วันที่ พุธ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Tag หนังสือโปรดตอนจบค่ะ


Tagหนังสือโปรดตอนจบ

ในที่สุดก็ได้เวลาเขียนเรื่องใหม่แล้วค่ะ

ไม่ต้องรอจนครบ 3 เดือนก็ทำได้

เย้..เย้

Image Hosted by ImageShack.us

หลังจากที่ดองจนเค็มได้ที่แล้ว

ยังคงเป็นTagหนังสือโปรดค่ะ

แต่คราวนี้ตอบทีเดียวจนจบเลย

ไม่รอภาคต่อไปแล้วค่ะ

 

Image Hosted by ImageShack.us

หนังสือโปรดเล่มแรกที่กล่าวถึงนี่

คือคำนึงวัจนะ"นกเถื่อน"

ของรพินทรนารถ ฐากูร

Image Hosted by ImageShack.us

 

 รูปแบบที่รพินทรนารถใช้เขียนหนังสือเล่มนี้

ตามหลักวรรณคดีตะวันตกเรียกว่า

" Epigram "

เมื่ออ่านเผินๆจะคิดว่าเป็นไฮกุ( Haiku )ของญี่ปุ่น

เพราะมีลักษณะสั้นๆเหมือนกัน

แต่ความจริงแล้วเป็นคนละประเภทกันค่ะ

 คนึงวัจนะไม่มีรูปแบบตายตัว

จะเขียนเป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้

ปราศจากข้อกำหนดที่เคร่งครัดใดใดทั้งสิ้น

มักจบด้วยแง่คิดและมักมีท่วงทำนองเสียดสีอยู่ในตัว

ดังบทที่ยกมาให้อ่านกันนี้ค่ะ

 

Image Hosted by ImageShack.us

 "เม็ดทรายบนวิถีเรียกร้องเสียงเพลง

กระแสชลล้นไหลก็เรียกร้องการเริงรำ

ท่านจะรับภาระต่อความอ่อนด้อยของมันไหม " 

Image Hosted by ImageShack.us

" ผู้ทอดเงาของตัวลงเบื้องหน้า

คือบุคคลซึ่งห้อยตะเกียงไว้ข้างหลัง "

 

 " น้ำในภาชนะใสสะอาด

ส่วนน้ำทะเลมืดทึบ

ข้อเท็จจริงมีคำขยายแจ่มชัด

ส่วนอริยสัจกลับเงียบเสียง  "

 

เนื่องจากงานชิ้นนี้

มีความเป็นเลิศทางวรรณศิลป์

และมีความลุ่มลึกแห่งปรัชญา

งานเขียนคำนึงวัจนะ"นกเถื่อน"เล่มนี้

จึงทำให้เป็นที่รู้จักกันในอีกนามหนึ่งว่า

"คัมภีร์แห่งปัญญาญาณ"

( Book of wisdom ) ค่ะ

 

 

อีกเล่มนั้น

เป็นรวมเรื่องสั้นจากชมพูทวีป

ผลงานของ ร.ก.นารยัน

ถอดความเป็นภาษาไทยโดย

ปรีชา ช่อปทุมมาเช่นกันค่ะ

 รวมเรื่องสั้น 15 เรื่อง

"ใครเลยเขาจะรู้"

เสนอให้เห็นความหลากหลายของชีวิต

และวัฒนธรรมแห่งชมพูทวีป

ผู้เขียน ร.ก.นารยันนั้น

เป็นนักเขียนรางวัลรัฐบัณฑิตสาหิตย

ปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดังทีสุด

ในบรรดานักเขียนอินเดียที่ใช้ภาษาอังกฤษ

ผลงานของเขา...

ได้รับการแปลเป็นภาษายุโรปทุกภาษา

เรื่องสั้นของนารยัน

เป็นงานที่มีคุณภาพระดับสากล

มีความแหลมคม อารมณ์ขัน

และเต็มไปด้วยความเสียดเย้ย

นับเป็นเรื่องสั้นชั้นดี

แม้จะเขียนด้วยภาษาเรียบง่าย

ไม่แสดงความซับซ้อนสับสน

แต่ก็สามารถสร้างตัวละครได้ชัดเจนเป็นจริง

ขณะที่อ่าน.....

