วันที่ เสาร์ เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เขาว่า หลังสงกรานต์คือสงคราม ทักษิณ จะยื้อได้อีกนานแค่ไหน ฉากสุดท้าย ใครจะปิดเกม


.

เขาว่า หลังสงกรานต์คือสงคราม ทักษิณ จะยื้อได้อีกนานแค่ไหน ฉากสุดท้าย ใครจะปิดเกม

.

.

.

เรื่องจะหาคนกลางนั้น เลิกคิดกันได้เลย

ไม่มีคุณงามความดีใด หลงเหลือให้พออาศัยเพื่อประสานประโยชน์ ประสานรอยร้าวของผู้คนในสังคมได้อีกแล้ว

ใครที่พอจะมีคุณงามความดี มีต้นทุนทางสังคมที่พอจะอาศัยได้บ้าง ก็ถูกฉุดถูกลากเข้ามา

เพื่อบ่อนเซาะ ทำลายจนหมดสิ้น อย่าว่าแต่ พล.อ.เปรมฯ เลย กระทั่งพระเจ้าอยู่หัว ก็ไม่ละเว้น

เรียกว่า ขุดรากถอนโคนทั้งสังคมไทยไปแล้วก็ว่าได้

 

 

ถึงเวลานี้ แทบจะทุกค่าย ทุกสำนัก ต่างก็แย่งกันฟันธงล่วงหน้าแล้วว่า

หมดหนทางที่ยิ่งลักษณ์ จะรอดพ้นคมดาบของศาล รธน. และ ปปช.ไปได้

ดังนั้น จึงวิเคราะห์ข้ามช็อตไปที่ปรากฏการณ์ โพสต์ ยิ่งลักษณ์(Post Yingluk) ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

ดร.ณรงค์ เพชรประเสริฐ วิเคราะห์ว่า สมรภูมิการต่อสู้ มีทั้งหมด ๔ สมรภูมิ

และฝ่าย ยิ่งลักษณ์-ทักษิณนั้นแพ้เรียบแล้ว ๓ สมรภูมิ เหลือเพียงสมรภูมิสุดท้ายอีกเพียงสมรภูมิเดียวเท่านั้น

 

ผมเห็นว่า เรากำลังอยู่ในภาวะ 1 สงคราม 4 สมรภูมิ 1 สงคราม คือสงครามช่วงชิงอำนาจรัฐ ระหว่างกล่มทุนสามานย์ผู้ครองอำนาจรัฐฝ่ายหนึ่ง กับฝ่ายต่อต้านทุนสามานย์อีกฝ่ายหนึ่ง ส่วน 4 สมรภูมิ คือ

1. สมรภูมิการเมืองรัฐสภา

2. สมรภูมิการเมืองมวลชน

3. สมรภูมิกฎหมายและศาล

4. สมรภูมิกองกำลังอาวุธ

ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้อย่างดุเดือดเมือ พ.ย. 56 เราจะเห็นการถดถอยของฝ่ายกุมอำนาจรัฐ

ในสมรภูมิที่ 1 ยุบสภาฯ เหลือไว้แค่รัฐบาลรักษาการณ์ที่ง่อยเปลี้ยเสียขา พยามเพิ่มพลังด้วยการเลือกตั้ง แต่ถูกศาลสั่งให้โมฆะ

มาในสมรภูมิที่ 2 จัดชุมนุมระดมพลทีไร ก็ไม่เป็นไปตามราคาคุย ขณะที่ฝ่ายต่อต้านระดมได้เป็นล้านๆเกินเป้าหมาย มวลชนชาวนาที่เคยเป็นฐานหลัก ก็กลับรวนเรตุเป๋ตุปัด เพราะรัฐบาลไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวให้ชาวนา มวลชนชั้นกลาง โดยเฉพาะปัญญาชนและนักวิชาชีพ ต่างกรีฑาทัพออกมาต่อต้าน บรรดานักธุรกิจใหญ่น้อยต่างก็ออกมาต่อต้าน องค์กรแรงงานใหญ่ๆ ทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชนก็ร่วมขบวนการต่อต้าน

ในสมรภูมิที่ 3 ด้าน กฎหมายและศาล แพ้มาแทบทุกคดี ตั้งแต่กรณีกฎหมายนิรโทษกรรม ถึงกรณีจำนำข้าวและการเลือกตั้ง

