วันที่ พุธ เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น


            น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ผมได้ยินชื่อเสียงของน้ำตกแห่งนี้ว่าสวยที่สุดในประเทศไทย ความตั้งใจที่อยากไปให้ถึงจึงเกิดขึ้นมานานพอสมควร และนานพอกับที่ผมเคยได้ยิ้นชื่อของน้ำตกน่าจะนานไม่ต่ำกว่า 10 ปีมาแล้ว ขณะนั้นเท่าที่ผมได้ยิ้นเรื่องของการเดินทางมา คือ การเดินทางถือว่าลำบากมากกว่าในปัจจุบันซึ่งจะต้องขึ้นแพข้ามฟากเท่านั้นเพื่อไปยังน้ำตก จนผมคิดว่าทำไมเราไม่มีปีกที่จะบินข้ามน้ำไปซะให้รู้แล้วไปเลย สิ่งนั้นก็เลยเป็นอุปสรรคของผมไปโดยปริยาย แต่เชื่อเถอะว่าการเข้าถึงยากลำบากมากเท่าไหร่ ซึ่งเท่ากับว่าเรารักษาให้มันคงสภาพความสมบูรณ์ได้มากเท่านั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะระเบียบและวินัยของนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้จักกับคำว่า การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการละเลยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดของเจ้าหน้าที่ หลายสิ่งที่ผมเห็น หลายสิ่งที่ผมเจอ ผมบอกได้ว่าเกิดความรู้สึกเสียดายและผิดหวังมากๆ หวังของผมก่อนที่จะได้เข้ามา เพื่อต้องการเห็นธรรมชาติที่สมบูรณ์สมคำลำลือ ป่าไม้ สัตว์ป่า นักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผิดคาดไปอยู่บ้าง มีไฟป่าตลอดเส้นทางของการเดินทาง ป่าไม้ที่น่าจะร่มรื่มกลับถูกไฟป่ากระหน่ำจนความเขียวสดใสกลายเป็นเห็นความใสของท้องฟ้าและพระอาทิตย์ใสๆ เขามาแทนที่ เมื่อไปถึงอุทยานก็มีแต่นักท่องเที่ยวแผดสำเนียงแข่งกับจักกระจั่น เจอชื่อผู้คนมากมายที่ผมไม่อยากจะรู้จักบนต้นไม้ที่ผมเดินผ่าน ผมคงลืมไปว่านี่คือยุคดิจิตอล และเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ที่ธรรมชาติกำลังวินาศครับ น่าเสียดาย...

 

            ครั้งนี้ เป็นหัวข้อแรกและครั้งแรกของผมที่ได้เข้ามาแชร์ประสบการณ์ที่นี่ ปกติผมชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง ชอบแลกเปลี่ยนและแชร์ประสบการณ์จากที่อื่นอยู่บ้าง ในความคิดการท่องเที่ยวของผม เพื่อเพิ่มประจุไฟให้กับตัวเอง เป็นกำลังใจในการทำงาน และหลังจากที่เราได้ให้ธรรมชาติบำบัดจิตใจก็ดึงเอาความวุ่นวายที่อยู่ในใจออกไปบ้าง น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ในวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 57 วันที่ผมเดินทาง มีนักท่องเที่ยวไม่มากเท่าไร ค่าธรรมเนียมบริการเข้าชมก็เหมือนกับอุทยานทั่วไปในประเทศ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบ้านพักรับรอง และลานกางเต้นให้กับนักท่องเที่ยว มีห้องน้ำและร้านค้าอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ หลังจากที่จอดรถไม่ต้องเดินไปไหนไกลก็ได้พบกับน้ำตก ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว

 

 

