วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มหานครย่างกุ้ง กับ 6 อนุบริวารนคร


สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักชาติ รักแผ่นดิน

         ผมบังเอิญได้ไปอ่านบทความ 'มหานครย่างกุ้ง' กับ '6 อนุบริวารนคร' โดย ดุลยภาค ปรีชารัชช ในประชาไทออนไลน์

แล้วเห็นว่าน่าจะนำมาเผยแพร่ต่อในบาง oknation แห่งนี้บ้าง เพราะไทยกับพม่าในช่วงปัจจุบันจะกลายเป็นคู่แข่งทาง

เศรษฐกิจอีกประเทศหนึ่งด้วย แม้ว่าขณะนี้พม่ายังอยู่เวลาของการพัฒนาบ้านเมืองของเขาเพื่อเตรียมพร้อมอยู่ก็ตาม

         การที่ประเทศเพื่อนบ้านรอบๆประเทศของเราหลายต่อหลายประเทศมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปแล้ว และที่เหลือก็กำลัง

พัฒนากันอยู่ เพราะฉะนั้น การที่กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ 'กปปส.' ชักชวนให้คนไทยก้าวพ้นจากความเป็น 'ไทยเฉย'

แต่มาช่วยกันปฏิรูปประเทศกันครั้งใหญ่เสียที จึงเป็นจังหวะที่เราคนไทยต้องช่วยกันทำตามที่กำนันสุเทพจุดประกายขึ้นมาได้แล้ว

         เชิญอ่านบทความของ ดุลยภาค ปรีชารัชช เพื่อเก็บเอาความน่าคิดหลายประการที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศของเรา 

ได้แล้วครับ ขอขอบคุณประชาไทและ ดุลยภาค ปรีชารัชช เป็นอย่างยิ่งไว้ ณ ที่นี้.

 

 

 

 ประชาไทออนไลน์

ปริทัศน์อุษาคเนย์

 

'มหานครย่างกุ้ง' กับ '6 อนุบริวารนคร'

 

26 มีนาคม, 2014 - 23:09 | โดย dulyapak

**

ภูมิทัศน์มหานครย่างกุ้งกับหกอนุบริวารนคร พร้อมทำเลทางภูมิศาสตร์ที่แสดงให้เห็นจุดบรรจบระหว่างลำน้ำหล่าย (ขอบด้านซ้าย) ซึ่งเป็นแควสาขาที่แตกมาจากแม่น้ำอิระวดี กับ ลำน้ำพะโค (ขอบด้านขวา)ที่ไหลจากหุบเขาสะโตงผ่านเมืองหงสาวดี โดยลำน้ำทั้งสองได้ไหลมาสบกันหน้าเมืองย่างกุ้ง ก่อนที่จะไหลลงทะเลที่อ่าวเมาะตะมะ ซึ่งนับเป็นชัยภูมิชั้นยอดทางการค้า (ใกล้เคียงกับปากแม่น้ำฮุกลีของกัลกัตตาในอินเดีย ที่แตกหน่อจากแม่น้ำคงคาก่อนจะตกลงทะเลที่อ่าวเบงกอล)
 

 

‘ย่างกุ้ง’ อดีตเมืองหลวงเก่าของพม่า ถือเป็นทำเลทองทางการค้าที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศมาเป็นเวลาช้านาน โดยเห็นได้จาก การสถาปนาเมืองให้เป็นท่ายุทธศาสตร์ชายทะเลในสมัยพระเจ้าอลองพญา หรือ การพัฒนาเมืองให้เป็นใจกลางสถานีการค้าของอาณานิคมอังกฤษในพม่า (British Burma)

 

โดยล่าสุด รัฐบาลเต็งเส่ง ได้ประกาศยุทธศาสตร์การพัฒนาวงแหวนมหาย่างกุ้ง (Greater Yangon) โดยเน้นการขยายตัวเมืองให้กว้างใหญ่เพื่อรองรับการเติบโตของประชากรที่คาดว่าจะมีจำนวนถึง 10 ล้านคนในปี ค.ศ.2040 ประกอบกับจะมีการจัดตั้ง 'อนุบริวารนคร' อีก 6 แห่ง (Mini-Satellite Cities) เพื่อวางหมุดดึงขึงให้เส้นวงแหวนรอบนอกมีการประสานเชื่อมโยงกันจนก่อเกิดเป็น 'วงปริมณฑลแบบกลมรี' ที่สามารถรองรับการขยายตัวของสิ่งปลูกสร้างจากแกนสะดือเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมืองลูกข่ายที่จะถูกพัฒนาขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ได้แก่ เมืองสิเรียม (Thanlyin) อันเป็นที่ตั้งของท่าเรือติลาวาและอยู่ไม่ไกลจากแกนกลางเมืองย่างกุ้ง

 

พร้อมกันนั้น แผนยุทธศาสตร์มหาย่างกุ้งของรัฐบาลเต็งเส่ง ยังถูกออกแบบให้แปลงสภาพเป็นแผนบูรณาการชั้นเลิศที่เกิดจากการขับเคลื่อนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของหน่วยงานสำคัญ 4 แห่ง อันประกอบด้วย 1. กรมพัฒนาเคหสถานและการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ กระทรวงการก่อสร้าง ที่ถือเป็นตัวแทนจากรัฐบาลกลางแห่งสหภาพ 2. คณะบริหาร-นิติบัญญัติประจำภาคย่างกุ้ง (Yangon Region)  ซึ่งถือเป็นหน่วยปกครองระดับภูมิภาค 3. คณะกรรมการพัฒนานครย่างกุ้ง (Yangon City Development Committee/YCDC)  ซึ่งถือเป็นหน่วยบริหารระดับท้องถิ่น และ 4. ไจก้า หรือ Japanese International Cooperative Agency (JICA) ที่ถือเป็นองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศของญี่ปุ่น

