วันที่ เสาร์ มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัฒนธรรมขยะ รู้กันไว้ก่อนขยะจะท่วมเมือง ท่วมโลก


สวัสดี พี่น้องผู้ร่วมชาติ รักแผ่นดิน

         เมื่อพูดกันว่า สักวันขยะจะท่วมเมืองท่วมโลกนั้น ก็คงจะไม่มีใครคิดว่าขยะมันจะหลั่งไหลมาท่วมหัวท่วมหูเรา

จริงๆหรอกนะครับ แต่มันหมายถึงพิษภัยอันเป็นผลกระทบจากขยะที่เราช่วยกันทำให้ขยะมันเกิดขึ้นมาต่างหาก ซึ่งเมื่อ

พูดกันก็จะอยู่ในวงแคบๆเท่านั้นเองอีกด้วย

         คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้คิดกันถึงเรื่องขยะมาก่อน เนื่องจากเห็นว่ามันเรื่องไกลตัว เมื่อเราทิ้งขยะไปแล้ว

ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่จะกำจัด เช่น กทม.หรือเทศบาล เป็นต้น ที่จะต้องกำจัดมันให้หมดไป ส่วนคนที่มีหน้าที่

กำจัดขยะเขาจะทำกันอย่างไรเราก็ไม่เกี่ยวอีกต่อไปแล้ว

         ความคิดประมาทต่อพิษภัยของขยะของเรานี้ นับว่าเป็นความคิดที่ผิดอย่างร้ายแรงเลยทีเดียว ทั้งนี้ เพราะขยะ

มันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งที่เป็นดิน น้ำ และอากาศ แล้วสิ่งแวดล้อมก็จะสะท้อนสิ่งเหล่านั้นกลับมาสู่เราจนเรา

ต้องเกิดโรคภัยหรือความไม่ปกติไม่สุขสบายนั่นเอง

         กระบวนจัดการเกี่ยวกับขยะมีความสลับซับซ้อนอยู่มิใช่น้อย ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะไม่ค่อยมีความรู้หรือข้อมูล

ประสพการณ์อย่างเพียงพอ จนกระทั่งมีสัญญาณเตือน เช่น เกิดไฟไหม้กองขยะที่สมุทรปราการที่ขณะนี้ก็ยังไม่ดับ

แต่ควันของมันยังโขมงอยู่นั่นเอง

         วันนี้ มีบทบรรณาธิการเรื่อง 'วัฒนธรรมขยะ' อยู่ในน.ส.พ.คม ชัด ลึก พูดเกริ่นถึงทางเดินของขยะในเบื้องต้น

ให้เราตื่นขึ้นมารับรู้ได้แล้ว ก่อนที่ขยะมันจะท่วมหัวท่วมหูเราทุกคนครับ.

 

 

 

คม ชัด ลึก

บทบรรณาธิการคมชัดลึก 

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 25571


วัฒนธรรมขยะ

**

 


วัฒนธรรมขยะ : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2557

ระหว่างทางที่ประเทศไทยได้รับแรงขับเคลื่อนติดต่อกันมานานหลายทศวรรษเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากสังคมเกษตรกรรมและสู่สังคมอุตสาหกรรม มิเพียงสินค้าซึ่งเป็นวัตถุสัมผัสจับต้องได้ด้วยโสตและสัมผัสเท่านั้นที่ต้องถ่ายเทน้ำหนักจากที่เคยส่งออก ข้าวสาร ยางพารา มันสำปะหลัง สู่ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หากแต่ความเป็นอยู่ของผู้คนนับตั้งแต่วิถีชีวิตของแต่ละคนจนถึงวัฒนธรรมของคนหมู่มาก ก็เปลี่ยนแปลงตามไป สิ่งหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะถูกปล่อยผ่าน ไม่ใส่ใจก็คือ อุปนิสัยใจคอที่ส่งผลร้ายต่อสภาพแวดล้อมของตนเอง อย่างเช่น ปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งคงไม่ใช่มีสาเหตุเพียงเพราะเรื่องกลไกการกำจัดเท่านั้น หากแต่ต้องมองลึกลงถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมควบคู่กันไปด้วย


นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยถึงสถานการณ์มลพิษในรอบปี 2556 จากการสำรวจและการลงพื้นที่ พบว่า มีขยะมากถึง 26.77 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2 ล้านตัน จากปี 2555 และขยะสะสม 19.9 ล้านตัน เทียบได้กับตึกใบหยก 2 ที่มีความสูง 300 เมตร 139 ตึกต่อเรียงกัน และยังพบอีกว่า คนไทยผลิตขยะเฉลี่ย 1.15 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน สูงกว่าปี 2551 ที่เฉลี่ย 1.03 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ซึ่งแซงหน้าคนญี่ปุ่นที่ผลิตขยะเพียง 1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน พื้นที่ซึ่งมีขยะมากที่สุดคือ จ.สงขลา มีขยะสะสม 2,471,847 ตัน สมุทรปราการ 2,063,448 ตัน กาญจนบุรี 1,658,387 ตัน นครศรีธรรมราช 1,265,258 ตัน เพชรบุรี 1,173,416 ตัน สุราษฎร์ธานี 1,003,332 ตัน ราชบุรี 1,000,122 ตัน ขอนแก่น 723,699 ตัน ปราจีนบุรี 585,717 ตัน และพระนครศรีอยุธยา 556,680 ตัน

เหตุการณ์ไฟไหม้บ่อทิ้งขยะที่ ต.แพรกษา จ.สมุทรปราการ มิเพียงก่อให้เกิดความตื่นตระหนกถึงปัญหาขยะล้นเมืองที่กำลังเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับสังคมที่กำลังก้าวสู่ความเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเท่านั้น หากแต่ "มวลขยะ" ที่สุมกองกันอยู่ภายในนั้น ได้เปลือยให้เห็นความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งของสังคมไทยอันว่าด้วย "วัฒนธรรมการทิ้งขยะ" เพราะอย่าว่าแต่มีผู้แอบนำขยะอุตสาหกรรมหรือขยะพิษมาทิ้งรวมกันกับขยะจากบ้านเรือนเลย ถ้าจะบอกว่า ลำพังขยะที่ประชาชนคนไทยทั้งหลายทิ้งถังขยะไปในแต่ละวันก็มีพิษร้ายแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคงไม่เกินเลยไปจากความจริงเท่าไรนัก เพราะถ้าลองนำขยะในแต่ละบ้านมาจาระไน ย่อมจะพบว่า ภายในถังขยะนั้นประกอบไปด้วยสารพัดขยะ อย่างเศษอาหาร หัวกุ้งเน่า ถุงยางอนามัยใช้แล้ว ผ้าอนามัย สำลีและผ้าทำแผล เข็มเย็บผ้า แก้วแตก หลอดไฟฟ้า คีย์บอร์ด หนังบุโซฟา หนูเน่า ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นขยะพิษ ขยะติดเชื้อ อันตรายเหลือคณานับ

เมื่อ "มวลขยะ" จากบ้านเรือน ผ่านกระบวนการทิ้งแบบไม่แยกแยะประเภทขยะเช่นนี้ไปถึงโรงงานกำจัดขยะ การแยกขยะก็มีขึ้นเฉพาะแยกส่วนที่ยังพอมีค่าสำหรับรีไซเคิลเท่านั้น ที่เหลือก็ถูกฝังหรือถูกเผารวมกันไป โดยไม่คำนึงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกันอย่างไร ดังกล่าวมานี้ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่ง ในช่วงที่สังคมไทยหันไปใช้ภาชนะที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นอันตรายในชีวิตประจำวันอันเร่งรีบมากขึ้น ทั้งโฟม พลาสติก ไวนิล ฯลฯ หากแต่วัฒนธรรมการทิ้งขยะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อครั้งยังใช้ใบตอง ใบบอน ใบสัก เครื่องจักสาน ฯลฯ ที่สามารถทิ้งในหลุมข้างบ้านเพราะย่อยสลายได้ ปัญหาขยะของประเทศไทยจึงต้องแก้ที่วัฒนธรรมการทิ้งขยะควบคู่กันไปกับการกำจัดขยะด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วย

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net