วันที่ อังคาร มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สงครามกลางเมืองในกทม. ทหารไทยจะรบกับทหารต่างชาติในคราบเสื้อแดง !!


สวัสดีครับ พี่น้องผู้ร่วมชาติ ร่วมแผ่นดิน

         ในยามที่รัฐบาลเข้าตาจนและดิ้นกันสุดฤทธิ์อยู่ในขณะนี้ แล้วยังพูดปลอบใจตัวเองว่าจะไม่ยอมแพ้เป็นอันขาดนั้น คนไทยก็

มองไปที่กองกำลังเสื้อแดงของรัฐบาล ไพ่ใบสุดท้ายที่รัฐบาลมีอยู่ในมือขณะนี้ แต่ที่จริงแล้วการต่อสู้ของรัฐบาลอาจจะใช้กองกำลัง

ต่างชาติที่ปลอมมาปะปนกับคนเสื้อแดงต่างหาก ซึ่งรัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่า กำนันสุเทพจะไม่นำมวลมหาประชาชนมาฝ่าดงกระสุน

อย่างแน่นอน แต่จะให้มวลชน 'กปปส.' กลับไปนอนดูเหตุการณ์ที่ทหารนำกองกำลังออกมาสู้กองกำลังเขมรทางข่าวโทรทัศน์ที่

บ้านดีกว่า ดังนั้น สงครามกลางเมืองแทนที่ประชาชนจะรบกันเอง แต่จะกลายเป็นการรบระหว่างทหารไทยกับทหารต่างชาติต่าง

หาก ส่วนคนเสื้อแดงที่รัฐบาลจ้างมาก็จะกลายเป็นโล่ห์มนุษย์ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็จะถูกแกนนำยุหรือพาไปเผาบ้านเผาเมือง

พร้อมทั้งปล้นสดมภ์ไปด้วย ตามที่เจ้า 'โกตี๋' มันประกาศเอาไว้นั่นเอง

         การเคลื่อนไหวของฝ่ายคนเสื้อแดงตลอดเวลาช่วงนี้ เข้าใจว่าทหารกำลังจ้องตาเขม็งอยู่แล้ว จะมองข้ามจุดใดๆไปมิได้เลย

ตัวอย่าง เช่น การยกกำลังทางน้ำจากอยุธยามากทม.นั้น ใครก็อย่างมองข้ามเรื่องนี้ เพราะมันอาจจะเป็นกลยุทธอย่างหึ่งก็ได้ กล่าว

คือ เมื่อมันมาถึงกทม.แล้วมันจะกระจายไปขึ้นบกที่ท่าไหนกันบ้าง จะมีการไปขึ้นบกที่ท่า 'ศิริราช' ด้วยหรือเปล่า ทหารเรือจากกอง

บัญชาการกองทัพเรือจะต้องใช้เวลาสักเท่าไรที่จะยกกำลังมาถึงท่าเรือแห่งนี้ ?

 

คม ชัด ลึก

        

คมชัดลึกคมชัดลึกออนไลน์วันที่ 18-03-2557 

'เสื้อแดง'ตัวช่วยไม้สุดท้าย

**


'เสื้อแดง'ตัวช่วยไม้สุดท้าย : สมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl

               จับตาการเปลี่ยน "ผู้นำ" แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จาก "ธิดา ถาวรเศรษฐ" มาเป็น "จตุพร

พรหมพันธุ์" ในสถานการณ์รัฐบาลขาลง ถือว่ามีนัยสำคัญทางการเมือง

               นับตั้งแต่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" มาเป็น "นายกรัฐมนตรี" ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของ "คนเสื้อแดง" ถูกลดบทบาทไป

อย่างมาก

               เป็นที่ทราบกันดีว่า "พรรคเพื่อไทย" ใช้ยุทธศาสตร์การเมือง 2 ขา ขาหนึ่งในสภา ส่วนนอกสภาก็มี "กลุ่มคนเสื้อแดง" ขับ

เคลื่อนและประคับประคองและระแวดระวังภัยให้แก่รัฐบาล

               แต่ดูเหมือน "ยิ่งลักษณ์" และ "ทักษิณ" ให้ความสนใจน้อยมาก และเคยประกาศผ่านวิดีโอลิงค์มายังคนเสื้อแดงว่า “พี่น้อง

แจวเรือพาผมมาถึงฝั่งแล้ว ผมไม่ลืมคนที่ช่วยมา แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถ พี่น้องจะแบกเรือขึ้นภูเขาทำไม ตอนนี้เหตุการณ์

เปลี่ยน พัฒนาการเปลี่ยน ขอให้เข้าใจว่า เราทำหน้าที่มาสุดทาง แต่ต้องดูว่า ใครกระชากประชาธิปไตยไป ก็ต้องติดตามไปอีก…”

 

               จึงไม่แปลก หากจะพูดว่า บทบาททางการเมืองของคนเสื้อแดงในยุค "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ถือว่าตกต่ำถูกลดบทบาทมากที่

สุด

               แต่เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไป "ทักษิณ" และ "ยิ่งลักษณ์" หมด "ตัวช่วย" แล้ว จาก "ตัวช่วย" ที่คิดว่าพอจะ

พึ่งพาได้อย่าง "ตำรวจ" ที่เคยคิดว่าค้ำบัลลังก์หลัก กลับยืนขาตาย นับวันไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์

