทั้งหมดตามที่เธอกล่าวหาก็ได้ แต่ก็รู้ว่าขืนตอบอย่างนั้น คุณหนูของกรคงได้กรี้ดใส่จนหูชาแน่

เมื่อเห็นเคนเงียบกริบไม่ต่อปากต่อคำกับเธอ ทิพย์สุรางค์ก็คิดเรื่องใหม่ขึ้นมาได้อีกเรื่องหนึ่ง “ ถ้าดูตามรูปการณ์และที่รู้จากนายกร ว่านายเคยสอนภาษาอังกฤษให้เขา นายอาจจะเคยเป็นครูมาก่อนจริงๆก็ได้ ถ้างั้นฉันจะช่วยให้นายมีโอกาสได้ฟื้นความจำ ตั้งแต่นี้ต่อไป ให้นายมาสอนพิเศษนายกรเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ ครั้งละสองชั่วโมง ”

แม้เธอจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆไม่เกรี้ยวกราด แต่ก็ทำให้สองชายต่างวัยอ้าปากค้าง มองดูเธอเป็นตาเดียวกัน

“ทำไมผมต้องเรียนพิเศษด้วยเล่าฮะ ? ” กรประท้วงเสียงแข็งอย่างเคืองๆ อยู่ดีๆก็จะมาบังคับให้เรียนพิเศษเสียอย่างนั้น

ส่วนเคนซึ่งกำลังงงกับคำสั่งพิเศษของเธอท้วงว่า “ แต่วันเสาร์ผมต้องทำงานนะครับ แล้วอีกอย่างผมก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาสอนอะไรคุณกรได้บ้าง ”

ทิพย์สุรางค์ทำหน้าไม่ยี่หระ ตอนนี้เธอถือไพ่เหนือมือเขาแล้ว เธอจะทำให้เขาค่อยๆแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาให้ได้

“ถ้านายต้องทำงานวันเสาร์ ก็สอนตอนเลิกงานแล้วก็ได้นี่ ถ้าอยากได้เงินก็จะให้หนานคำจ่ายโอทีให้”

เธอเหลือบดูหน้าเขาซึ่งมีสีแดงระเรื่อ แววตาที่เธอเคยคิดว่าสุภาพอ่อนโยนวาบขึ้นนิดหนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธ

“ถ้าไม่รู้จะสอนอะไรก็สอนเลขบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง หรือสอนการบ้านก็ได้ นอกจากจะมีประโยชน์กับนายกรแล้ว ตัวนายเองก็จะได้รื้อฟื้นความจำ เท่าที่ฉันรู้...คนที่ชอบหลงลืมหรือจำอะไรไม่ได้แบบนายเนี่ย ควรต้องอยู่ในความเคยชินเดิมๆ จะได้ช่วยกระตุ้นให้จำได้ง่ายขึ้น ”

กรซึ่งแม้จะไม่พอใจกับคำสั่งใหม่ของเธอ แต่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าลองคุณหนูตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ได้ ขืนค้านมากไปดีไม่ดีเขาอาจจะกลายป็นฝ่ายเจ็บตัวเสียเอง กระตุกมือเคน

“ดีเหมือนกันนะเคน คุณจะได้ช่วยสอนการบ้านให้ผมไง ” แล้วเขาก็หันไปถามทิพย์สุรางค์ซึ่งขณะนี้นั่งกอดอก จ้องมาที่ผู้ชายสองคนที่ยืนเคียงกันอยู่ตรงหน้า มีรอยยิ้มนิดๆปรากฏอยู่บนริมฝีปาก “ แล้วจะให้ผมไปเรียนกับเคนที่ไหนฮะ ที่บ้านตาเป็งหรือเปล่าฮะ ? ”

“ที่นี่ ในห้องนี้แหละ ” ทิพย์สุรางค์ตาไว เห็นอาการสะดุ้งพร้อมๆกันของคนทั้งสอง “ ฉันจะได้เช็คได้ง่ายหน่อยว่าพวกนายทำตามคำสั่งหรือเปล่า ฉันจะมาตรวจสอบความก้าวหน้าเป็นระยะๆด้วย ตกลงสอนกันตั้งแต่วันเสาร์หน้านี้เลย เวลาที่จะสอนต้องเคร่งครัดด้วย วันเสาร์นายเลิกงานห้าโมงเย็น ก็มาเริ่มสอนตั้งแต่หกโมงถึงสองทุ่ม วันอาทิตย์ก็ตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงเที่ยง ห้ามเปลี่ยนเวลากันเองโดยฉันไม่ได้อนุญาตด้วย ”

เธอหยุดพูด เพื่อรอฟังว่าจะมีเสียงคัดค้านจากกรและเคนหรือไม่ เมื่อเห็นคนทั้งสองยืนเงียบ เธอก็พูดกับเคนโดยตรง ด้วยสุ้มเสียงที่แสดงความเป็นนายว่า “ ส่วนเรื่องเงินค่าสอนฉันจะสั่งจ่ายให้ ไม่ต้องห่วง ”

พูดจบหญิงสาวก็ลุกขึ้นยืน เตรียมที่จะออกไปจากห้อง ก็เธอชนะแล้วนี่ แต่แล้วเสียงของเคนก็ดังขัดขึ้นว่า “ ไม่ต้อง! ไม่จำเป็น ถือเสียว่าผมสอนให้ฟรีๆ ตอบแทนบุญคุณเวียงพุกามที่กรุณาช่วยเลี้ยงผมไว้ก็แล้วกัน ”

เสียงนั้นห้วนสั้น ตาที่มองสบตาเธอมีแววถือตัว ที่ทำให้ทิพย์สุรางค์พิศวงจนลืมโกรธ ทันทีที่พูดจบเขาก็เดินอย่างเร็วออกไปจากห้อง โดยมีกรวิ่งตามไปด้วย






โดย ม่อนหินไหล

 

กลับไปที่ www.oknation.net