วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชะตาขาดเวรกรรมตามทันปู ปปช.ไม่เลื่อน31มี.ค.ต้องชี้แจง


สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักชาติ รักแผ่นดิน

         ขณะนี้วงการพนันขันต่อเดิมพันกันถึงขนาดว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะหนีไปอยู่ที่เมืองนอกในเดือนเมษายนหรือไม่ ซึ่งถ้ายิ่ง

ลักษณ์หนีไปในเดือนเมษายน เจ้ามือก็จะจ่ายให้คนที่แทงประตูนี้ถึง 3 ต่อ แล้วราคาต่อรองจะลดลงตามเดือนที่ถัดไป คือ แทงเดือน

พฤษภาคม เจ้ามือก็จะจ่ายให้ต่อเดียวเท่านั้น เป็นต้น

         นอกจากนั้น พวกนักวิเคราะห์การเมืองส่วนใหญ่ก็ฟันธงว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีอันเป็นไปพร้อมคณะรัฐมนตรีภายในต้น

เดือนเมษายน เท่านั้น เพราะที่น่าสังเกตอย่างเช่น การที่พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตรลูกผู้พี่ของทักษิณเดินทางไปตรวจความเรียบร้อยของ

กองกำลังหน่วยรบพิเศษแบบคอมมิวนิสต์ ที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อป้องกันตัวยิ่งลักษณ์เมื่อหมดอำนาจแล้ว เป็นต้น

         ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ มีการโยนหินถามทางโดยทักษิณ ชิณวัตร เกี่ยวกับบุคคลนอกตระกูลชินวัตร ที่จะมาเป็นนายก

รัฐมนตรีแทนยิ่งลักษณ์ที่พ้นหน้าที่ไปแล้ว เป็นนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา เป็นต้น เพราะทักษิณคิดว่า กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ

อาจจะพลอยเห็นดีเห็นงามตามไปด้วยก็ได้.

 

(ติดตามรายการสดโทรทัศน์ช่อง Blue Sky Cannel TV คลิก www.blueskychannel.tv )

 

 

 

แนวหน้า

ชะตาขาดเวรกรรมตามทัน'ปู' ปปช.ไม่เลื่อน31มี.ค.ต้องชี้แจง

 

27 มี.ค.57 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า วันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือ เพื่อขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และนำสืบแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.57 โดยอ้างว่า การรวบรวมพยานหลักฐานที่อยู่ในหลายหน่วยงาน เพื่อนำมาประกอบในการจัดทำการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ยังไม่แล้วเสร็จประกอบกับทนายความเพิ่งเข้าตรวจพยานหลักฐานในสำนวนไต่สวนข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน จึงไม่สามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ทัน

 

นายสรรเสริญ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการตรวจพยานหลักฐานในสำนวนแทน โดยมิได้มาดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานด้วยตนเอง ด้วยเหตุผลว่า เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในสภาวะไม่ปกติ และมีกลุ่ม กปปส. ประกาศว่า จะไล่ล่าตัว จึงเกรงว่า จะไม่ได้รับความปลอดภัยและความสงบ หากต้องเดินทางมาด้วยตนเอง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติอนุญาตให้ทนายความ เข้าทำการตรวจพยานหลักฐานแทนได้

 

นายสรรเสริญ กล่าวด้วยว่า นายกฯเคยขอเลื่อนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามาแล้วครั้งหนึ่ง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติอนุญาตให้ขยายเวลาการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค.57 จึงมีมติให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตนเอง ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรภายในกำหนดเดิม 31 มี.ค.57 ทั้งนี้หากผู้ถูกกล่าวหาประสงค์จะเพิ่มเติมพยานหลักฐานในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก็สามารถกระทำได้โดยระบุมาในคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

..................................................

 

 

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2557, 19.37 น.

 

'เต้น'เพ้อปูดโรดแมพ'รัฏฐาธิปัตย์' นิรโทษ'สุเทพ'-ยึดทรัพย์'แม้ว'

 


27 มี.ค.57 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และเลขาธิการ นปช. เปิดเผยถึงโรดแม็พแผนที่ประเทศไทยภายใต้ชัยชนะของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ที่ไม่เอาเลือกตั้ง แต่ต้องการตั้งสภาประชาชนแล้วปฏิรูปประเทศไทยว่า เพื่อตั้งสภาเถื่อน นายกรัฐมนตรีเถื่อนโดยการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็เท่ากับเป็นการก่อกบฏ แล้วประเทศไทยจะปกครองระบอบเผด็จการโดยสมบูรณ์แบบ

จากนั้นจะมีการออกประกาศฉบับต่างๆ เช่น ฉบับที่ 1 ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศสกัดการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านมีนายสุเทพ เป็นหัวหน้าคณะผู้ก่อการรัฐประหารมีสถานะเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” มีอำนาจสูงสุดเพียงคนเดียวจากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการสั่งยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร คนในตระกูลชินวัตรกลุ่มนักธุรกิจที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามที่เป็นปฏิปักษ์ เป็นต้น แช่แข็งตำรวจด้วยการให้รายงานตัวทุกระยะ รวมถึงทำให้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสิ้นสุดลง ควบคุมสื่อมวลชน เป็นต้น

นายณัฐวุฒิ  กล่าวว่า หลังจากที่นายสุเทพ ทำรัฏฐาธิปัตย์เสร็จจะมีประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเถื่อน ยืนยันว่าเป็นหนึ่งในชื่อที่ได้เปิดเผยไปแล้วจากนั้น จะมีการตั้งสภาประชาชนโดยกว่าครึ่งคือคนที่ไปเคลื่อนไหวและขึ้นเวทีกปปส. ขั้นตอนต่อมาจะมีการออกธรรมนูญการปกครองหรือธรรมนูญชั่วคราวเพื่อนำมาใช้เฉพาะหน้าและมีบทบัญญัติในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับนายสุเทพและพวกเพื่อให้หลุดจากคดีต่าง ๆโดยเฉพาะคดีกบฎ คดีฆ่าคนตาย

“วันนี้นายสุเทพไม่ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีหรือเป็นรัฐมนตรี แต่จะเป็นหนึ่งเดียวที่มีอำนาจสูงสุดในรัฏฐาธิปัตย์ เพราะต้องมีเพียงคนเดียวที่ต้องออกประกาศเซ็นคำสั่งมีไม่ใช่มวลมหาประชาชนดังนั้นสิ่งที่นายสุเทพพูดเป็นเท็จทั้งสิ้น เพราะคนมีอำนาจของจริงคือกำนันจากสุราษฎร์ธานีที่ต่อสู้มา 4-5 เดือนและถือเป็นโอกาสเดียวในชีวิตของนายสุเทพ เพราะถ้ายังเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์อย่างมากก็เป็นได้แค่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง แต่นายสุเทพใฝ่สูงจะเอาตำแหน่งนี้เท่านั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงก็ขอให้ออกมาปฏิเสธ”

 

  • 1 +1 +2 facebook-icon twitter-icon showgallery

 

 

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net