            การเดินทางสามารถมาได้ 2 วิธี คือ วิธีแรก ใช้การล่องแพจากที่พักสันเขื่อนศรีนครินทร์ เมื่อ 8-9 ปีก่อน ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 3,000 บาท ปัจจุบันไม่ทราบราคาแล้ว ไปกันได้เป็นหมู่คณะ ส่วนตัวไม่เคยล่องแพเลยครับ วิธีที่ 2 ใช้รถยนตร์ส่วนตัว ระยะทางประมาณ 42 กม. ใช้เวลาขับอย่างเร็วประมาณ 45 นาที อย่างช้าประมาณ 60 นาที ทั้งสองวิธีก็จะได้ธรรมชาติคนละแบบ เมื่อมาถึงทางเข้าน้ำตกจ่ายค่าธรรมเนียมอัตราปกติ ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนตร์ 30 บาท ถ้าเลี้ยวซ้ายจะขึ้นไปที่ทำการอุทยานฯ ก็จะพบกับน้ำตกชั้นที่ 4 พอดี แต่ถ้าอยากเริ่มต้นจากชั้นที่ 1 จากด่านเก็บค่าธรรมเนียมไม่ต้องเลี้ยวซ้ายให้ตรงไปประมาณ 300 เมตร จะพบกับทางเข้านำตกชั้นที่ 1 และจากทางเข้าเดินต่ออีกประมาณ 300 เมตร ก็จะพบกับน้ำตกชั้นที่ 1 ชื่อดงว่าน และสำหรับผมสวยที่สุดแล้ว ครับ อดีตนั้นนักท่องเที่ยวเดินทางได้วิธีเดียวคือการใช้แพข้ามฟาก เมื่อมาถึงปลายเขื่อนเก็บน้ำระยะทางน่าจะเดินประมาณ 1 กม.กว่า จากท่าเรือถึงชั้นที่ 1 จากชั้นนี้เดินไปจนถึงชั้นที่ 7 ระยะทางประมาณ 2,270 เมตร ครับ

 

            ผมตัดสินใจระหว่างการเดินทางจากจุดจากชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว จะเดินลงไปชั้นที่ 1-3 ก่อน หรือจะขึ้นไป 5-7 ทางไหนจะดีกว่ากัน จึงตัดสินใจไปถามเจ้าที่ประจำการทางขึ้น-ลง คอยดูเรื่องการห้ามนำอาหารลงไปที่น้ำตก เจ้าหน้าที่ฯ บอกว่าการเดินลงไปชั้นที่ 1-3 เป็นบันไดไม้ทางลง การเดินไปชั้นที่ 5-7 เป็นทางเดินเรียบธรรมดา... ผมจึงตัดสินใจคิดว่าน่าจะฉลาดและประหยัดพลังงานเอาไว้ก่อนเลือกไปชั้นที่ 5-7 ก่อน แล้วค่อยลงยาวที่เดียวจะดีกว่า ระหว่างที่จะขยับออกจากชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ตาก็ชำเรืองมองเห็นสิ่งเล็กๆ ที่ต้นไม้ จึงเปลี่ยนเลนส์จาก 10-22 mm เป็น macro 100 mm มาส่องเจ้าตัวเล็กๆ

 

 

            จากสิ่งที่มองเห็น ผมสงสารเจ้าตัวที่แดงเล็กๆ และคิดว่ามันจะต้องตายทั้งเป็นจากอสูรกายเถื่อนจอมตะกละแน่ๆ แต่ผิดคาดครับ ตั๊กแตนตำข้าวสีน้ำตาลต้องเงิบทันและทำปากยุบยิบๆ หลังจากคำแรกเท่านั้น เพราะนั่นคือตัวอ่อนของแมลงเหม็นและเชื่อว่าเหม็นมากทีเดียว เจ้าตัวเล็กสีแดงเดินเล่นเพ่นพ่านเต็มไปหมดและไม่ระวังตัวเพราะว่ากลิ่นตัวสามารถป้องกันตัวเองได้จากศัตรูของมันได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

 

            ธรรมชาติของหน้าร้อน คือ ความแห้งแล้งจนทำให้ต้นไม้แห้งและตายลง ยากแก่การป้องกันแก้ไขต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่การเกิดไฟป่าอยากขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวช่วยดูแลแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นไฟป่า เพื่อรักษาห่วงโซ่อาหารและชีวิตสัตว์ป่าที่ถูกทำลายลงไป และเจ้าหน้าที่ช่วยเคร่งครัดป้องกันไฟป่าอย่างแข็งขัน ผมอยากเห็นความสมบูรณ์สมคำร่ำลือของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นกลับมาอีกครั้ง

 

 

            เห็ดป่า แม้จะแห้งตายแต่ดูแล้วก็ยงคงความสวยงาม เนื่องจากเป็นธรรมชาติของฤดูกาล หากได้มาหน้าฝนคิดว่าคงจะได้เห็นธรรมชาติที่แปลกและสวยงามอีกมุมอย่างแน่นอน ผมหวังเช่นนั้น