ผู้อ่านจะสนุกสนาน

โลดแล่นไปกับตัวละครเหล่านี้

พร้อมกับนึกพิศวง

ไปกับความช่างสังเกตอันละเอียดอ่อน

ที่ผู้เขียนมีต่อเหตุการณ์เล็กๆ

ของชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

ในจำนวนเรื่องสั้นทั้ง 15 เรื่องนี้

จขบ.ประทับใจเรื่องสั้นที่ชื่อ

"น้ำพักน้ำแรง"เป็นที่สุดค่ะ

 เรื่องสั้นเรื่อง" น้ำพักน้ำแรง " นี้

เป็นเรื่องราวของโททุ

เด็กชายวัยแปดขวบ

ผู้ซึ่งพยายามหาเงินไปซื้อประทัด

เพื่อเตรียมไว้สำหรับเทศกาลทีปาวลี

และเพื่อซื้อด้ามปากกาไปใช้ในโรงเรียน

 เมื่อโททุได้ยินเรื่องที่พี่ชายเล่าว่า

เพื่อนคนหนึ่งของพี่

ได้นำใบลานที่มีรอยจารึก

ไปให้ห้องสมุดและได้รับค่าตอบแทน

ก็เกิดความคิดที่จะหาเงินมาใช้บ้าง

 โททุได้นำใบมะพร้าว

ซึ่งตนเองได้จารึกรูปและชื่อในภาษากณาฑ

ไปเสนอขายต่อนักโบราณคดีผู้ทรงคุณวุฒิ

ซึ่งได้รับซื้อไว้ด้วยความเอ็นดูเด็กชาย

โททุจึงได้ค่าตอบแทน

เป็นเงิน 4 แอนนา

นับว่าเป็นเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงจริงๆค่ะ

 

 

อ่านเรื่องสั้นเรือง"น้ำพักน้ำแรง"แล้ว

ได้แต่อมยิ้ม

ในความช่างคิดของเด็กชายโททุค่ะ

ในฐานะที่เคยเป็นนักโบราณคดีมาก่อน

จขบ.อดทึ่งไม่ได้

กับสร้างรายได้จากใบมะพร้าวของโททุ

น่ารักมากเลยค่ะ...

นี่ถ้าจขบ.เป็นนักโบราณคดีในเรื่อง

ก็คงตัดสินใจที่จะซื้อใบมะพร้าวจารึก

ซึ่งโททุนำมาขายเช่นกันค่ะ

 

 

ส่วนเล่มนี้

เป็นของแถมค่ะ

ไม่ใช่หนังสือโปรด

แต่เป็นหนังสือแนะนำที่อยากให้อ่านค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

หนังสือเล่มนี้ชื่อ

"ห่างไกล ไม่ห่างกัน"

ผู้เขียนคือ คุณโดม วุฒิชัย

หรือ"พ่อพเยีย"แห่งบล็อกแกงค์ดอทคอม

พ่อพเยียได้ใช้เนื้อที่ในบล็อกของตัวเอง

สื่อสารกับลูกสาว

ที่อยู่ห่างกันในระยะทาง

แต่ชิดใกล้ในความรู้สึก

โดยใช้รูปแบบของจดหมาย

เนื้อหาที่สอดแทรก

อยู่ในจดหมายแต่ละฉบับนั้น

มิเพียงแต่อบอวลไปด้วย

กลิ่นอายของความรัก

และความผูกพันอย่างลึกซึ้ง

ระหว่างพ่อที่มีต่อลูกสาว

หากในจดหมายแต่ละฉบับ

ยังบอกเล่าเรื่องราว

และมุมมองในการดำเนินชีวิต

อันเรียบง่ายและงดงาม

พ่อ.....ผู้ผ่านวันเวลา

อันร้อน - หนาวและฉ่ำเย็น

ได้กลั่นประสบการณ์ของตนเองทั้งชีวิต

มาร้อยเรียงเพื่อถักทอ

สายใยแห่งความรักและผูกพัน

ที่ "ห่างไกล...ไม่ห่างกัน"

จนกลายมาเป็นหนังสือเล่มหนา

ซึ่งไม่ใช่หนังสือที่ดีที่สุด

แต่เป็นหนังสือที่อยากให้คุณอ่านค่ะ

 

ใครชอบเล่มไหนก็เลือกอ่านกันเองนะคะ

มีความสุขกับการอ่าน

และสิ่งดีดีในชีวิตค่ะ

 

โดย สเลเต

 

กลับไปที่ www.oknation.net