สรุปว่าแพ้เรียบใน 3 สมรภูมิ มีเพียงสมรภูมิสุดท้ายที่ยังได้เปรียบ คือ กองกำลังอาวุธทุกรูปแบบ เพราะมีกองกำลังทั้งในเครืองแบบทางการ และนอกเครื่องแบบหลายชนิด มีอาวุธทุกชนิด มีเสบียงทุนเหลือเฟือ ดังนั้น กลุ่มทุนสามารถขณะนี้ จึงทุ่มเทการต่อสู้ด้วยกองกำลัง ใช้กองกำลังไปกระทำต่อทุกกลุ่มคน ในอีก 3 สมรภูมิ เพราะเหลืออยู่ช่องทางเดียวที่จะชนะฝายต่อต้านได้ เนืองจาก ฝ่ายต่อต้านต่อสู้แนวสันติ ไม่ใช้กองกำลัง ถ้าฝ่ายต่อต้านต้องหันมาปกป้องตนเอง โดยการใช้กองกำลัง นีคือจุดเปลี่ยน ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงการนองเลือดได้ แต่ถ้ากองกำลังแห่งรัฐ รีบออกมาสะกัดกั้น ยับยั้งกองกำล้งนอกระบบ ที่กำลังอาละวาดอยู่ขณะนี้ ไม่ให้ขยายตัวต่อไป ก็จะสามารถยับยั้งการสูญเสียขนาดใหญ่ได้...แต่ใครจะแน่ใจได้ว่าจะมีผู้ออกมายับยั้ง

(รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ:: FacePAD 2 เมษายน เวลา 6:56 น.)


 

 

 

 

 

 

 



 

"เต้น" สั่งเสื้อแดงเตรียมพร้อมบุกกรุงหลัง 16 เม.ย.

 

แต่ สถานการณ์วันนี้ ไม่เหมือนเมื่อปี ๕๓

แม้ทักษิณ และแกนนำเสื้อแดงทั้งหลาย จะระดมสรรพกำลัง และเงินทองมากมายเท่าใด

ก็อาจไม่เป็นไปตามที่วาดฝันเอาไว้ การจะระดมมวลชนออกมาให้ได้มากมายเรือนแสนเหมือนเมื่อปี ๕๓ นั้น

ไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวอย่างที่ถนนอักษะที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้ก็มีให้เห็นมาแล้ว

อีกทั้งฝ่ายต่อต้านก็ได้ผนึกกำลังกันเหนียวแน่น และเตรียมพร้อมมานาน ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายมวลชน กปปส.เท่านั้น

ทหารเองก็ชัดเจนแล้วว่า ไม่เอาด้วยกับทักษิณแน่นอน อีกทั้งตำรวจฝ่ายดีก็ถอยห่างจากทักษิณออกมาไม่น้อยแล้ว

หากบานปลายถึงขั้นปะทะกันขึ้นมาจริงๆ ฝ่ายทักษิณ และพี่น้องเสื้อแดง น่าจะเป็นฝ่ายที่สูญเสียมากกว่า

แกนนำเสื้อแดง ที่หลอกเอาเงินทักษิณมาได้มากมาย ก็อาจไม่มีโอกาสได้อยู่ใช้เงินก็เป็นได้

 

นึกแล้วก็อดเป็นห่วงพี่น้องเสื้อแดงและแกนนำไม่ได้

คิดให้ดี ใตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบอีกซักหลายๆรอบนะ ..เพราะหนนี้ รับรองไม่หมู โอกาสพลาดมีสูงมาก

หากพลาดพลั้งมา แล้วคิดว่าจะหวังพึ่งใบบุญของฮุนเซนได้เหมือนเมื่อครั้งปี ๕๓ นั้น ก็ขอให้คิดใหม่ซะนะ

พ.ศ.นี้ ๕๗ ผ่านมาหลายปี ความชั่วของทักษิณมีมาก ไม่เฉพาะกับคนไทย

แม้แต่ฮุนเซน ก็ได้รับอานิสงค์ความชั่วของทักษิณด้วยเช่นกัน

การจะหวังพึ่งฮุนเซนเหมือนเมื่อครั้งปี ๕๓ นั้นจึงเป็นเรื่องที่ลำบาก

 

ทักษิณ-ฮุนเซน รอยร้าวที่ยังไม่เยียวยา!



