วันที่ จันทร์ มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ป่าสัก ถึงเจ้าพระยา แม่น้ำแห้ง แต่น้ำใจไม่แล้ง พี่น้องชาวนาใกล้ชนะแล้วอดทนอีกนิด


.

ป่าสัก ถึงเจ้าพระยา แม่น้ำแห้ง แต่น้ำใจไม่แล้ง พี่น้องชาวนาใกล้ชนะแล้วอดทนอีกนิด

.

.

.

เช้านี้ตื่นเช้ากว่าปกติ ด้วยรับปากกับพี่สาวจิตอาสาคนสวยที่กระทรวงพาณิชย์ว่า จะแวะกลับไปอีก

เพื่อเอาเสบียงไปเติมไว้ให้กับพี่น้องชาวนาที่นั่น

วันก่อนแวะซื้อเสบียงที่ตลาดนนท์ไปฝากพี่น้องชาวนาหนหนึ่งแล้ว ได้ไข่ไก่ มะเขือ แฟง กะหล่ำปลี

แต่ก็ยังขาดอยู่อีกมาก เช้านี้จึงตั้งใจว่า จะแวะเอาเสบียงเข้าไปอีกรอบ

 

ตลาดเช้าท่าเรือ อยุธยา อยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก

ข้าพเจ้ามิใช่คนพื้นเพที่นี่ แต่ก็เริ่มคุ้นเคยกับที่ดีพอสมควรแล้ว

 

ไม่มีเสียงแคนและเสียงรำ

แต่ดอกคูณก็บานสะพรั่งในหน้าแล้ง อวดโฉมงดงามและชุ่มชื่นใจ ไม่ต่างจากอีสานบ้านของข้าพเจ้า

 

วันก่อนได้ไข่ไก่ กับผักไป

วันนี้ ตั้งใจจะซื้อหมูกับผักอีกบางอย่างที่วันก่อนยังไม่ได้เอาไปฝากพี่น้องชาวนา

 

 

เนื้อหมู ต้นหอม ผักชี ผักกินผล กินใบอื่นๆ

รีบจ่ายเงิน รีบขนขึ้นรถ แล้วก็รีบบึ่งออกจากตลาด มุ่งหน้า กระทรวงพานิชย์ กทม.


 

ตามเส้นทางที่คุ้นเคย ถึง กทม.โดยสวัสดิภาพ

พี่น้องผู้มีน้ำใจงาม ช่วยกันขนไม่นานก็เสร็จสรรพ

ทั้งกองนี่มิใช่ของข้าพเจ้าทั้งหมดนะ ของข้าพเจ้าเพียงส่วนเล็กๆที่นำมาสมทบเท่านั้น

 

ไข่ไก่ อาหารยอดนิยม ต้องมีติดครัวไว้เสมอ

 

ชาวนาส่วนใหญ่เป็นคนภาคตะวันตก ภาคกลาง

แต่แม่ครัวเป็นคนใต้

พอดีมีโอกาสได้สนทนากับแม่ครัว แม่ครัวส่งสำเนียงใต้ให้ คงนึกว่าข้าพเจ้าเป็นคนใต้แน่ๆเลย

 แม่ครัวท่านหนึ่ง กระซิบบอกว่า วันศุกร์นี้ พี่น้องชาวนาจะมาสมทบอีกมาก

อาจเป็นขบวนอีกตุ๊ก-อีแต๋น เริ่มเดินกันตั้งแต่วันพฤหัสฯ ..ได้ฟังแล้วก็ตื่นเต้น

ขอให้พี่น้องชาวนามากัน มืดฟ้ามัวดิน

 

 

นี่ กี่กระตุก สำหรับทอผ้า

พี่น้องชาวนาขนมาโชว์กันถึงที่กระทรวงเลย

 

 

 

 

เสร็จภารกิจ รีบบึ่งออกจากกระทรวงฯ

ต้องรีบไปทำงาน วันนี้วันจันทร์ รถติดน่าดูเลยครับ

ก่อนกลับ ขอบันทึกภาพนี้ไว้หน่อย เท่ห์ฝุดๆ


 

ทำไม เพื่อไทยและ นปช.ต้านองค์กรอิสระแต่ไก่โห่!