 

            จากน้ำตกชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว เดินไปอีก 350 เมตร จะพบกับน้ำตกชั้นที่ 5 ชื่อไหลจนหลง โดยส่วนตัวผมชั้นนี้ไม่ได้มีความสวยงามเท่าไรเลย แต่มีความแปลกตรงที่น้ำตกไหลแล้วหายลงไปใต้ดิน ไม่รู้ไปไหลโผล่ออกตรงไหนครับ เพราะด้านล่างเป็นถ้ำนั่นเอง ไม่สามารถลงไปได้นะครับ อากาศนั้นค่อนข้างจะร้อนทีเดียวสำหรับทางเดินระหว่างชั้น ถึงแม้จะมีต้นไม้ใหญ่ก็ไม่ได้ช่วยกันแดดเท่าไรเพราะใบหล่นล่วงไปตามฤดูกาล ระหว่างทางเดินก็พยายามมองหาแมลงตัวเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมจะได้ยลโฉมความงามของมันบ้างแต่ก็เข้าใจครับ ช่วงนี้คงยากที่จะได้เห็นแมลงแปลกตาคงมีที่จะได้เห็นแต่ผีเสื้อครับ 

 

 

            ผีเสื้อ ระหว่างทางที่ผมเดินทางไปน้ำตกชั้นที่ 5-7 จะมีผีเสื้อบิ้นว่อน และเจ้าตัวเล็กมักจะบินมาจับที่ตัวเรา ทำให้ผมนึกถึงตอนเด็กๆ อยู่บ้าง ครั้งที่เราลงเล่นน้ำจะมีฝูงผีเสื้อบินว่อนรอบตัวเราหลากสีสัน แต่ผีเสื้อของที่นี้เท่าที่สังเกตุดูแล้วน่าจะไม่เกิน 5-6 ชนิด ไม่สวยงามเหมือนแก่งกระจาน แม่เจ้าหน้าที่อุทยานพยายามที่จะทำโป่งเพื่อให้ผีเสื้อมาจับกิน แต่...ก็คงยังมีมาไม่มากนัก และไม่หลากหลาย

 

 

            จักจั่นงวง การเดินทางยังคงต่อไปเรื่อยๆ  ซึ่งยงคงสังเกตุสิ่งเล็กๆ มีชีวิตบนต้นไม้ รอบต้นไม้ โคนต้นไม้ เพื่อมองหาโลกใบใหม่ โลกใบเล็กที่อีกหลายคนไม่สังเกตุและมองข้ามมันไป สิ่งที่เจอบ่อยและมากที่สุดก็คือ ชื่อหนุ่มสาวที่ผมไม่อยากรู้จัก ความรู้สึกในใจที่มาฝากไว้กับก่อไผ่ วลีโดนๆ เห็นแล้วรู้สึกรำคาญใจมากกว่าการซึมซับ อยากจับผู้ก่อการดีเข้าไปใส่ไว้ในก่อไผ่หรือต้นไม้เหล่านั้นมากจริงๆ จากชั้น 4 ฉัตรแก้ว มาถึงชั้น 6 ชื่อดงผีเสื้อ ประมาณ 1,100 เมตร และก่อนที่จะถึงน้ำตกชั้นที่ 6 สิ่งที่ผมมองหา และสังเกตุเห็นก็เป็นจริง ความรู้สึกประทับใจกับสายตาที่มองออกไปเบื้องหน้ากับสิ่งที่มองเห็น ที่ไม่เคยและไม่คิดว่าจะได้พบกับแมลงตัวนี้กับใครเขาบ้าง ตอนแรกเจอ 1 ตัว มองดูดีๆ มีเป็นคู่ 1 คู่ สังเกตุกว้างๆ โห...เกาะเต็มต้นไม้เลย มากมายจนนับไม่ถ้วน ประทับใจมากตั้งแต่มาถึง มากกว่าได้ถ่ายภาพน้ำตกเสียอีกครับ และเป็นโอกาสดีที่ผมอยู่เพียงลำพังเดินรอบต้นไม้ สารวนไป-มา รอบต้นไม้ จนผมแทบจะสังเกตุได้ทุกมุมมองของต้นไม้ต้นนั้น

