วันที่ พุธ มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สิ่งแวดล้อม__แบบไหนอันตรายที่สุด


 

.

สำนักข่าว BBC วิเคราะห์รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ว่า มีคนตายจากมลภาวะทางอากาศ 7 ล้านคนในปี 2012/2555 = เป็นสาเหตุการตายถึง 1/8 ของสาเหตุทั้งหมด, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ BBC ]

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า มลภาวะทางอากาศ หรืออากาศเสีย เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง ฯลฯ และมะเร็ง

.

ภาพรวม คือ มลภาวะทางอากาศ เป็นภัยใหญ่อันดับ 1 ในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิษทั่วโลก

7 ล้านคนที่เสียชีวิตพบว่า เป็นผลจากมลภาวะ (pollution) ทางอากาศ, ในบ้าน มากกว่านอกบ้าน คือ

  • อากาศเสียในบ้าน (indoor) เช่น บุหรี่, ใช้เชื้อเพลิงแข็ง (ถ่าน ฟืน ถ่านหิน) ในบ้าน ฯลฯ = 3.3 ล้านคน
  • อากาศเสียนอกบ้าน (outdoor) เช่น ไอเสียรถยนต์ ควันโรงงาน เผาขยะ-ใบไม้ ฯลฯ = 2.6 ล้านคน

.

ประเทศที่มีมลภาวะทางอากาศสูง ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีรายได้ต่ำ และปานกลาง

คือ ประเทศที่ร่ำรวย มักจะมีอากาศดีกว่าประเทศที่ยากจน

ดร.มาเรีย ไนรา จาก WHO กล่าวว่า ผลการประเมินใหม่ พบว่า อากาศเสียทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ และสโตรค 

สโตรค (stroke) = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต

.

กลุ่มเสี่ยงสูง คือ ผู้หญิง และเด็ก

เนื่องจากใช้ชีวิตในบ้านมากกว่าผู้ชาย

ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงมาก คือ ประเทศที่ใช้ถ่านหินมาก

โดยเฉพาะคนจนในเอเชียใต้ เช่น อินเดีย บังคลาเทศ ฯลฯ และจีนบางส่วน ยังใช้ถ่านหินในการหุงหาอาหาร

.

สาเหตุการตายส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มโรคหัวใจ-หลอดเลือด-ระบบไหลเวียนเลือด

สาเหตุการตายจากมลภาวะทางอากาศ หรืออากาศเสีย "นอกบ้าน (outdoor)" ได้แก่

  • 40% > โรคหัวใจ
  • 40% > สโตรค (หลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ)
  • 11% > ถุงลมโป่งพอง หรือกลุ่มโรคทางเดินหายใจอุดตันเรื้อรัง (COPD)
  • 6% > มะเร็งปอด
  • 3% > ปอดบวม หรือปอดอักเสบในเด็ก

.

สรุป คือ ถ้าเป็นอากาศเสียนอกบ้าน จะเสียชีวิตจาก...

  • 80% = โรคหัวใจ + หลอดเลือดสมอง
  • 20% = โรคปอด

.

สาเหตุการตายจากมลภาวะทางอากาศ หรืออากาศเสีย "ในบ้าน (indoor)" ได้แก่

  • 34% > สโตรค (หลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ)
  • 26% > โรคหัวใจ
  • 22% > ถุงลมโป่งพอง หรือกลุ่มโรคทางเดินหายใจอุดตันเรื้อรัง (COPD)
  • 12% > ปอดบวม หรือปอดอักเสบในเด็ก
  • 6% > มะเร็งปอด

.

สรุป คือ ถ้าเป็นอากาศเสียในบ้าน จะเสียชีวิตจาก...

  • 60% = โรคหัวใจ + หลอดเลือดสมอง
  • 40% = โรคปอด

แสดงว่า อากาศเสียในบ้านมีผลต่อโรคปอดสูงกว่าอากาศเสียนอกบ้าน

.

ประเทศไทย มีมลภาวะทางอากาศนอกบ้านสูง โดยเฉพาะการเผาไร่นา-เผาป่า, เผาขยะ-ใบไม้สูงในภาคเหนือ-จังหวัดชายแดนตะวันตก (ติดกับพม่า), และมีหมอกควันจากการเผาในพม่ามาร่วมแจมในช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

เรื่องนี้สอดคล้องกับสถิติมะเร็งปอดสูงสุดที่ "เชียงใหม่ + ลำปาง"

ประเทศที่มีการใช้ถ่านหินสูงในเอเชีย = จีน + เอเชียใต้ (อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ ฯลฯ)

ประเทศที่มีคนสูบบุหรี่มากในเอเชีย = จีน + อินเดีย + อินโดนีเซีย

.

ข้อมูลนี้บอกเป็นนัยว่า เมดิคัลทัวร์ หรือธุรกิจการรักษาพยาบาลนอกประเทศในเอเชีย น่าจะอยู่ในขาขึ้น

การผลิตหมอฟัน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล หมอเพิ่ม... น่าจะทำให้ไทยแข่งขันกับนานาชาติได้ในระยะยาว

และถ้ารวมกับแนวโน้มคนสูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้โรคเรื้อรังในไทย เช่น เบาหวาน ไตเสื่อม ไตวาย ฯลฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

การผลิตบุคลากรสุขภาพเิพิ่ม น่าจะช่วยให้เด็กไทยรุ่นใหม่ ได้เรียนในสาขาที่จบมาแล้วมีงานทำ + มีแรงเสียภาษีเงินได้ในระยะยาว

.

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีุสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

.

Thank BBC > http://www.bbc.com/news/health-26730178

.

โดย wullopp

 

กลับไปที่ www.oknation.net