เป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้วที่ทักษิณไม่โผล่ไปปรากฎตัวที่เขมร หรือมีกิจกรรมใดๆ ที่นั่น ว่ากันว่า ฮุนเซ็น เริ่มไม่โปรด ไม่พอใจและโกรธมากขึ้น โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งเมื่อกลางปีที่แล้วพรรคของฮุนเซ็น สูญเสียที่นั่งไปให้ฝ่ายค้านของสม รังสี หลายที่นั่งด้วยกัน
จนทำให้พรรคไม่สมารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ เพราะได้ สส.ไม่ถึง 2 ใน 3

สาเหตุเพราะทักษิณ"เบี้ยว" ไม่สนับสนุนการเงินตามเป้าที่รับปากฮุนเซ็นไว้ ส่งผลให้ฮุนเซ็นโกรธมาก
นอกจากนี้การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ของชาวเขมรเพื่อนต่อต้านผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น
พร้อมๆ กับการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนในประเทศไทย
ทำให้เกิดสภาวะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการเปิดโปงระบอบทักษิณ เกิดภาพเปรียบเทียบ
ให้ชาวเขมรที่เริ่มมีคนชั้นกลางมากขึ้น เห็นอันตรายของ "ระบอบฮุนเซ็น" ที่วางแผนผูกขาดการเมืองในเขมร
ด้วยการเริ่มเอาลูกๆ เข้ามาคุมกองทัพ ตำรวจ และธุรกิจ อย่างเป็นระบบ จนคนเขมรเริ่มตาสว่าง
แม้แต่คนรอบข้างที่เคยภักดีก็เริ่มเห็นปัญหา
แหล่งข่าวบอกว่า นี่เป็นเหตุทำให้ฮุนเซ็น ต้องทบทวนความสัมพันธ์กับทักษิณมากขึ้น!

***

 

3 มูลเหตุม็อบ นปช.มาแค่หลักหมื่น!

การชุมนุมของคนเสื้อแดงมวลชนมาน้อยเกินคาด ไม่ถึงแสนตามที่ ศอ.รส. แถลง และตำรวจสันติบาลบอกว่ามีราวๆ 3 หมื่นกว่าคนเท่านั้น ทั้งที่แกนนำ นปช.ประกาศว่าจะระดมให้ได้ถึง 5 แสนคนนั้น สาเหตุน่าจะเพราะคนที่เคยสนับสนุนรัฐบาลสัมผัสได้ถึงความไม่จริงใจและล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาบยิ่งลักษผณ์ ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว

มวลชนจัดตั้งโดย ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเอง ซึ่งเป็นมวลชนหลักก็เริ่มเกียร์ว่าง ไม่ระดมคนเหมือนเดิม เพราะหลายคนมองว่าทิศทางลมอาจเปลี่ยน อาจเปลืองตัว ได้ไม่คุ้มเสีย และอาจได้รับผลกระทบถึงตัวหากพรรคเพื่อไทยสูญเสียอำนาจไป โดยเฉพาะการเตรียมชี้มูลทุจริตจำนำข้าวของ ปปช. และการวินิจฉัยสถานภาพรัฐบาลรักษาการของศาลรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้การทำงานของ กอ.รมน. ที่มี พล.อ.ประนุทธ จันทร์โอชา ในฐานรอง ผอ.กอ.รมน.ได้มีคำสั่งให้ กอ.รมน.ระดับจังหวัดทำงานมวลชน ไม่ตกเป็นเครื่องมือของการปลุกปั่นจนหลายพื้นที่ไม่สามารถระดมคนได้เหมือนเดิม ผู้ว่าฯ หลายจังหวัดที่เคยรับใช้การเมืองโดยตรง ก็ชะลอท่าทีและลอยตัวมากขึ้น

และที่น่าแปลกใจที่สุดไม่มีการโฟนอินหรือวิดีโอลิ้งค์เข้ามาในที่ชุมนุมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่สถานการณ์มีความแหลมคมไม่น้อยกว่า ปี พ.ศ. 2553 เป็นไปได้ว่าคงยังไม่กล้าแสดงตนชัดเจนอาจรอประเมินการชุมนุมเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงว่ายังมีพลังอยู่หรือไม่ เพราะด้านหนึ่งก็ถูกวางบิลหลอกมาหลายครั้งแล้ว

ที่ตัองจับตาคือเมื่อมวลชนมานัอย แกนนำอาจปรับกลยุทธ์ เน้นการเคลื่อไหวที่มีลักษณะสุ่มเสี่ยง ยั่วยุ หรือคุกคามไปที่เป้าหมายโดยตรงโดยเฉพาะการปิดล้อม สำนักงาน ปปช.ศาลรัฐธรรมนูญ หรือการคุกคามไปที่ตัวกรรมการในองค์กรอิสระเหล่านั้นมากขึ้น.