 

 

            ได้เวลาที่ผมจะต้องออกเดินทางต่อไป ถึงจุดหมายปลายทางที่คิดไว้คือน้ำตกชั้นที่ 7 ร่มเกล้า ผมทิ้งช่วงออกมาได้ประมาณ 20 เมตรได้ยินเสียงเด็กๆ วิ่งไล่ วิ่งเล่นกันมา อายุระหว่าง 10-15 ปี จำนวน 4 คน ผมรู้สึกว่า จักจั่นง่วง แมลงสีสันสวยงามอาจจะไม่รอดมือเด็กกลุ่มนี้แน่นอน ผมจึงไม่ขยับไปไหนรอดูพฤติกรรมเด็กกลุ่มนี้สักพัก และแล้วเจ้าเด็กกลุ่มนี้ก็ได้หยุดตรงที่ผมเจอ จักจั่นงวง แต่ว่าเป็นต้นไม้คนละต้นที่มีจักจั่นป่าคนละชนิดกันได้ลอกคราบทิ้งไว้ เด็กกลุ่มนี้ไล่เก็บคราบจักจั่นเพื่อไปเล่น ผมสังเกตุว่าต้นไม้ต้นนั้นคงไม่เพียงพอที่เด็กจะหอบเอาคราบไปเล่น เขากำลังมองหาต้นอื่นๆ และต้นใกล้ๆ นั้นก็จะเป็น จักจั่นงวง รวมกลุ่มอยู่ ผมคิดในใจต้องทำอะไรสักอย่างแล้วเพื่อให้เด็กกลุ่มนั้นถอยไปและเลิกสนใจกับสิ่งที่มองหา จึงแกล้งหยิบกล้องแล้วทำท่าถ่ายภาพไปยังเด็กกลุ่มนั้น พอเด็กเห็นเขาก็หยุดคิดในใจว่าได้ผล และแล้วเด็กกลุ่มนั้นหยุดค้นหาและวิ่งเล่นกันต่อไป หากไม่เพ่งสังเกตุดูดีๆ จะไม่มีทางได้เห็น จักจั่นงวง แม้จะมีสีสันโดนเด่นสะดุดตา ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมกับห่างออกมาเพียงสัก 2-3 เมตร ก็อาจจะไม่สังเกตุเห็นแล้ว

 

 

             น้ำตกชั้นที่ 6 ชื่อดงผีเสื้อ ในใจรู้สึกผิดหวังเล็กๆ ที่ผมไม่ได้เจอฝูงผีเสื้อเหมือนเก่งกระจาน ตามชื่อว่า ดงผีเสื้อ แต่ความสวยงามของชั้นน้ำตกชั้นนี้ที่ลดหลั่นเป็นชั้นไม่เป็นรองชั้นอื่น มีความร่มรื่น สดชื่นด้วยเงาของต้นไม้ และอากาสที่ใกล้น้ำตกนี้ให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย เดินมาร้อนๆ พักที่นี้หายเหนื่อยครับ สมัยก่อนชั้นนี้จะมีผีเสื้อหางติ่งอาศัยเยอะและเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันไม่น่าเชื่อมันเป็นตำนานไปแล้ว ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ป่าไม้แหล่งอาหารโดนทำลาย ซึ่งสุดท้ายโทษใครไม่ได้นอกจากพวกเราเอง ที่ทำลายธรรมชาติที่สมบูรณ์ลงไปอาจจะโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ตั้งใจ จนทำให้ระบบนิเวศน์และห่วงโซ่อาหารเปลี่ยน หนอนและผีเสื้อเป็นแมลงที่วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและป่าไม้ได้เป็นอย่างดี ที่ไหนมีเสื้อมากหลายหลายสายพันธ์ที่แห่งนั้นก็คือความอุดมสมบูรณ์

 

 