               ส่วน "กองทัพ" ก็ซอยเท้าดูแลสถานการณ์ ทำให้การเคลื่อนไหวของรัฐบาลตีบตันหนทาง "ข้าราชการ" ก็เริ่มไม่เอาด้วย

เห็นได้จากไม่มีข้าราชการคนไหนยอมเซ็นงบกลาง 2 หมื่นล้าน ที่จะนำไปช่วยเหลือชาวนา ก็ไม่มีใครกล้าเซ็นชื่อ เพราะไม่เชื่อมั่น

อนาคตทางการเมืองเหลืออีกนานเท่าใด

               และดูจากลำดับเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนี้ ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล

               รัฐบาลจึงเหลือ "ตัวช่วย" ตัวเดียวที่ไม่อยากให้ช่วย แต่ต้องขอให้มาช่วย คือ "คนเสื้อแดง" ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยากจะตัด

ขาดและมองว่าเสื้อแดงเป็นอุปสรรคในการเจรจางานใหญ่ แต่จะตัดทิ้งก็เสียดาย จะหยิบมาใช้ก็(ถูก)รังเกียจ เสื้อแดงจึงเป็นไพ่ใบสุด

ท้ายที่ถูกนำมาใช้เมื่อรัฐบาลตีบตัน

               แต่การเปิดเกมรุก โดยมี "ธิดา" เป็นแม่ทัพใหญ่ในสถานการณ์การเมืองแบบนี้ ดูไม่เหมาะสมเวลากับมวลชน เพราะยังติด

อยู่กับทฤษฎีการปฏิวัติสมัยเก่า ถึงไม่เข้ากับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยน "ผู้นำ" จาก "ธิดา" มาเป็น

"จตุพร"

               เพราะคาแรกเตอร์ของ "คนเสื้อแดง" คือ เดินหน้า บุก ตะลุย จึงต้องจัดผู้นำทัพให้ตรงกับคาแรกเตอร์ของมวลชน เพราะ

การจะให้ "จตุพร" เล่นบทแม่ทัพ โดยไม่มีหลักประกันในภาวะที่กองทัพจับตา ถือว่าการออกมาไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง

               การขึ้นเป็น "เจ้าอาวาส" สามารถขึ้นเทศน์ได้เต็มที่ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเรื่องปัจจัยที่ได้รับการสนับสนุน

               โดยมี "ขุนพลคู่กาย" อย่าง "อารี ไกรนรา" อดีตหัวหน้าการ์ดคนเสื้อแดง และ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" เลขาธิการ นปช. มาร่วม

บริหารจัดการในฐานะคนในใกล้ชิด

               สาเหตุที่ "ทักษิณ" ตัดสินใจใช้บริการ "คนเสื้อแดง" หลังจากการเจรจากับ "ผู้ใหญ่" เพื่อส่งผ่านไปถึง "สุเทพ เทือก

สุบรรณ" เลขาธิการ กปปส.ไม่เป็นผล

               โดยเฉพาะเงื่อนไข "นิรโทษกรรม" กับ "คืนเงิน 4.6 หมื่นล้าน" แลกกับการยุติบทบาททางการเมือง แต่ "สุเทพ" ไม่ตอบ

รับ เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูด ซึ่งเรื่องนี้ "สุเทพ" เองก็เคยนำไปปราศัยบนเวทีชุมนุมหลายครั้ง

               ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว "พี่น้อง" เคยประชุมหารือร่วมกันเพื่อหาทางออก และเคยคิดจะให้ "ยิ่งลักษณ์" ลาออกจาก

ตำแหน่ง เพื่ออย่างน้อยยังมีที่ยืนในสังคมแลกกับคดีความทั้งหมด แต่พี่ชายให้ชะลอไว้ก่อน พร้อมกับบอกว่าแก้ปัญหาได้

               แต่เงื่อนไขของ "ทักษิณ" ยังคงเดิม เมื่อฝ่าย "กปปส." ไม่รับเงื่อนไข ทำให้ทางเลือกของ "ทักษิณ" ต้องเดินหน้าต่อ

พร้อมกับกระแสข่าวให้ "น้องสาว" ทำหน้าที่ต่อไป เพราะถ้า "ยิ่งลักษณ์" ลาออกจากตำแหน่ง "รักษาการนายกรัฐมนตรี" ก็เท่ากับ

"ทักษิณ" มือหลุดสั่งการใครไม่ได้

               การที่ กปปส.ยื่นเงื่อนไขให้ "ยิ่งลักษณ์" ลาออกจากตำแหน่งรักษาการ "ผู้ชุมนุม" จะกลับบ้านทันที ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ

จาก "ทักษิณ"

               จากนี้ไปคดีความจากการบริหารนโยบายผิดพลาดที่องค์กรต่างๆ เริ่มทยอยพิจารณา "ยิ่งลักษณ์" ในฐานะผู้นำรัฐบาลคง

หนี "ความรับผิดชอบ" ไม่พ้น!

               จึงเกิดคำถามกับภาพน้ำตาคลอของ "ยิ่งลักษณ์" แท้จริงแล้วต้องการเรียกความสงสารจากใคร ระหว่าง "พี่ชาย" กับ "ม็อบ

กปปส."

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net