(สุริยะใส กตะศิลา)

***

 

อวสานมวลชนแดง.!!!


รายงานลับจากสายข่าวที่ฝังตัวในเสื้อแดง และขณะนี้กำลังรับภารกิจจาก นปช.ให้ลงพื้นที่ภาคอีสานเพื่อจัดตั้งและจัดหามวลชนมาร่วมชุมนุมกับ นปช.หลังสงกรานต์ในวันพิพากษายิ่งลักษณ์ รายงานลับให้ทราบเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2557(11.30 น.) พื้นที่ปฏิบัติการภาคอีสานตอนกลาง(มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น)
1.กระแสเสื้อแดงตกต่ำมากๆ มวลชนไม่มีความรู้สึกร่วม ไม่มีอารมณ์ร่วม มีแต่ความเบื่อหน่าย และบ่นเรื่องปากท้อง ไม่มีเงิน แค่ขอให้มวลชนเอาเสื้อแดงมาใส่อีกครั้งยังไม่มีใครเอาด้วย
2.แกนนำมวลชนแดงในพื้นที่ขาดความเชื่อมั่นในการเคลื่อนไหว อดีต ส.ส.อยู่เฉย ไม่มีใครยอมออกหน้า ถ้าจะให้เอามวลชนมาชุมนุมอีก ขอชุมนุมในพื้นที่ และต้องมีเงินมาก่อนถึงจะออกไปหาคนมาชุมนุม แต่ถ้าให้ไปชุมนุมที่กรุงเทพ ไม่มีใครอยากไป เหตุผลเพราะ กลัวไปแล้วไม่ได้กลับ ไปแล้วไปลับ หลับไม่ตื่นฟื้นไม่มี
3.ทั้งแกนนำมวลชนแดงในพื้นที่ภาคอีสานตอนกลางและมวลชนระดับพื้นฐานมีความเชื่อเหมือนๆกันว่า ยิ่งลักษณ์ไม่มีทางรอด รัฐบาลแพ้แน่ๆ เมื่อสอบถามกลับไปว่าทำไมเชื่ออย่างนั้น ทุกคนพูดคล้ายกันว่า ก็เห็นๆอยู่ ทำยังไงๆก็แพ้เขา ทำอะไรๆก็แพ้เขา
-ดังนั้น แผนหลอกมวลชนมาตายแทนเหมือนปี 53 ของระบอบทักษิณและลูกสมุนคงสำเร็จยากเสียแล้ว
ที่ลูกสมุนท่านแม้ว ดูไบ ทำได้ก็คงเหลือเพียงการก่อวินาศกรรมและลอบทำร้ายประชาชนเท่านั้น


(ไทกร พลสุวรรณ)


 

 

 

 

 

 

ดู สีหน้า-ท่าทาง และคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างนี้แล้ว ทักษิณ และประธานตู่-จตุพร ยังจะเสี่ยงอยู่ไหม

หนทางที่จะใช้กฏอัยการศึก และรัฐประหารนั้น ยังมีอยู่เสมอ

ดังนั้นจึงหวังว่า การจัดทัพ เคลื่อนขบวนใหญ่ หลังสงกรานต์หนนี้ คงจะเอาแค่พองาม

อย่าให้เยอะจนเกินงาม มันไม่ดี มันเสี่ยงนะ

ก็บอกแล้ว หากพลาดพลั้งขึ้นมา โอกาสแก้ตัวไม่มี โอกาสที่จะกลับไปหาเมีย หาลูก

และโอกาสที่จะได้ใช้เงินใช้ทองที่หลอกทักษิณมา ที่โกงเบี้ยเลี้ยง โกงค่าหัวคิวพี่น้องเสื้อแดงมาตั้งมากมายนั้น

ก็อาจหมดไปด้วย


 

 

แม้หลายคนจะวาดภาพความฮึกเหิม เกรี้ยวกราด และบ้าคลั่ง ของกองทัพเสื้อแดง และเสื้อดำ