 

 

 

ภูมิทัศน์มหานครย่างกุ้งกับหกอนุบริวารนคร พร้อมทำเลทางภูมิศาสตร์ที่แสดงให้เห็นจุดบรรจบระหว่างลำน้ำหล่าย (ขอบด้านซ้าย) ซึ่งเป็นแควสาขาที่แตกมาจากแม่น้ำอิระวดี กับ ลำน้ำพะโค (ขอบด้านขวา)ที่ไหลจากหุบเขาสะโตงผ่านเมืองหงสาวดี โดยลำน้ำทั้งสองได้ไหลมาสบกันหน้าเมืองย่างกุ้ง ก่อนที่จะไหลลงทะเลที่อ่าวเมาะตะมะ ซึ่งนับเป็นชัยภูมิชั้นยอดทางการค้า (ใกล้เคียงกับปากแม่น้ำฮุกลีของกัลกัตตาในอินเดีย ที่แตกหน่อจากแม่น้ำคงคาก่อนจะตกลงทะเลที่อ่าวเบงกอล)

 

โดยกระบวนการพัฒนาดังกล่าว จะทำให้ กรุงย่างกุ้ง กลายเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองเชิงบูรณาการของพม่าเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและส่วนนานาชาติ ได้อย่างครอบคลุมและมีสมดุล

 

จากนวัตกรรมการจัดการเมืองที่กล่าวไปเบื้องต้น จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าย่างกุ้งในสหัสวรรษใหม่ จะสามารถผันตัวเองให้เป็นมหานครทางการค้าที่อยู่ระดับแถวหน้าของอาเซียนได้มากน้อยเพียงใด โดยคงจะกล่าวไม่ผิดนัก หากในอนาคต เราอาจได้เห็น 'Emporium' หรือ 'Metropolis' อย่างย่างกุ้ง ที่ถูกประดับประดาด้วยแสงไฟอันเรืองรองระยิบระยับและระดะล้อมด้วยเมืองอนุบริวารชั้นในทางแถบปากน้ำอิระวดี พร้อมถูกโอบร้อยเกื้อหนุนด้วยอู่เมืองท่าบริวารรอบนอกแถบอ่าวเมาะตะมะ อย่าง 'มะละแหม่ง' หรือ 'ทวาย' ซึ่งจะทำให้เกิดการก่อรูปของชั้นวงแหวนทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ขึ้นในพม่าและเขตตะเข็บชายแดนเพื่อนบ้าน

 

คงใกล้เข้ามาแล้วกระมัง ที่คนไทยอาจต้องหันกลับมามองแผน 'มหากรุงเทพ' แนวใหม่ เพื่อเป็นการทบทวนการบริหารนครแบบวงแหวนปริมณฑลที่โยงเอานนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และบรรดาจังหวัดสมุทรทั้งหลาย ให้เข้ามาถ่ายโอนสินค้าบริการร่วมกับเมืองหลวงอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากขึ้น

 

พร้อมกับขยายแนวเชื่อมโยงวัฏจักรการค้าเข้าสู่ท่าเรือชายทะเลนานาชาติ เช่น แหลมฉบัง ดานัง สีหนุวิลล์ และ ทวาย เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทย มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่พร้อมเป็นหุ้นส่วนแบบสมน้ำสมเนื้อกับพม่ายุคใหม่ ซึ่งกำลังผงาดขึ้นมาเป็นสุดยอดชุมทางการค้าและพาณิชยกรรมแห่งโลกเอเชีย!

 

ขอขอบคุณความเอื้อเฟื้อจาก มิตรสหายแห่งกระทรวงก่อสร้าง สาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์

 

 

 

ดุลยภาค ปรีชารัชช

 

 บล็อกของ dulyapakTags:ดุลยภาค ปรีชารัชชบูรณาการปริทัศน์อุษาคเนย์พัฒนาเมืองย่างกุ้งเมียนมาร์วิพากษ์

 


- See more at: http://blogazine.in.th/blogs/dulyapak/post/4676#sthash.nIq3kOg0.dpuf

 

**

ภูมิทัศน์มหานครย่างกุ้งกับหกอนุบริวารนคร พร้อมทำเลทางภูมิศาสตร์ที่แสดงให้เห็นจุดบรรจบระหว่างลำน้ำหล่าย (ขอบด้านซ้าย) ซึ่งเป็นแควสาขาที่แตกมาจากแม่น้ำอิระวดี กับ ลำน้ำพะโค (ขอบด้านขวา)ที่ไหลจากหุบเขาสะโตงผ่านเมืองหงสาวดี โดยลำน้ำทั้งสองได้ไหลมาสบกันหน้าเมืองย่างกุ้ง ก่อนที่จะไหลลงทะเลที่อ่าวเมาะตะมะ ซึ่งนับเป็นชัยภูมิชั้นยอดทางการค้า (ใกล้เคียงกับปากแม่น้ำฮุกลีของกัลกัตตาในอินเดีย ที่แตกหน่อจากแม่น้ำคงคาก่อนจะตกลงทะเลที่อ่าวเบงกอล)

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net