วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อว่าที่สว.เสนอวิธีปฏิรูปการเมืองไทยที่ดีที่สุดดีจริงจริง


ผมเคยมีประสบการณ์ด้วยตนเอง 


และได้สร้างประวัติศาสตร์ที่ผู้ลงเลือกตั้งคนแรกได้กระทำ 

ตอนใกล้เที่ยงของวันลงคะแนนเลือกตั้งสว.นครศรีธรรมราช 


วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗ มีคนโทรศัพท์ถึงผมบอกว่าเป็นอพปร.ที่.............

จะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ขอค่าน้ำมันรถหน่อย 

ผมตอบไปว่า “ผมไม่ได้เตรียมเงินไว้เพื่อการนี้ 


การไปเลือกตั้งเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ไปเลือกเบอร์ไหนก็ได้

 
จะเลือกผมหรือไม่ก็ได้” 

สุดท้ายเขาตอบมาว่า “แล้วจะได้ทราบผลคะแนนครับ” 



ที่ว่าสร้างประวัติศาสตร์คือมีผู้สมัครน้อยรายที่จะใจแข็ง 


ปฏิเสธไม่ให้เงิน แล้วบอกว่าไปลงให้เบอร์ไหนก็ได้ 


เพราะผมมีหลักคิดว่า 


ผมกำลังจะเข้าไปทำงานเหนื่อยเพื่อประเทศไทย 


ประชาชนต้องเป็นฝ่ายให้เงินผม มันจึงจะชอบธรรม 


ไม่ใช่มาขอเงินผม

“ผมจะเข้าไปเหนื่อยเพื่อคุณ คุณยังจะเอาเงินผมอีกหรือ” 


ประโยคนี้คิดอยู่ในใจแต่ไม่พูดออกมา



จะพยายามสอดแทรกแนวคิด”การเมืองของประชาชนที่ตื่นรู้” 



ประชาชนเป็นผู้ให้เงินสนับสนุนนักการเมือง

 
ถ้าประชาชนตื่นรู้เขาจะให้เงินแก่นักการเมือง

ที่จะเข้าไปช่วยทำให้บ้านเมืองดีขึ้น 

ช่วยกันเติมนักการเมืองที่ดีเข้าสู่การเมืองไทย 


สมมติว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช


ซึ่งมีประมาณหนึ่งล้านหนึ่งแสนกว่าคน 


บริจาคให้นักการเมืองดีคนละห้าบาท 

นักการเมืองดีคนนั้น 


จะมีเงินห้าล้านกว่าบาทไว้ทำกิจกรรมที่ดีกับทุกกลุ่มเป้าหมาย


แม้จะมีประชาชนที่ตื่นรู้เพียงครึ่งหนึ่งบริจาค 


ก็จะได้เงินถึง สองล้านห้าแสนกว่าบาท 

ประชาชนผู้ตื่นรู้ ควรเชิดชูวิสัยทัศน์ที่ว่า


“เงินห้าบาทในมือคุณ ช่วยบ้านเมืองเถอะครับ” 

และด้วยแนวคิดแบบนี้จึงจะเปลี่ยนการเมืองไทยให้ดีขึ้นได้


ปัจจุบันนักการเมืองต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง

 
จึงต้องเข้าไปเพื่อเอาเงินเป็นหลัก 


พัฒนาสังคมไทยจึงเป็นเรื่องรอง


แต่ถ้าประชาชนเป็นฝ่ายบริจาคเงินคนละห้าบาท

ช่วยนักการเมืองที่ดี

เขาจะเข้าไปพัฒนาประเทศไทยเป็นหลัก การหาเงินเป็นเรื่องรอง

 

จากเหตุการณ์ข้างบน

ผมอาจจะถูกมองว่า ขี้เหนียว

แน่นอนว่าคนตระหนี่ถี่เหนียวนั้นเป็นผู้นำไม่ได้

โดยปกติผมเป็นคนรักการให้

เช่นผมเคยให้ในสิ่งที่คนมีเงินมากอย่างทักษิณ ชินวัตร

อาจจะยังไม่เคยทำ

คือการบริจาคที่ดินส่วนตัวจำนวน ๙ ไร่

เพื่อสร้างเป็นวัดควนประ อำเภอบางขัน จ.นครศรีธรรมราช

ดังนั้นผมไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียวแน่นอน

แต่การฝึกให้เกิดประชาชนนิสัยเสียนั้น

ผมถือว่าเป็นบาปทางการเมืองของประเทศไทยประการหนึ่ง

การเลือกตั้งที่ดีต้องป้องปรามประชาชนนิสัยเสีย

และส่งเสริมยกย่องประชาชนผู้ตื่นรู้

”เงินเพียงห้าบาทในมือประชาชนผู้ตื่นรู้

สามารถเปลี่ยนการเมืองของประเทศไทยได้”

และนี่คือวิธีการปฏิรูปการเมืองไทยที่ดีที่สุด

แค่คุณเชื่อมั่นในนักการเมืองที่ดี แล้วยื่นเงินห้าบาทให้เขา

วันหน้าถ้าผมยื่นเงินห้าบาทให้นักการเมืองคนใด

ก็จะแทนคำพูดที่ว่า

"ผมฝากอนาคตประเทศไทยไว้กับคุณด้วย"

โดย พญาสุขุม

 

กลับไปที่ www.oknation.net