สถานการณ์การเมืองในขณะนี้พรรคเพื่อไทยและ นปช.กำลังคุกคามองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเพิ่มมากขึ้น โดยพุ่งเป้าไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ปปช.และ กกต. การสร้างกระแสกดดันในขณะนี้เต็มไปด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระและเป็นการคุกคามโดยตรง

แทนที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยและ นปช.จะใส่ใจและให้ความสำคัญกับการพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่างๆ แต่กลับปลุกกระแสหวังล้มองค์กรอิสระนั้น ก็เท่ากับสารภาพชัดเจนว่าผิดจริงไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ จึงใช้วิธีปลุกปั่นไม่รับคำตัดสินล่วงหน้าแบบนี้

การปลุกระดมครั้งนี้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องไม่ได้แล้ว เพราะทั้งตัว นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯรักษาการณ์ก็ส่งสัญญาณไม่เคารพองค์กรอิสระและไม่เคยห้ามปรามคนในพรรค รวมทั้งแกนนำ นปช.ก็เป็นสมาชิกพรรค เป็นรัฐมนตรีและ สส.ของพรรคด้วย

ที่สำคัญวันก่อนคุณพิชิต ชื่นบาน หัวหน้าทีทกฎหมายคุณยิ่งลักษณ์ ออกมาให้ความเห็นกรณี ปปช.เตรียมขี้มูลคดีทุจริตจำนำข้าวว่า

"การดำเนินโครงการรับจำนำข้าว เป็นเรื่องของระบบรัฐสภา ทำงานในรูปคณะบุคคล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นหนึ่งใน ครม.ไม่ได้ใช้อำนาจนายกฯ โดยลำพัง และนอกเหนือจาก ครม. ยังมี กขช. และคณะอนุกรรมการอีก"

หมายความว่าจำนำข้าวเป็นความรับผิดชอบของ ครม.ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคุณยิ่งลักษณ์คนเดียว เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล ครม.มีส่วนตัดสินใจ นายกฯไม่ได้ตัดสินใจตามลำพัง

ฉะนั้นการชี้มูลของ ปปช.ในประเด็นทุจริตโครงการรับจำนำข้าวอาจไม่ได้ชี้มูลเฉพาะตัว นส.ยิ่งลักษณ์เท่านั้น แต่อาจชี้มูล ครม.ยิ่งลักษณ์ทั้งคณะ เพราะนโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายขอวรัฐบาลที่บริหารนโยบายและรับผิดชอบโดย ครม.

นี่อาจเป็นเหคุผลสำคัญที่พรรคเพื่อไทยและ นปช.คุกคาม ปปช.หนักขึ้น เพราะกลัวว่า ปปช. อาจชี้มูลความผิด ครม.ยิ่งลักษณ์ทั้งคณะและตายเหมาเข่งก็เป็นไปได้.



ลุ้นระทึก!

มีข่าวว่าพรุ่งนี้ 18 มีค.ปปช.อาจจะชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาฯ และนายนิคม ไวรัชพานิช

ข้อหาสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มา ส.ว. ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัด รธน.

ถ้าชี้มูลว่าผิดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที รองประธานวุฒิฯ คนที่ 1 ก็ต้องมาปฏิบัติหน้าที่แทน

ข่าวว่าพรุ่งนี้น่าจะชี้มูล หรือถ้าช้าสุดก็ภายในสัปดาห์นี้!

(สุริยะใส กตะศิลา)


 

ม.ร.ว.ปรีดิยาธรเชื่อการเมืองใกล้จบแล้ว เหตุคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทยอยเข้าสู่การพิจารณาตามกฎหมาย

 (โพสต์ทูเดย์)

...

"ผมว่าการเมืองใกล้จบแล้ว และถ้าจบได้ก่อนครึ่งปีแรกนี้ยิ่งจะดี เพราะควรมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มในการบริหารมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ถ้าปล่อยเกิน 6 เดือนไปจะกระทบมากกว่านี้ ตอนนี้ก็กระทบแล้ว แต่กระทบเศรษฐกิจจริงยังไม่มากนัก โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มชะลอแล้ว เพราะมันไม่มีการลงทุนใหม่ อย่างไรก็ดีลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่ผ่านขัดรัฐธรรมนูญก็ไม้ได้กระทบการลงทุนไปเสียทั้งหมด เพราะส่วนดี ที่ควรลงทุนมีเพียง 1.22 ล้านล้านบาท ซึ่งลงทุนรถไฟรางคู่ ท่าเรือ ถนน ที่เสนอมาจากข้าราชการเท่านั่นที่ควรจะลงทุนต่อ ซึ่งลงทุนต่อได้เลยด้วยวิธีงบประมาณปกติ ไม่จำเป็นต้องกู้เงินแบบพิศดาร เพราะลงทุนปกติก็จบไปแล้ว ส่วนอีก 7.8 แสนล้าน ที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูง โดยเฉพาะสายไปเชียงใหม่นั่นมันไม่จำเป็น เพราะมีโลคอสแอร์ไลน์แล้ว เพราะถ้าขนส่งต้ิงเป็นรถไฟพ่วงหลายๆตู้ขนของได้เยอะๆเป็น 100 ตู้ วิ่งช้าแต่พลังสูง"
...


 

 

สัญญาณแบบนี้ ชี้ว่า ..ใกล้จบเต็มทีแล้ว

มวลมหาประชาชน และมวลมหาชาวนาไทย ใกล้จะได้ฉลองชัยชนะแล้ว

อดทนรออีกนิดครับ


 

โดย เขียดขาคำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net