วันที่ จันทร์ มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอบคุณ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรรางวัลแมกไซไซ ที่ยืเคียงข้างมวลมหาประชาชนเสมอมา


เช้า (สายมากๆ) วันอาทิตย์ไปวิ่งสวนลุมอย่างเคย โชคดีได้พบ อ.กฤษณา ไกรสินธุ์ มาแจกยาค่ะ เคยเจอท่านในกิจกรรม กปปส. มาก่อน ช่วงนั้นตำรวจเริ่มระดมยิงแก๊สน้ำตา ท่่านยังได้เตือนให้ระวังแก๊สน้ำตาตัวใหม่น่าจะมีสารเคมีที่รุนแรงเพิ่มเข้ามาด้วยค่ะ

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย : กฤษณา ไกรสินธุ์ รางวัลรามอน แมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ พ.ศ. 2552

ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ www.krisana.org

         เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2495 เป็นชาวเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี บุตรของร้อยตรี นายแพทย์ สมคิด และนางเฉลิมขวัญ ไกรสินธุ์ เติบโตที่เกาะสมุย ย้ายเข้ามาศึกษาระดับมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนราชินี และระดับอุดมศึกษา ณ คณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ปริญญาโท สาขาเภสัชวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยสตรัชคไลด์ และปริญญาเอก สาขาเภสัชเคมี มหาวิทยาลัยบาธ สหราชอาณาจักร ทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ และหัวหน้าภาควิชาเภสัชเคมีในปี 2524 ก่อนจะลาออกมาทำงาน ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาองค์การเภสัชกรรม

         เป็นผู้ริเริ่มการวิจัยยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์ในไทย ประสบความสำเร็จในการผลิต "ยาเอดส์" ครั้งแรกในโลก ในปี 2538 โดยประสบความสำเร็จในการผลิตยาชนิดแรกคือ "ZIDOVUDINE" (AZT) มีฤทธิ์ลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ภายหลังการค้นคว้าวิจัยต่อยากว่า 3 ปี (พ.ศ. 2536 - 2538) หลังจากนั้นได้ริเริ่มผลิตยาอีกหลายชนิด โดยเฉพาะยา "GPO-VIR" หรือยาต้านเอดส์สตรีคอกเทลล์ เป็นตัวยารักษาโรคเอดส์กว่า 3 ชนิดในเม็ดเดียวเป็นครั้งแรกในโลก จนกระทั่งปี 2542 องค์การอนามัยโลกเชิญไปแอฟริกาเพื่อช่วยเหลือด้านเภสัชกรรม ปี 2545 จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์การเภสัชกรรม
         หลังจากนั้นได้เดินทางไปประเทศคองโกโดยลำพัง เพื่อตั้งโรงงานเภสัชกรรมแห่งแรก ใช้เวลา 3 ปี และผลิตยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์ชื่อ "Afrivir" มีส่วนผสมเหมือนตัวยาในไทย ผลิตได้ครั้งแรกในทวีปแอฟริกา ในปี 2548 หลังจากนั้นได้ไปช่วยเหลืองานเภสัชกรรมประเทศแทนซาเนีย โดยสามารถวิจัยและผลิตยา "Thai-Tanzunate" ในแทนซาเนียได้สำเร็จ เป็นยารักษาโรคมาลาเรีย ซึ่งเป็นโรคระบาดในทวีปแอฟริกา และช่วยเหลือประเทศอื่นๆ ได้แก่ อิริคเทอร์เรีย เบนิน และไลบีเรีย
         กฤษณาทำงานตามตารางงานของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งไม่มีความแน่นอน ในวันหนึ่งๆ เธออาจพักแรม ณ ประเทศหนึ่งและทำงานในอีกประเทศหนึ่ง ผลงานของเธอได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์เยอรมันฉบับหนึ่ง จึงมีคนสนใจนำไปสร้างภาพยนตร์เรื่อง A Right to Live - Aids Medication for Millions ในปี 2549 ซึ่งได้รับ 3 รางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ รวมถึงภาพยนตร์บรอดเวย์ของอเมริกาชื่อ Cocktail เปิดแสดงในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์โลก Global Scientist Award จากมูลนิธิเลตเต็น นอร์เวย์ ประจำปี 2547 รางวัลบุคคลแห่งปีของเอเชียประจำปี 2551 รางวัลบุคคลดีเด่นของชาติ สาขาพัฒนาสังคม และรางวัลแมกไซไซสาขาบริการสาธารณะประจำปี พ.ศ. 2552
         กฤษณายังได้รับปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิติตมาศักดิ์จากวิทยาลัย Mount Holyoke สหรัฐอเมริกา และเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากม.เชียงใหม่และมหาวิทยาลัยสตราห์ไคลด์ รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นโรงเรียนราชินี นักศึกษาเก่าดีเด่นม.เชียงใหม่ ปัจจุบันกฤษณายังคงทำงานช่วยเหลือด้านเภสัชกรรมแก่ประเทศในแอฟริกา และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาองค์กรช่วยเหลือด้านยาของเยอรมนี คณบดีของคณะแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต กรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต

         กฤษณาได้แรงบันดาลใจและตัวอย่างจากบิดามารดา ข่าวการแพร่เชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูก ทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจพัฒนายาเอดส์ แม้จะประสบอุปสรรคขัดขวางทั้งจากในและนอกองค์กร อย่างไรก็ดี ในปี 2538 เธอก็สามารถผลิตยาสามัญ "ยาเอดส์" ได้
         เมื่อเห็นว่าความช่วยเหลือเป็นไปได้ดีแล้ว ปี 2542 เธอเกิดแรงบันดาลใจต้องการช่วยเหลือประชาชนในประเทศด้อยพัฒนา องค์การอนามัยโลกจึงเชิญให้ร่วมดูงานในทวีปแอฟริกาเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยียาไวรัสเอดส์ หลังจากนั้นเธอจึงลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์การเภสัชกรรมเพื่อทำงานช่วยเหลือมนุษยชาติในทวีปแอฟริกาในปี พ.ศ. 2545
         การทำงานในแอฟริกาเธอประสบปัญหามากมาย ถูกจี้ปล้นในระหว่างการเดินทางและถูกยิงระเบิดที่บ้านพักแต่ระเบิดนั้นพลาดเป้า ด้านชีวิตครอบครัว ไม่ได้สมรส อาศัยอยู่กับญาติในบางครั้งเพราะทำงานส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา

         เธอกล่าวว่า "เราควรทำวันนี้ให้เหมือนกับวันสุดท้ายของชีวิต เพราะนั้นแปลว่าเราต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้แก้ตัวอีกต่อไปแล้ว"

โดย วรรณสุข

 

กลับไปที่ www.oknation.net