ที่จะกรีฑาทัพเข้า กทม.หลังสงกรานต์เอาไว้อย่างไร

แต่ภายใต้ข้อจำกัดมากมายที่มีอยู่ ณ เวลานี้ รวมทั้งสถาณการณ์ที่อ่อนไหว เปราะบาง มีความเสี่ยงสูง

พลาดเพียงนิดเดียว อาจไม่มีแผ่นดินอยู่

จึงอาจทำให้ กองทัพเสื้อแดง และเสื้อดำ ของประธาน ตู่-จตุพร

ไม่ได้ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร และน่าหวาดวิตกอย่างที่กำลังคิดกันอยู่ในเวลานี้ก็เป็นได้

 

 

การเดินหน้าเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ภายใต้ความฮึกเหิมนั้น
กลับมีข้อจำกัดที่แม้แต่จตุพรเองย่อมรู้ดีว่า ที่จริงแล้ว แม่ทัพ นปช. อย่างเขา
จะสามารถดำเนินบทบาทได้มากน้อยแค่ไหน และในระดับใด
ย่อมต้องไม่ใช่การนำคนเสื้อแดงบุกฝ่าเข้าไปถึงใจกลางกรุงเทพฯหรือเสกให้การขุมนุม รุนแรง เข้มข้น
ไปถึงขั้นแตกหัก อย่างแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว การกระทำของ นปช.จะกลายเป็นเงื่อนไข
ที่เปิดทางให้ กองทัพ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่กำลังถูกคาดหมายให้ก้าวขึ้นมา
นายกฯคนกลาง ใช้เป็นเหตุให้กองทัพ ยึดอำนาจ ได้ทันทีโดยชอบธรรม

อย่าลืมว่า วันนี้ทุกสายตาต่างเพ่งมองไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างมีความหวังว่า
ที่สุดแล้ว ผบ.ทบ.คนนี้คือผู้ที่จะเข้ามาปลดล็อก ทางการเมืองที่เขม็งเกลียวจากวิกฤติการเมือง
อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นเพียงผู้เดียว ที่มีทั้ง อำนาจ และ บารมี พร้อมพรั่งทั้งกำลังพล และอาวุธ
หากคิดจะขยับเพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะช่วย ยุติ ปัญหาแล้ว ย่อมจะเป็น ทางเลือก
ที่ทั้ง ทักษิณ และผู้อยู่เบื้องหลัง กปปส. ยากจะปฏิเสธ
เมื่อพลิกมุมกลับมามองยังการเคลื่อนไหวของฟาก กปปส.เอง
แม้กำนันสุเทพประกาศเป่านกหวีดทันทีเมื่อถึงวันที่ศาล รธน.ชี้ชะตา สถานะนายกฯ ยิ่งลักษณ์ นั้น
ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายแค่พลิกฝ่ามือ หาก กปปส.คิดจะระดม ทัพใหญ่ ปลุกคนเรือนแสน เรือนล้าน ออกมาได้เหมือนที่เคย
เนื่องจากหลายคนรู้ดีว่า กองกำลังหลักของ กปปส.นั้น ยึดโยงกับคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ
การรวบรวมคนให้มาร่วมสมทบในระยะหลังๆ จึงไม่ได้มากมายเหมือนครั้งที่เคยสร้างประวิติการณ์กันเอาไว้
มวลชน กปปส.ต้องลงเรงเดินทางมาจากต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ ต้องอาศัยเวลา และทุนรอน

ทั้งนี้ทั้งนั้น จึงตีความหมายได้ใจความว่า
ทัพใหญ่ของทั้ง นปช.และ กปปส.ที่ประกาศ ประจันบาน หลังสงกรานต์ผ่านพ้นนั้น
ที่สุดแล้ว เมื่อพิจารณาทั้งเหตุและปัจจัยรอบด้านแล้ว สงครามหลังสงกรานต์
จะกลายเป็นเพียง สงครามน้ำลาย เป็นเพียง วาทกรรม ที่ต่างฝ่ายต่างต้องแสดงพลานุภาพภายใต้ข้อจำกัด
ง่ายๆสั้นๆว่า อย่าล้ำเส้น เปิดทางให้กองทัพเคลื่อนรถถังเป็นพอ

(สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับสงครามหลังสงกรานต์)

 


 

โดย เขียดขาคำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net