            ระหว่างที่นั่งพักอยู่นั้น มีหนุ่มสาววัยรุ่นเดินผ่านมากลุ่มหนึ่ง หูผมได้รับข้อความหนึ่งได้ยินว่า "น้ำตกที่นี่ไม่น่าเล่นเลย" ใช่ครับน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นผมสังเกตุจากชั้นที่ 4-6 ไม่น่าเล่นเลย แต่เหมาะกับคนที่ชอบศึกษาความสวยงามของธรรมชาติมากกว่ากลุ่มที่ต้องการลงเล่นน้ำเพื่อความสนุกสนาน น้ำที่นี่ใส แต่บริเวณก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงเล่นน้ำ แต่เอื้อต่อการถ่ายภาพ และการเก็บภาพเป็นอย่างมาก น้ำตกที่นี้มีการไหลแบบลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงามไม่เหมือนใคร

 

 

            น้ำตกชั้นที่ 7 ร่มเกล้า ห่างจากชั้นที่ 6 ประมาณ 200 เมตร เนื่องจากเป็นฤดูร้อน และเนื่องจากขณะนั้นที่ผมไป ฝนทิ้งช่วงไปนานจึงทำให้ปริมาณน้ำไหลน้อย และชั้นที่ 7 ก็ไม่เอื้อต่อการลงเล่นน้ำเท่าไรนัก แต่ความสวยงามก็ไม่แพ้ชั้นที่ 4 และชั้นที่ 6 ถือว่าสวยงามมากที่เดียว แม้จะฤดูร้อนแต่อากาสที่ชั้นนี้รู้สึกได้เลยว่าเย็นสดชื่นกว่าชั้นไหนๆ เหมือนยิ่งเข้าป่าลึกอากาศก็ยิ่งเย็น และน้ำก็เย็นมากด้วยเช่นเดียวกัน

 

 

              หลังจากที่อยู่ระหว่างการลังเลยว่าจะไปต่ออีกหรือไม่นั้น เพราะว่าเดินมากแล้วเหนื่อย จึงได้ถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่าน้ำตกด้านล่างชั้นที่ 1-3 มีลักษณะเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้ถึือว่าประทับใจผมทีเดียว

            1. การเดินทางง่ายเพราะเป็นบันไดไม้ และระยะห่างระหว่างชั้นไม่ไกลเท่าไร ประมาณ 200-300 ต่อชั้น

            2. น้ำตกชั้นที่ 1-4 จะมีปริมาณน้ำตกที่มากว่าชั้น 5-7 ครับ

            3. สดชื่น เดินแล้วไม่ร้อน

            4. มีความสวยงามอย่างแน่นอน

            จึงทำให้ผมตัดสินใจในทันทีที่จะมุ่งสู่น้ำตกชั้นที่ 3 ที่มีชื่อว่าวังหน้าผา เจ้าหน้าที่แจ้งเพิ่มเติมว่า ถ้ามีรถขับลงไปรอด้านล่างทางเข้าน้ำตกของชั้นที่ 1 จะทำสะดวกมากเพราะไม่ต้องเดินขึ้นมาด้านบนอีกแล้ว

 

 

            ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ลักษณะที่สังเกตุเห็นคือ เหมือนกับหน้าผาหิน และมีชั้นลดหลั่นลงมา

 

 

             ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น

 

 

            เดินลงมาอีกหน่อยก็ยังอยู่ในชั้นที่ 2 ตรงจุดนี้น้ำค่อนข้างลึก มีป้ายเขียนเตือนอันตราห้ามกระโดดน้ำ แต่ยิ่งห้ามยิ่งท้าทายให้กับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้

 

 

             ชั้นที่ 1 ดงว่าน สำหรับผมชั้นนี้เหมือนสวรรค์เลยทีเดียว ความสวยงามและเอกลักษณ์ของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น คือ การถ่ายภาพออกมาแล้วเห็นสายน้ำลดหลั่นไหลลงมาเป็นชั้น สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเล่นน้ำที่นี้ไม่ต้องไปไหนไกลครับ อยู่ที่ชั้น 1-3 ครับ น้ำเย็นสดชื่นทุกชั้นแน่นอนครับ ไม่ต้องไปไกลถึงชั้นที่ 7 และเดินไม่ไกลจากที่จอดรถ มีร้านอาหาร ห้องน้ำ ที่พักแบบกางเต็นท์และแบบหลัง ไว้รองรับและอำนวยความสะดวก

 

 

            ขอขอบคุณที่ติดตาม และขอให้ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับธรรมชาติที่สมบูรณ์กันอย่างสนุกนะครับ

โดย ฟ้าสดใสฯ

 

กลับไปที่ www.oknation.net